อัปเดตล่าสุด “โกงสอบข้าราชการท้องถิ่น” โดยในวันนี้ (16 ก.ค. 69) กระทรวงมหาดไทยได้ออกแถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดการปัญหาทุจริตกรณีดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่สอบผ่านอย่างสุจริต ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาดำเนินการ ดังนี้
1. การเปลี่ยนตัวผู้บริหารเพื่อเร่งสางปัญหา
เพื่อเป็นการบริหารจัดการสถานการณ์ที่กำลังมีปัญหา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งแต่งตั้ง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ทำหน้าที่รักษาการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม เป็นต้นไป เพื่อให้มีผู้นำที่เด็ดขาดเข้ามาแก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้กลับมาถูกต้องโดยเร็วที่สุด
2. การเพิกถอนการบรรจุกลุ่มผู้ทุจริต
จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ที่มีคะแนนผิดปกติจำนวน 5,814 คน ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกจำนวน 3,621 คน เป็นผู้ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนว่าสอบตก แต่ได้รับการแก้ไขคะแนนให้ผ่าน
คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ในฐานะผู้ประกาศรายชื่อ จะต้องรับผิดชอบด้วยการจัดการประชุมเพื่อมีมติ “เพิกถอนการบรรจุ” บุคคลกลุ่มนี้ออกจากการรับราชการโดยเร็วที่สุด
หลังจากมีมติแล้ว จะมีการแจ้งรายชื่อไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นสังกัดดำเนินการเพิกถอนต่อไป
ส่วนเรื่องการเรียกคืนเงินเดือนที่จ่ายไปแล้ว จะต้องพิจารณาตามพฤติกรรมและผลการสอบสวนของ ป.ป.ช. อีกครั้ง
3. การยืนยันสถานะของผู้ที่สอบผ่านด้วยความสุจริต
สำหรับผู้ที่สอบแข่งขันได้ด้วยความสามารถของตนเอง ซึ่งมีจำนวน 9,174 คน (จากจำนวนผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว 14,988 คน) ทางกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่า บุคคลกลุ่มนี้ไม่ต้องกังวลใจและสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ตามปกติ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีคะแนนดิบตรงกับผลการประกาศรายชื่อ และเข้ามาด้วยความโปร่งใส
4. การรื้อตรวจคะแนนใหม่ 400,000 คน และจัด Ranking ใหม่
หลังจากเพิกถอนบุคคลที่กระทำผิดออกไปแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการ ตรวจนับคะแนนใหม่ทั้งหมดของผู้เข้าสอบจำนวน 400,000 คน (คิดเป็นกระดาษคำตอบ 800,000 แผ่น) เพื่อจัดลำดับคะแนน (Ranking) ใหม่ทั้งหมด
โดยผู้ที่ได้คะแนนในลำดับต้นๆ ตามการจัดลำดับใหม่ จะได้รับการบรรจุทดแทนในตำแหน่งที่ว่างลงจากการถูกเพิกถอน
กระบวนการตรวจคะแนนใหม่นี้ จะใช้ข้อมูลจากไฟล์สแกนสำเนากระดาษคำตอบ (แฟลชไดรฟ์) ที่ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเก็บไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากกระดาษคำตอบฉบับจริงอยู่ในการดูแลของ ป.ป.ช.
โดยจะดึงหน่วยงานกลางหรือมหาวิทยาลัยเข้ามาร่วมตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาตรวจประมาณ 15 วัน
นอกจากนี้ จะมีการนำประเด็นเรื่องการ “ยืดอายุบัญชี” เข้าที่ประชุม เพื่อชดเชยเวลาและโอกาสที่เสียไปสำหรับผู้ที่รอการบรรจุด้วย
5. การดำเนินคดีอาญาและสอบสวนทางวินัย
(1) ด้านคดีอาญา: ปัจจุบัน ป.ป.ช. และตำรวจสอบสวนกลางกำลังเร่งสอบสวนเพื่อหาผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าสอบหรือเจ้าหน้าที่ หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการแก้ไขคะแนน จะต้องรับโทษทางอาญาอย่างเด็ดขาด หากสืบสวนพบว่ามีการทุจริตโยงไปถึงการสอบในปีก่อนๆ ก็จะมีการขยายผลสอบสวนย้อนหลังเช่นกัน
(2) ด้านวินัยเจ้าหน้าที่: กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงไปแล้ว 5 คนตั้งแต่ช่วงแรก และจะเรียกสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งกระบวนการ รวมถึงกรรมการคุมสอบสัมภาษณ์ (ภาค ค.) หากพบว่ามีการกดคะแนนหรือเอื้อประโยชน์จากการรับเงิน
(3) ความรับผิดชอบของ กสถ.: คณะกรรมการ กสถ. ที่เป็นผู้รับรองและประกาศรายชื่อในตอนแรก จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และจะต้องเป็นผู้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตนเอง
โดยกระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำว่า เป้าหมายสูงสุดของการดำเนินการในครั้งนี้ คือการทำให้ความจริงกระจ่าง คืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้ที่สอบแข่งขันด้วยความสุจริต และกอบกู้เกียรติภูมิความโปร่งใสของระบบการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...
ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก
หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ
บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?
เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง
“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน
ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง




