ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
“ชัชชาติ” อันดับ 1 ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่มีเอนเกจเมนต์มากที่สุดในโซเชียลระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?“สามารถ” ผ่าเบื้องลึก รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กลายเป็นฝันค้างรู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน“ชัชชาติ” อันดับ 1 ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่มีเอนเกจเมนต์มากที่สุดในโซเชียลระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?“สามารถ” ผ่าเบื้องลึก รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กลายเป็นฝันค้างรู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน
The Insight News
เทียบชัดบทบาท อำนาจ “ส.ว.ไทย” จากเลือกตั้งสู่ลากตั้งภายใต้ คสช.

เทียบชัดบทบาท อำนาจ “ส.ว.ไทย” จากเลือกตั้งสู่ลากตั้งภายใต้ คสช.

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
2 min read

หลังจากเสร็จสิ้นการโหวตเลือกประธานสภาเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ถูกกำหนดอย่างชัดเจนคือวันที่ 13 กรกฎาคม ในการโหวตครั้งที่ 1 และยังมีการเตรียมแผนโหวตอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง ในวันที่ 19 กรกฎาคม และ 20 กรกฎาคม ซึ่งการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ผู้ที่สามารถโหวตได้คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 

ทำให้ ส.ว. ถูกจับตาในการโหวตเลือกนายกฯ ในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่า ส.ว. หลายๆท่านที่เคยบอกว่าจะสนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกจากพรรคก้าวไกล ให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ นั้นได้กลับลำเปลี่ยนใจไม่โหวตให้ เพียงเพราะว่านายพิธาและพรรคก้าวไกลมีนโยบายในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นอกจากนี้ นายพิธายังอาจถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับหุ้น ITV อีกด้วย 

ส.ว.ในการเมืองไทยมาจากไหน และบทบาทหลักของพวกเขาคืออะไร? เราต้องย้อนกลับไปในช่วงการปฏิวัติ พ.ศ. 2475 ที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนรูปแบบการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สู่ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งระบอบประชาธิปไตยนี้เองได้ให้กำเนิด ส.ส. ที่เป็นตัวแทนของประชาชนเข้าไปทำหน้าที่ออกกฎหมายต่างๆ รวมถึงตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลไปด้วย นอกจากนี้ยังทำให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. เกิดขึ้นครั้งแรกใน พ.ศ. 2476 เพียง 1 ปี หลังการปฏิวัติ พ.ศ. 2475 

แต่กว่า ส.ว. จะถือกำเนิดขึ้นในการเมืองไทยนั้นก็ล่วงเลยไปกว่า 14 ปี หลังการปฏิวัติ โดยมาพร้อมกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2489 แต่ในรัฐธรรมนูญดังกล่าวใช้คำว่า “พฤฒสภา” ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ใช้คำดังกล่าวเพียงฉบับเดียว เพราะหลังจากนั้นเป็นต้นมารัฐธรรมนูญฉบับหลัง ใช้คำว่า “วุฒิสภา” แทน 

สำหรับที่มาของ ส.ว. ชุดแรกของประเทศไทยนั้น เกิดจาก “การเลือกตั้งทางอ้อม” โดยประชาชนเลือกตัวแทนเข้ามาเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา แต่ต่อมาได้เปลี่ยนให้มาจากการแต่งตั้ง โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้คัดเลือกและถวายให้พระมหากษัตริย์โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ซึ่งหน้าที่ของ ส.ว. ในช่วงแรกนั้นก็เพื่อเป็นเสมือนพี่เลี้ยงของสภาผู้แทนราษฎร เพราะมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบกลั่นกรองกฎหมาย ให้ความเห็นชอบ และเป็นคณะกรรมาธิการสามัญ รวมทั้งมีอำนาจเลือกบุคคลที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือมิได้เป็นสมาชิกวุฒิสภาร่วมเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อกระทำกิจการหรือพิจารณาสอบสวนกิจกรรมอันอยู่ในวงงานของรัฐสภา 

ภายหลังจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ได้ประกาศใช้ ก็ได้เกิดการเลือกตั้ง ส.ว. ครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2543 ซึ่งสาเหตุที่ให้มีการเลือกตั้ง ส.ว. นั้น ก็สืบเนื่องมาจากผลพวงของเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 ที่เกิดกระแสให้ปฏิรูปการเมืองจากหลายภาคส่วน ทำให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ให้ประชาชนสามารถเลือก ส.ว. เองได้โดยตรงผ่านการเลือกตั้ง โดย ส.ว. ที่ได้รับการเลือกตั้งมีจำนวนทั้งหมด 200 คน และอายุของวุฒิสภามีกำหนดคราวละ 6 ปี ซึ่งผู้ที่จะมาเป็น ส.ว. นั้นต้องมีคุณสมบัติคือ มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด, มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง, สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า เป็นต้น 

อำนาจและหน้าที่ของ ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มีดังนี้ 

  1. ด้านนิติบัญญัติ 

วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ 3 ประการ ได้แก่ กลั่นกรองกฎหมาย พิจารณาอนุมัติพระราชกำหนด และเสนอให้ตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย หรือข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา หรือข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 

  1. ด้านการควบคุมตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน 

วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่ด้านการควบคุมตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ได้แก่ การตั้งกระทู้ถาม การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ การแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ และคณะกรรมาธิการวิสามัญ 

  1. เลือก แต่งตั้ง ให้คำแนะนำ หรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรตรวจสอบต่างๆ 

เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ 

  1. พิจารณาถอดถอนข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ หรือเจ้าหน้าที่ในองค์กรตรวจสอบต่างๆ 

เช่น นายกรัฐมนตรี , รัฐมนตรี , ส.ส. , ส.ว. , ประธานศาลฎีกา , กรรมการการเลือกตั้ง , ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เป็นต้น 

ต่อมาในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ได้มีการแบ่งให้ ส.ว. ต้องมาจากการเลือกตั้งจากจังหวัดละ 1 คนรวมทั้งหมด 76 คน (จำนวนจังหวัดในประเทศไทย ณ ขณะนั้น) และมาจากการสรรหาอีก 74 คน รวมทั้งสิ้น 150 คน ส่วนคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็น ส.ว. นั้นยังคงยึดตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 แต่วาระของ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งนั้นมีวาระดำรงเพียง 3 ปี ในขณะที่ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งนั้นมีวาระ 6 ปีเหมือนเดิม 

อำนาจและหน้าที่ของ ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มีดังนี้ 

  1. ด้านนิติบัญญัติ 

วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ 3 ประการ ได้แก่ กลั่นกรองกฎหมาย พิจารณาอนุมัติพระราชกำหนด และเสนอให้ตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย หรือข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา หรือข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 

  1. ด้านการควบคุมตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน 

วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่ด้านการควบคุมตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ได้แก่ การตั้งกระทู้ถาม การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ การแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญ  

  1. เลือก แต่งตั้ง ให้คำแนะนำ หรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรตรวจสอบต่างๆ 

เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ 

  1. พิจารณาถอดถอนข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ หรือเจ้าหน้าที่ในองค์กรตรวจสอบต่างๆ 

เช่น นายกรัฐมนตรี , รัฐมนตรี , ส.ส. , ส.ว. , ประธานศาลฎีกา , กรรมการการเลือกตั้ง , ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เป็นต้น 

ส่วน ส.ว.ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 นั้นเกิดจากการแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จำนวนทั้งหมด 250 คน ที่มาจากหลากหลายอาชีพ รวมถึงผู้ที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 

อำนาจหน้าที่ของ ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มีดังนี้ 

  1. ด้านนิติบัญญัติ 

วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ 3 ประการ ได้แก่ กลั่นกรองกฎหมาย พิจารณาอนุมัติพระราชกำหนด และเสนอให้ตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย หรือข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา หรือข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 

  1. ด้านการควบคุมตรวจสอบตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน 

วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่ด้านการควบคุมตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ได้แก่ การตั้งกระทู้ถาม การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ การแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญ 

  1. เลือก แต่งตั้ง ให้คำแนะนำ หรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรตรวจสอบต่างๆ 

เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ 

  1. การให้ความเห็นเพื่อแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี (ในระหว่าง 5 ปีแรก) รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐสภา 

ต้องให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา (750 คน) 

  1. วุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล สำหรับวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลนั้น นอกจากจะมีหน้าที่และอำนาจ 

เช่นเดียวกับวุฒิสภาตามบทบัญญัติหลักแล้ว รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้เพิ่มหน้าที่และอำนาจโดยเฉพาะ ซึ่งได้แก่ การติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เป็นต้น 

สำหรับการเลือกตั้ง ส.ว. ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมีดังนี้ 

  1. การเลือกตั้ง ส.ว. ครั้งแรก วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2543 
  1. การเลือกตั้ง ส.ว. วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2549 
  1. การเลือกตั้ง ส.ว. วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2551 
  1. แต่งตั้ง ส.ว.โดย คสช. วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2557 

ผู้เขียน : ณัฐชนน จงห่วงกลาง , ณัฐชัย นาคสุข 

ที่มา : สถาบันพระปกเกล้า / wiki.kpi 1 2 3

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด POLITICS

รู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”

บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม” และอิทธิพลของเขาในระบบแรงงานไทย

Srawut··1 min read

รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”

บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือผู้ว่าฯ กทม. และวาทกรรมการเมือง “ระบอบอากง” ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2569

Srawut··1 min read

TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง

โครงการ TH-AI Passport ของรัฐมนตรี ไชยชนก ชิดชอบ ถูกวิจารณ์เรื่องงบประมาณ กฎหมาย และการจัดซื้อจัดจ้าง ที่อาจเกิดผลกระทบต่อการเมืองและเชื่อมโยงกับรัฐบาลอนุทิน

Srawut··1 min read

“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตสมาชิกสนช. ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชน ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการบรรจบกับค่ายส้ม

Srawut··1 min read