ในทุกสงคราม…มักมี “ตัวละคร” ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่น
แต่เป็น “ผู้กำหนดเกม”
และในสมรภูมิตะวันออกกลางรอบล่าสุด
ชื่อของ เบนจามิน เนทันยาฮู
ไม่ใช่แค่ผู้นำประเทศเล็กๆ อย่างอิสราเอล
แต่คือ “ตัวแปร” ที่กำลังลากมหาอำนาจโลก
เข้าสู่เกมที่เดิมพันสูงที่สุดครั้งหนึ่งของศตวรรษ
คำถามคือ—เขาเป็นใคร
และทำไมเขาจึงกล้าพอที่จะ “เปิดฉาก”
⸻
1. เนทันยาฮู: นักการเมืองที่เติบโตมากับ “ภัยคุกคาม”
เบนจามิน “บีบี” เนทันยาฮู
เกิดปี 1949 ในครอบครัวนักประวัติศาสตร์ไซออนิสต์
ชีวิตของเขาไม่ได้เติบโตมาในโลกปกติ
แต่เติบโตมาใน “เรื่องเล่าของการเอาตัวรอดของชาติยิว”
เขาเคยเป็นทหารหน่วยรบพิเศษ Sayeret Matkal
หน่วยเดียวกับที่ขึ้นชื่อว่าดุเดือดที่สุดของอิสราเอล
พี่ชายของเขา “โยนี เนทันยาฮู”
เสียชีวิตในปฏิบัติการช่วยตัวประกันที่เอนเทบเบ (1976)
นั่นไม่ใช่แค่โศกนาฏกรรมส่วนตัว
แต่มันกลายเป็น “แกนความคิด” ทางการเมืองของเขา:
โลกนี้ไม่ปลอดภัย
และอิสราเอลต้อง “ลงมือก่อน” เสมอ

⸻
2. เส้นทางสู่อำนาจ: นายกฯ ที่อยู่นานที่สุดของอิสราเอล
เนทันยาฮูขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรกในปี 1996
และกลับมาครองอำนาจยาวตั้งแต่ปี 2009–2021
ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในปี 2022
รวมแล้ว—เขาคือ ผู้นำที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อิสราเอล
จุดเด่นของเขาไม่ใช่แค่การเมืองภายใน
แต่คือ “การวางตำแหน่งอิสราเอลในเวทีโลก”
• สร้างพันธมิตรแน่นแฟ้นกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะยุคทรัมป์
• ผลักดัน Abraham Accords เชื่อมสัมพันธ์กับโลกอาหรับ
• ใช้ “ภัยจากอิหร่าน” เป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์ชาติ
พูดอีกแบบ
เขาไม่ได้แค่บริหารประเทศ
แต่ “นิยามศัตรู” ให้ประเทศด้วย
⸻
3. อิหร่าน: ศัตรูที่เขาไม่เคยปล่อยจากสายตา
หากจะเข้าใจเนทันยาฮู
ต้องเข้าใจว่า “อิหร่าน” สำหรับเขาคืออะไร
ไม่ใช่แค่รัฐคู่แข่ง
แต่คือ “ภัยคุกคามเชิงอารยธรรม”
ตลอดกว่า 20 ปี
เขาเตือนโลกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า:
• อิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
• อิหร่านสนับสนุนเครือข่ายตัวแทน (Hezbollah, Hamas)
• และเป้าหมายสุดท้ายคือ “การลบอิสราเอลออกจากแผนที่”
ภาพจำสำคัญคือปี 2012
เมื่อเขาชูภาพ “ระเบิดการ์ตูน” บนเวที UN
เพื่ออธิบายความใกล้ของนิวเคลียร์อิหร่าน
หลายคนหัวเราะ
แต่เขาไม่เคยหยุดพูด

⸻
4. จาก “ผู้เตือนภัย” สู่ “ผู้ลงมือ”
สิ่งที่เปลี่ยนในสงครามรอบนี้
ไม่ใช่แค่สถานการณ์
แต่คือ “บทบาทของเนทันยาฮู”
จากเดิมที่เป็น “คนเตือน”
เขากลายเป็น “คนเร่งเกม”
ข้อมูลจากเบื้องหลังการประชุมกับสหรัฐฯ ชี้ว่า:
• เขานำเสนอแผนโจมตีอิหร่านแบบเต็มรูปแบบ
• มั่นใจว่าสามารถ “ปิดเกมได้เร็ว”
• เชื่อว่าการลุกฮือภายในอิหร่านจะตามมา
และที่สำคัญ
เขา “ขายภาพชัยชนะ” ได้อย่างทรงพลังพอ
ที่จะทำให้ผู้นำสหรัฐฯ คล้อยตาม
นี่ไม่ใช่แค่การทูต
แต่มันคือ การทำ Narrative Warfare ระดับรัฐต่อรัฐ
⸻
5. เกมที่ใหญ่กว่าอิสราเอล: ลากสหรัฐฯ เข้าสมรภูมิ
สิ่งที่เนทันยาฮูเข้าใจดีคือ:
อิสราเอล “ชนะลำพัง” ไม่ได้
แต่สามารถ “ทำให้สหรัฐฯ เข้ามาเล่น” ได้
เขาจึงออกแบบเกมใน 3 ชั้น:
1. สร้างภัยคุกคามร่วม – ทำให้อิหร่านไม่ใช่ศัตรูของอิสราเอล แต่เป็นศัตรูของโลกตะวันตก
2. สร้างความเร่งด่วน – บอกว่า “ถ้าไม่ทำตอนนี้ จะสายเกินไป”
3. สร้างภาพชัยชนะเร็ว – ลดความกลัวของผู้นำสหรัฐฯ
นี่คือสูตรที่ทำให้
“สงครามของอิสราเอล”
กลายเป็น “สงครามของอเมริกา”
⸻
6. นักการเมืองในภาวะเดิมพันสูง
อย่าลืมว่า
ในประเทศของเขาเอง
เนทันยาฮูเผชิญแรงกดดันมหาศาล:
• คดีคอร์รัปชันที่ยังค้างอยู่
• ความขัดแย้งทางการเมืองภายใน
• การประท้วงเรื่องปฏิรูปศาล
สงคราม—ในอีกมุมหนึ่ง
จึงไม่ใช่แค่ “ยุทธศาสตร์ความมั่นคง”
แต่เป็น เครื่องมือรีเซ็ตอำนาจทางการเมือง
คำถามที่หลายฝ่ายตั้งคือ:
นี่คือ “สงครามเพื่อความอยู่รอดของรัฐ”
หรือ “สงครามเพื่อความอยู่รอดของผู้นำ”

⸻
7. บุรุษที่โลกจับตา—ฮีโร่หรือผู้จุดไฟ ?
สำหรับผู้สนับสนุน
เขาคือผู้นำที่ “กล้าตัดสินใจ”
ไม่ปล่อยให้อิสราเอลตกอยู่ในความเสี่ยง
แต่สำหรับฝ่ายวิจารณ์
เขาคือ “คนที่เล่นกับไฟ”
ในภูมิภาคที่พร้อมระเบิดอยู่แล้ว
และความจริงอาจอยู่ตรงกลาง:
เขาไม่ใช่คนที่สร้างไฟ
แต่คือคนที่ “เลือกจะจุดมัน”
⸻
8. บทสรุป: เมื่อผู้นำคนหนึ่งเปลี่ยนทิศของโลก
สงครามตะวันออกกลางรอบนี้
ไม่ได้เริ่มจากกระสุนเพียงนัดเดียว
แต่มันเริ่มจาก
“ความเชื่อ”
“การคำนวณ”
และ “การตัดสินใจ”
ของชายคนหนึ่ง
เบนจามิน เนทันยาฮู
ไม่ใช่แค่ผู้นำอิสราเอล
แต่คือ “สถาปนิกของเกมความขัดแย้ง”
ที่กำลังเขย่าโลกทั้งใบ
และคำถามที่ยังไม่มีใครตอบได้คือ:
เขากำลังพาอิสราเอลไปสู่ “ความมั่นคง”
หรือกำลังพาโลกเข้าสู่ “สงครามที่ไม่มีใครควบคุมได้”
————————–
คอลัมน์รายงานพิเศษ
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทย
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เพื่อเติมสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย
ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก




