ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
รู้จัก “เนทันยาฮู” บุรุษผู้จุดไฟสงครามตะวันออกกลางรอบใหม่ EP 2

รู้จัก “เนทันยาฮู” บุรุษผู้จุดไฟสงครามตะวันออกกลางรอบใหม่ EP 2

Srawut
Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

ในทุกสงคราม…มีทั้ง “ผู้เล่น” และ “ผู้ออกแบบเกม”

และในสมรภูมิรอบนี้

เบนจามิน เนทันยาฮู ไม่ได้เป็นแค่ผู้เล่น

แต่คือคนที่ “จัดกระดาน”

ก่อนจะเดินหมากแรก

1. จากคนเตือนภัย สู่คน “เร่งให้เกิดสงคราม”

รายงานเชิงลึกของ New York Times เปิดภาพที่ชัดกว่าที่เคยมีมา

เนทันยาฮูไม่ได้แค่เสนอแนวคิด

แต่เขา “ทำการขายสงคราม” อย่างเป็นระบบ

ในห้อง Situation Room เขา:

   •   นำเสนอแผนโจมตีอิหร่านแบบครบวงจร

   •   ใช้ข้อมูลข่าวกรองจาก Mossad หนุนความเป็นไปได้

   •   วาดภาพ “ชัยชนะรวดเร็ว” และ “ความเสี่ยงต่ำ”

   •   เสนอแม้กระทั่ง “ฉากหลังการล้มระบอบ” (regime change)

และที่สำคัญที่สุด

เขาทำให้ผู้นำสหรัฐฯ เชื่อว่า

“การไม่ทำอะไร เสี่ยงกว่าการทำสงคราม”

นี่คือ turning point ที่แท้จริง

2. Narrative Warfare ระดับผู้นำ: วิธีที่เขาโน้มน้าวทรัมป์

จากข้อมูล NYT

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ “เนื้อหา”

แต่คือ “วิธีเล่าเรื่อง”

เนทันยาฮูใช้ 3 อาวุธหลัก:

(1) ภาพชัยชนะที่จับต้องได้

ทำลายขีปนาวุธอิหร่านในไม่กี่สัปดาห์

ลดความสามารถตอบโต้แทบเป็นศูนย์

(2) ความเร่งด่วนเชิงเวลา

ยิ่งรอ อิหร่านยิ่งแข็งแกร่ง

โอกาสแบบนี้ “ไม่ได้มีบ่อย”

(3) ภาพอนาคตหลังสงคราม

มีผู้นำใหม่รออยู่

มีแรงลุกฮือภายในประเทศ

แม้หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ จะประเมินว่า

ส่วนหลัง “เพ้อฝัน”

แต่สำหรับผู้นำที่เชื่อใน decisive action อย่างทรัมป์

สิ่งที่เขา “อยากเชื่อ”

มีน้ำหนักมากกว่าสิ่งที่ “พิสูจน์ได้”

3. ความสัมพันธ์ที่ลึกกว่าที่หลายคนคิด

NYT ชี้ชัดว่า

ตลอดหลายเดือนก่อนสงคราม

แนวคิดของทรัมป์และเนทันยาฮู

“สอดคล้องกันมากกว่าที่ทีมงานรอบตัวทรัมป์บางคนเข้าใจ”

นี่ไม่ใช่แค่พันธมิตรทางการทูต

แต่คือ alignment ทาง “โลกทัศน์”

   •   เห็นอิหร่านเป็นภัยเชิงโครงสร้าง

   •   เชื่อในพลังทหารเพื่อแก้ปัญหา

   •   และเชื่อว่าสงครามสามารถ “ปิดเกมเร็ว”

นี่คือเหตุผลที่

แม้จะมีเสียงคัดค้านในห้อง

แต่ไม่มีใคร “หยุดเกม” ได้จริง

4. จากอิหร่านสู่เลบานอน: การขยายสมรภูมิ

หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุดหลังดีลหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน

คือการที่อิสราเอล “เปิดฉากโจมตีเลบานอน”

หากมองผิวเผิน

นี่อาจดูเหมือนการเปิดแนวรบใหม่

แต่ถ้ามองผ่านเลนส์ของเนทันยาฮู

มันคือ “การต่อเนื่องของยุทธศาสตร์เดิม”

เพราะสำหรับเขา:

   •   Hezbollah ในเลบานอน = แขนขาของอิหร่าน

   •   การหยุดยิงกับอิหร่าน ≠ การหยุดภัยคุกคาม

   •   หากปล่อยเวลา = เปิดโอกาสให้ศัตรูฟื้นตัว

ดังนั้น การโจมตีเลบานอน

จึงไม่ใช่การ “แหกข้อตกลง”

แต่คือการ “ปิดช่องว่างของข้อตกลง”

หรือพูดให้ชัดกว่านั้น:

ในเกมของเนทันยาฮู

ไม่มีคำว่า ceasefire — มีแต่ phase ถัดไป

5. กลยุทธ์ “บีบหลายด้าน” (Multi-Front Pressure)

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

สะท้อนยุทธศาสตร์ที่เขาใช้มานาน:

กดดันศัตรูพร้อมกันหลายแนวรบ

   •   อิหร่าน → โจมตีศูนย์กลางอำนาจ

   •   เลบานอน → ตัดแขน Hezbollah

   •   ฉนวนกาซา → คุมพื้นที่ตัวแทน

   •   เวทีโลก → ใช้สหรัฐฯ เป็น force multiplier

เป้าหมายไม่ใช่แค่ “ชนะสงคราม”

แต่คือ ทำลาย ecosystem ของศัตรู

6. ความเสี่ยงที่เขา “เลือกจะรับ”

แม้ข้อมูลข่าวกรองสหรัฐฯ จะเตือนว่า:

   •   การล้มระบอบอิหร่าน “ไม่สมจริง”

   •   สงครามอาจยืดเยื้อ

   •   ช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกปิด

   •   ราคาพลังงานอาจพุ่ง

แต่เนทันยาฮูเลือก “เดิมพัน”

เพราะในมุมของเขา:

ความเสี่ยงจาก “การไม่ทำอะไร”

อันตรายยิ่งกว่า “สงครามเต็มรูปแบบ”

นี่คือ mindset ของผู้นำที่ไม่ได้เล่นเกมระยะสั้น

แต่กำลัง “เขียนสมการความมั่นคงใหม่ทั้งภูมิภาค”

7. สรุป: คนที่ไม่เชื่อในคำว่า ‘หยุด’

หากต้องสรุปบทบาทของเนทันยาฮูในสงครามรอบนี้จากข้อมูลทั้งหมด

เขาไม่ใช่แค่

   •   ผู้ตอบโต้

   •   หรือผู้ป้องกันประเทศ

แต่คือ:

“ตัวเร่งปฏิกิริยา” ของความขัดแย้ง

เขาเร่งจังหวะ

ขยายขอบเขต

และผลักเพดานความเสี่ยงให้สูงขึ้นเรื่อยๆ

จากอิหร่าน…สู่เลบานอน

จากการป้องกัน…สู่การกำหนดเกม

บทส่งท้าย

โลกอาจมองว่านี่คือ “สงครามหลายสมรภูมิ”

แต่สำหรับเนทันยาฮู

มันคือ “สงครามเดียวกัน”

ที่มีหลายฉาก

และเขาไม่ได้ถามว่า

ควรหยุดเมื่อไหร่

แต่ถามว่า:

จะเดินเกมต่ออย่างไร…ให้ศัตรูไม่มีโอกาสกลับมาอีกเลย

Srawut
Author

Srawut

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read