กระทรวงพลังงาน (23 เม.ย. 2569) เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพลังงาน (กบง.) มีมติสำคัญในการดึงกำไรส่วนเกินจากโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อนำมาช่วยพยุงสถานการณ์ราคาพลังงานของประเทศ และแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงถึง 60,000 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
1. สรุปมาตรการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่น
กบง. ได้มีมติให้ออกประกาศเรื่อง “การปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ฉบับที่ 2” โดยแบ่งการปรับลดราคาเป็น 2 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 (24 เม.ย. – 9 พ.ค. 2569): ปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นเพิ่มอีก 3 บาท/ลิตร รวมเป็นการปรับลดทั้งสิ้น 5 บาท/ลิตร (จากเดิมที่ลดอยู่ 2 บาท) โดยจะเร่งประกาศลงราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 23 เม.ย. เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทันทีในเช้าวันที่ 24 เม.ย.
ระยะที่ 2 (10 พ.ค. – 19 พ.ค. 2569): เตรียมพิจารณาปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นลงอีก 3 บาท/ลิตร

2. ที่มาของการ “ทุบราคา” หน้าโรงกลั่น
การตัดสินใจครั้งนี้มาจากโครงสร้างค่าการกลั่นในเดือนเมษายนที่พุ่งสูงผิดปกติ:
ค่าการกลั่นพุ่งกระฉูด: ช่วงต้นเดือนเมษายน (2 สัปดาห์แรก) ค่าการกลั่นเฉลี่ยสูงกว่า 14 บาท/ลิตร ทำให้เกิดผลประโยชน์ส่วนเกินถึง 5,000 ล้านบาท
หักลบต้นทุนตามจริง: กบง. อนุญาตให้โรงกลั่นทั้ง 6 แห่ง แจ้งต้นทุนที่สูงกว่าปกติ (เช่น ค่าประกันภัย, ค่าขนส่ง) เพื่อนำมาหักลบกับส่วนต่างกำไรดังกล่าว ทั้งในกลุ่มเบนซินและดีเซล เพื่อหาตัวเลขส่วนลดที่เหมาะสมและเป็นธรรมที่สุด
เป้าหมายการเงิน: การปรับลดราคาทั้ง 2 ระยะ คาดว่าจะสามารถดึงเงินส่วนต่างจากโรงกลั่นได้เกือบ 10,000 ล้านบาท
3. ราคา “หน้าปั๊ม” จะลดลง 5 บาทตามหรือไม่ ?
เอกนัฏ ชี้แจงว่า การลดราคาหน้าโรงกลั่น 5 บาท ไม่ได้หมายความว่าราคาหน้าปั๊มจะลดลง 5 บาทในทันที เนื่องจากต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย:
อิงราคาตลาดสิงคโปร์: ต้องติดตามราคาปิดตลาดสิงคโปร์รายวัน (ล่าสุดดีเซลสิงคโปร์ปรับขึ้นเกือบ 3 บาท แต่ไทยยังตรึงราคาไว้)
นโยบายค่อยเป็นค่อยไป: กระทรวงพลังงานจะบริหารราคาแบบทยอยปรับขึ้น-ลง ไม่ให้เกิดการกระชากของราคาเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน หากไม่มีสถานการณ์ฉุกเฉินระดับโลก ราคาหน้าปั๊มจะทยอยปรับลดลงตามลำดับ

4. แผนการบริหารหนี้กองทุนน้ำมันฯ (60,000 ล้านบาท)
เงินหมื่นล้านที่ได้จากโรงกลั่น จะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการกู้วิกฤตกองทุนน้ำมันฯ:
ไม่พึ่งคลังค้ำประกัน: รมว.พลังงาน ยืนยันว่า จะบริหารจัดการภายใต้กรอบเงินกู้เดิมของกองทุนฯ ที่ ไม่เกิน 20,000 ล้านบาท โดยไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก. กู้เงิน เพื่อขยายกรอบเป็น 150,000 ล้านบาท ซึ่งต้องให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อวินัยการคลังของประเทศ
ลดภาวะขาดทุนรายวัน: ตั้งเป้ากดตัวเลขขาดทุนของกองทุนฯ ให้เหลือเพียงวันละประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อให้ยังมีสภาพคล่องในการชำระหนี้
เจรจายืดหนี้: อยู่ระหว่างเจรจากับผู้ค้าน้ำมันเพื่อชะลอการเรียกเก็บหนี้ออกไปก่อน
มาตรการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของกระทรวงพลังงานในการรักษาสมดุล ระหว่างการดูแลค่าครองชีพของประชาชน กับการรักษาสภาพคล่องและเสถียรภาพของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเลือกใช้วิธีการเจรจาดึงกำไรส่วนเกินจากกลุ่มโรงกลั่น แทนการสร้างภาระหนี้สาธารณะเพิ่มให้กับประเทศ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...
ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก
หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ
บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?
เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง
“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน
ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง




