ในยุคที่ภูมิทัศน์ของสื่อเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญที่คนทำสื่อหรือแม้แต่คนทำงานองค์กรต้องเผชิญคือ “เราจะอยู่รอดได้อย่างไร?”
จากประสบการณ์ของ “คุณประสาน อิงคนันท์” ผู้คร่ำหวอดในวงการโทรทัศน์มาอย่างยาวนาน “ ผ่านยุคทีวีรุ่งเรือง สู่การเปิด “บริษัท บุญมีฤทธิ์ มีเดีย จำกัด” และผันตัวมาสร้างคอมมูนิตี้ออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จอย่าง “มนุษย์ต่างวัย” ได้ให้มุมมองและกลยุทธ์ในการปรับตัวที่น่าสนใจและสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง ดังต่อไปนี้
1. ทำไมยุคนี้คนทำงานสื่อถึง “อยู่ยาก” ?
หากมองในมุมของผู้ประกอบการ ความท้าทายในปัจจุบันคือการ “ทำมากแต่ได้เท่าเดิม” ยกตัวอย่างเช่น ในอดีตงบประมาณ 1 ล้านบาทอาจผลิตวิดีโอเพียง 5 ตัว แต่ปัจจุบันงบเท่าเดิมอาจถูกเรียกร้องให้ผลิตวิดีโอถึง 20 ตัว
นอกจากนี้ ส่วนแบ่งการตลาดของสื่อทีวีก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สื่อดิจิทัลเติบโตขึ้น ทำให้สถานีโทรทัศน์หลายแห่งต้องรัดเข็มขัดและปรับโมเดลธุรกิจ เช่น หันไปบริหารศิลปิน จัดคอนเสิร์ต ขายลิขสิทธิ์ละครไปต่างประเทศ หรือเน้นรายการข่าวและการถ่ายทอดสดกีฬาเพื่อความอยู่รอด
อีกหนึ่งปัจจัยคือ ในอดีตคนที่ทำสื่อได้ต้องมีคอนเนกชันและมีเวลาออกอากาศ แต่ยุคนี้ทุกคนเข้าถึงเครื่องมือและมีพื้นที่ของตัวเองได้ ทุกคนจึงกลายเป็นคู่แข่งกันหมด ความท้าทายจึงไปตกอยู่ที่ความโดดเด่นและความคิดสร้างสรรค์

2. แนวทางปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในภูมิทัศน์สื่อยุคใหม่
(1) เลิกติดกับดักการเป็นผู้รับจ้างผลิต และสร้างแบรนด์ของตัวเอง
ในช่วงแรกของการเปิดบริษัท คุณประสานรับจ้างผลิตรายการ ซึ่งมีข้อดีคือรายได้ที่แน่นอน แต่หากทำไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการสร้างแบรนดิ้ง (Branding) ของตัวเอง องค์กรจะค่อยๆ เสื่อมถอยลง เพราะสิ่งที่มีมูลค่าที่สุดสำหรับคนทำสื่อคือการอยู่ได้ในระยะยาว ไม่ใช่แค่การมีรายได้ชั่วคราว
(2) พัฒนาทักษะให้หลากหลาย ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์
คนทำสื่อในยุคนี้ไม่สามารถทำงานเพียงหน้าจอ ทีวี หรือมือถือเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป ครีเอเตอร์ที่เก่งต้องสามารถนำแนวคิดไปต่อยอดในพื้นที่อื่นๆ ได้ เช่น การจัดนิทรรศการ (Exhibition) หรืองานกิจกรรมออฟไลน์ (On-ground event) การมีทักษะเดียวไม่เพียงพอต่อการอยู่รอดอีกต่อไป
(3) ตั้งคำถามเพื่อหา “แกนหลัก” ของตัวเอง
ก่อนที่จะเริ่มทำสื่อหรือคอนเทนต์ใดๆ ควรตั้งคำถามสำคัญ 5 ข้อ ได้แก่:
– เราคือใคร? ทบทวนว่าเรามีความถนัดหรือแพสชันด้านใด เช่น คุณประสานรู้ตัวว่าถนัดงานสารคดีเชิงสาระ ไม่ถนัดงานบันเทิงจ๋า
– อยากทำคอนเทนต์อะไร? เลือกประเด็นที่สนใจและสอดคล้องกับเทรนด์โลก
– ทำใหัใครดู? กลุ่มเป้าหมายยุคนี้ต้องชัดเจน ไม่สามารถใช้คำว่า “บุคคลทั่วไป” ได้อีกต่อไป ต้องมองคนดูเป็น “เผ่า” (Tribe) ที่มีความสนใจเฉพาะเจาะจง
– ต้องการสร้าง Impact อะไร? ผลงานของเราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้สังคมหรือตอบโจทย์องค์กรได้อย่างไร
– จะอยู่รอดได้อย่างไร? ต้องคิดโมเดลธุรกิจและช่องทางหารายได้ควบคู่ไปด้วย

3. กรณีศึกษา: ไอเดียที่นำไปสู่ “มนุษย์ต่างวัย”
เมื่อ 7-8 ปีก่อน สังคมไทยเริ่มตื่นตัวเรื่องสังคมสูงวัย (Aging Society) แต่คนส่วนใหญ่มักทำคอนเทนต์ภาพจำเดิมๆ เช่น ผู้สูงอายุเล่นเปตอง หรือลีลาศ คุณประสานจึงไปศึกษาข้อมูลและพบว่ามันคือ “สังคมอายุยืน” (Longevity Society) คนรุ่นใหม่จะมีอายุยืนยาวกว่าคนรุ่นพ่อแม่
เพจ “มนุษย์ต่างวัย” จึงไม่ได้ทำมาเพื่อคนแก่ แต่ทำเพื่อกลุ่มคนอายุ 40-50 ปีขึ้นไป (Sandwich Generation) ที่ต้องดูแลทั้งลูกและพ่อแม่ ซึ่งคนกลุ่มนี้สนใจเรื่องการวางแผนการเงิน สุขภาพ การงาน ความสัมพันธ์ และจิตใจ
4. กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ “มนุษย์ต่างวัย” แข็งแกร่งและอยู่รอด
(1) ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า
ไม่จำเป็นต้องผลิตงานใหม่ทุกวัน แต่งาน 1 ชิ้น (เช่น วิดีโอสัมภาษณ์ยาว 40 นาที) สามารถนำมาซอยเป็นคลิปสั้น แตกเป็นบทความ หรือทำเป็นรูปภาพ (Photo Album) ได้ ทำให้ประหยัดแรงแต่เข้าถึงคนได้หลายรูปแบบ
(2) เน้นสร้างความไว้วางใจ มากกว่ายอดวิว
ยุคนี้ยอดวิวหรือการทำคอนเทนต์แบบหว่านแห (Mass) ไม่สำคัญเท่าการมี “คอมมูนิตี้” (Community) ที่เหนียวแน่น คอนเทนต์ต้องมีความหมายและมีประโยชน์กับผู้คนจริงๆ
(3) วิเคราะห์ข้อมูลหลังบ้าน (Data) เสมอ
การทำสื่อต้องตามไปดูว่าคนที่กดไลก์ กดแชร์คือใคร และ “แชร์ไปเพื่ออะไร” (เช่น แชร์ให้แม่ดู) ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยกำหนดทิศทางของคอนเทนต์ได้แม่นยำขึ้น
(4) ขยายจักรวาลสู่โลกออฟไลน์
เมื่อมีคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง มนุษย์ต่างวัยได้ต่อยอดไปสู่การทำกิจกรรมวิ่ง, งานแฟร์, การจัดอบรมอาชีพ, และคอร์สวางแผนการเงิน ซึ่งสร้างทั้งรายได้และการมีส่วนร่วมที่จับต้องได้จริงในโลกออฟไลน์
การอยู่รอดของสื่อในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่การวิ่งตามกระแสหรือการกวาดยอดวิวแบบฉาบฉวย แต่คือการมี Direction (ทิศทาง) ที่ชัดเจน การทำคอนเทนต์ที่มีคุณค่า (Evergreen content) ที่คนดูรู้สึกพึ่งพาได้ และการขยายทักษะของตนเองเพื่อเปลี่ยนคอนเทนต์ออนไลน์ให้กลายเป็น “คอมมูนิตี้” ที่สามารถต่อยอดทางธุรกิจและสร้างผลกระทบที่ดีต่อสังคมได้อย่างยั่งยืน

ที่มา : การจัดอบรม “The Creators #2” โครงการอัพสกิลนักสร้างสรรค์เนื้อหาเพื่อส่งเสริมศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน ณ JAL City Bangkok Hotel โดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (RTBPF) และได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยกระทรวงวัฒนธรรม
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...
ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก
หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ
บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?
เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง
“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน
ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง




