ถ้าจะวัด Islamabad Talks ครั้งนี้แบบมืออาชีพ
ต้องเลิกถามแค่ว่า “จะสำเร็จไหม”
แล้วหันมาถามว่า
“สมการอะไร…จะทำให้มันสำเร็จ หรือพังลงกลางโต๊ะ”
เพราะการเจรจานี้ไม่ใช่ 2 ฝ่าย
แต่มันคือ “หลายเกมซ้อนกันในโต๊ะเดียว”
⸻
ปัจจัยความสำเร็จ (Success Factors)
เงื่อนไขที่ทำให้ “ดีลเกิดได้จริง”
1. การแลกเปลี่ยนที่จับต้องได้ (Tangible Trade-off)
ดีลจะไม่เกิด ถ้ายังเป็นแค่คำสวย ๆ
ต้องมี “ของจริง” บนโต๊ะ เช่น:
• สหรัฐ → ผ่อนคลาย sanctions “บางส่วน”
• อิหร่าน → จำกัดระดับนิวเคลียร์ / ลดบทบาท proxy
หัวใจคือ:
ทั้งสองฝ่ายต้อง “ขายให้คนในประเทศตัวเองได้”
⸻
2. Face-saving mechanism (การรักษาหน้า)
อิหร่าน “แพ้ไม่ได้”
สหรัฐ “อ่อนข้อไม่ได้”
ดังนั้นดีลต้องถูกออกแบบให้:
• อิหร่าน = “ยืนหยัดศักดิ์ศรี”
• สหรัฐ = “ยังคุมเกมได้”
ถ้าภาษาที่ใช้ผิดแม้แต่คำเดียว
ดีลอาจล่มได้ทันที

⸻
3. บทบาทของปากีสถาน (Silent Stabilizer)
การที่ PAF ส่งเครื่องบินรบขึ้น escort
ไม่ใช่แค่ความปลอดภัย
แต่มันสร้างสิ่งสำคัญที่สุด:
“พื้นที่กลางที่ทุกฝ่าย ‘เชื่อว่า’ ปลอดภัยจริง”
ถ้าปากีสถานคุมสมดุลได้:
• ไม่เอนเข้าฝั่งใดเกินไป
• เปิด backchannel ได้ต่อเนื่อง
โอกาสสำเร็จจะเพิ่มทันที
⸻
4. การคุม “ตัวแปรนอกโต๊ะ”
ตัวจริงที่ทำให้ดีลพังบ่อยที่สุด
ไม่ใช่คนบนโต๊ะ
แต่คือ:
• กลุ่ม proxy (Hezbollah, militia ต่าง ๆ)
• อิสราเอล
• hardliners ในแต่ละประเทศ
ถ้าคุม “ตัวป่วน” ไม่ได้
ดีลจะพัง แม้บนโต๊ะจะคุยกันรู้เรื่องแล้ว
⸻
5. จังหวะเวลา (Timing)
ตอนนี้ทุกฝ่ายมี “แรงจูงใจบางอย่าง” ให้คุย
• สหรัฐ → ไม่อยากเปิดสงครามใหม่
• อิหร่าน → ต้องการหายใจทางเศรษฐกิจ
• ปากีสถาน → ต้องการบทบาทโลก
ถ้า “หน้าต่างเวลา” นี้ยังเปิดอยู่
ดีลมีโอกาสเกิด

⸻
ปัจจัยเสี่ยงความล้มเหลว (Failure Risks)
สิ่งที่สามารถ “ทำให้โต๊ะพังได้ทันที”
1. Spoiler Attack (เหตุป่วนเกม)
นี่คือความเสี่ยงอันดับ 1
เช่น:
• การโจมตีทางทหารแบบฉับพลัน
• การลอบสังหาร
• False flag operation
แค่ “เหตุเดียว”
สามารถล้มทั้งกระดานได้ทันที
⸻
2. Trust Deficit (ความไม่เชื่อใจกันเชิงลึก)
ปัญหาไม่ใช่แค่ “ไม่เชื่อ”
แต่คือ “เคยโดนหักหลังมาแล้ว”
• อิหร่านไม่เชื่อสหรัฐเรื่อง sanctions
• สหรัฐไม่เชื่ออิหร่านเรื่อง compliance
ต่อให้เซ็นดีล
ก็ยังเสี่ยง “ไม่ทำตาม”
⸻
3. Domestic Politics (แรงกดดันในประเทศ)
ผู้นำไม่ได้เจรจาคนเดียว
แต่มี “คนดูอยู่ข้างหลัง”
• ฝั่งอิหร่าน → กลุ่มแข็งกร้าว
• ฝั่งสหรัฐ → สภา / การเมืองภายใน
• ปากีสถาน → เสถียรภาพรัฐบาล
ถ้ากลับไปแล้ว “ขายดีลไม่ได้”
ดีลจะตายหลังเซ็น
⸻
4. Overplaying Hand (เล่นเกมแรงเกินไป)
ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง:
• เรียกร้องมากเกิน
• หรือใช้ leverage กดอีกฝ่ายจนมุม
อีกฝ่ายจะ “ลุกจากโต๊ะ”
แทนที่จะยอม
⸻
5. External Shock (แรงกระแทกจากภายนอก)
เช่น:
• ราคาน้ำมันผันผวนหนัก
• เหตุการณ์ในภูมิภาค (เลบานอน / ซีเรีย / อ่าว)
• การเคลื่อนไหวของจีนหรือรัสเซีย
เกมจะ “เปลี่ยนกติกากลางทาง”

⸻
ข้อสรุปที่เห็นภาพชัด
Islamabad Talks จะสำเร็จหรือไม่
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “สิ่งที่พูดบนโต๊ะ”
แต่อยู่ที่ 3 อย่างนี้:
1. แลกอะไรได้จริงแค่ไหน
2. คุมคนที่อยู่นอกโต๊ะได้หรือไม่
3. ผู้นำแต่ละฝ่าย…กลับไปแล้วอยู่รอดทางการเมืองหรือเปล่า
⸻
ประโยคเดียวที่สรุปทั้งเกม
นี่ไม่ใช่การเจรจาระหว่างประเทศ
แต่มันคือ
“การต่อรองระหว่างความกลัวสงคราม กับความจำเป็นต้องไม่แพ้”
⸻
คอลัมน์รายงานพิเศษ
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทย
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เพื่อเติมสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย
ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก




