สนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เริ่มทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางการจับตาว่า “พรรคประชาชน” จะส่งใครลงสู้ศึก
ล่าสุดชื่อของ “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ก็ถูกดันขึ้นมาอยู่แถวหน้าสุด ชนิดที่เรียกได้ว่าแบเบอร์แล้ว หลังเจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์แย้มถึง “โปรโมชัน 5 เดือน 5” พร้อมการันตีว่าชาว กทม. จะไม่ผิดหวัง สอดรับกับป้ายบิลบอร์ด “กรุงเทพฯ ยากไปไหม” ที่พรรคเพิ่งปูพรมทั่วเมือง
คำถามที่น่าสนใจไม่ได้อยู่แค่ความเป็นมาในอดีตเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ว่า ทำไมพรรคส้มถึงเลือก “เทคโนแครต” ด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีผู้นี้มาเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ที่ว่าเป็นสนามเลือกตั้งที่โหดหินเป็นอย่างมาก ?
1. เส้นทางชีวิตก่อนเข้าสู่แวดวงการเมือง
หากกางเรซูเม่ของ “ดร.โจ” สิ่งที่เห็นชัดเจนคือภาพของความเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายวิชาการและเทคโนโลยี จากนักเรียนสวนกุหลาบ สู่บัณฑิตวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เกียรตินิยมอันดับ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะไปคว้าทั้งปริญญาโทและเอกจาก Japan Advanced Institute of Science and Technology (JAIST) ประเทศญี่ปุ่น ในสาขาวิทยาการสารสนเทศ (Information Science)
ชีวิตการทำงานของเขาสะท้อนภาพคนทำงานหลังบ้านที่เน้น “ข้อมูลและยุทธศาสตร์” เขาเคยเป็นนักวิจัยอาวุโสที่ศูนย์วิจัยของ NEC Corporation ในญี่ปุ่น ก่อนจะกลับมารับใช้ชาติด้วยการคลุกคลีอยู่ใน “ธนาคารแห่งประเทศไทย” นานถึง 10 ปี และก้าวขึ้นเป็น “รองผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร” อีกทั้งยังเคยเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรระดับโลกอย่าง Bank for International Settlements (BIS)
ข้อสังเกตที่น่าคิด: กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยปัญหาเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึก ทั้งงบประมาณ ซอกซอย ถนนหนทาง และสายไฟ ประสบการณ์การมองภาพใหญ่ระดับ “ยุทธศาสตร์ชาติและนานาชาติ” ของ ดร.โจ จะถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาของกรุงเทพฯ ได้มากน้อยแค่ไหน ?

2. ขุนพลเศรษฐกิจ “พรรคส้ม”
“ดร.โจ” ได้มีโอกาสเข้าสภาฯ ในฐานะ “ทีมเศรษฐกิจ” ตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล บทบาทของเขาในสภาคือผู้ตรวจสอบนโยบายการเงินการคลังของรัฐบาลอย่างแหลมคม แต่เมื่อเกิดพายุการเมืองจนต้องเปลี่ยนผ่านสู่ “พรรคประชาชน” เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นรองหัวหน้าพรรค ฝ่ายกิจการต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจจากแกนนำพรรคที่มองเห็นศักยภาพในการเชื่อมโยงพรรคกับเวทีโลก
3. เดิมพันครั้งใหญ่ ในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
การเตรียมเปิดตัวชัยวัฒน์ในฐานะแคนดิเดตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ของพรรคประชาชนที่ต้องการขายนโยบายที่อิงกับข้อมูล (Data-Driven) และภาพลักษณ์ของผู้บริหารยุคใหม่ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่พรรคเชื่อว่า จะดึงดูดชนชั้นกลางและคนรุ่นใหม่ในเมืองหลวง
แต่สมรภูมิ กทม. เต็มไปด้วยเครือข่ายผลประโยชน์ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น และความต้องการของชาวบ้านที่หลากหลาย ตั้งแต่นักธุรกิจยันหาบเร่แผงลอย ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของ ดร.โจ จึงอยู่ที่ว่า เขาขะสามารถแปลภาษาวิชาการและชุดข้อมูลที่ซับซ้อน ให้กลายเป็นการแก้ปัญหาที่จับต้องได้จริงสำหรับคนกรุงเทพฯ ทุกระดับได้ หรือไม่ ?
การประกาศตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ จะเป็นด่านแรกที่พิสูจน์ว่า “โปรโมชัน” ที่ ดร.โจ และพรรคประชาชนเตรียมมานำเสนอ จะซื้อใจคนกรุงเทพฯ ได้จริงไหม หรือจะเป็นเพียงแค่นักวิชาการอีกคนที่เก่งในทางทฤษฎี แต่สอบตกในสนามจริง… ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเกาะติดกันอย่างใกล้ชิดต่อไป

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...
ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก
หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ
บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?
เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง
“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน
ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง




