“ศุภมาส” วาง 5 โจทย์ใหญ่กองทุนสื่อฯ ชูบทบาท “ สื่อปลอดภัย สื่อสร้างสรรค์ ประชาชนเข้าถึง เข้าใจ ฉลาดใช้อย่างเท่าเทียม”
วันนี้ (1 กรกฎาคม 2569) เวลา 10.00 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนการดำเนินงาน แผนการเงิน และงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พร้อมมอบนโยบายและทิศทางการดำเนินงาน ณ ห้องประชุมไดมอนด์โดม ชั้น 22 โรงแรมควีนส์แลนด์ กรุงเทพมหานคร
โดยมี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหารกองทุนฯ เข้าร่วม

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นปีสุดท้ายของแผนยุทธศาสตร์กองทุนฯ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 ถึง 2570) จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสรุปผลและกำหนดทิศทางในระยะต่อไป โดยรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบโจทย์เชิงนโยบาย 5 ประการ เพื่อใช้เป็นกรอบจัดทำแผนปี 2570
ได้แก่ ปรับบทบาทกองทุนฯ จากผู้ให้ทุนสู่การเป็นภาคีร่วมสร้าง (Co-creator) ด้วยรูปแบบการสนับสนุนที่คล่องตัวมากขึ้น, บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมประชาสัมพันธ์ และ บมจ.อสมท เพื่อพัฒนา Local Content Creators และ Local Heroes ในทุกจังหวัด, จัดทำแนวปฏิบัติร่วม (Code of Conduct) และสนับสนุนแพลตฟอร์มดิจิทัลของไทย, สร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนทุกช่วงวัยผ่านกิจกรรมรู้เท่าทันภัยออนไลน์ และผลักดันการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคในการต่อยอดผลงานสร้างสรรค์และทรัพย์สินทางปัญญา
“โจทย์ทั้ง 5 ข้อนี้คือความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่าย เพื่อสร้างพื้นที่สร้างสรรค์และปลอดภัย ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนเข้าถึง เข้าใจ และฉลาดใช้สื่อได้อย่างเท่าเทียม ดิฉันพร้อมผลักดันและสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้แผนปี 2570 นำไปปฏิบัติได้จริงและเกิดผลต่อประเทศอย่างยั่งยืน
และขอให้ทางกองทุนฯ ปรับหลักเกณฑ์การขอรับทุนสนับสนุนให้มีความยืดหยุ่น โดยลดเอกสาร เฟ้นหา Creator คุณภาพ เพื่อสื่อสารเนื้อหาที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม” นางสาวศุภมาสกล่าว

บทบาทสำคัญของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ คือการเป็นกลไกหลักของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการผลิตสื่อที่มีคุณภาพ สร้างสรรค์ และปลอดภัยต่อสังคม โดยเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย ภาคประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานต่าง ๆ ยื่นขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อผลิตสื่อสร้างสรรค์ เช่น สื่อโทรทัศน์ วิทยุ ภาพยนตร์ สื่อออนไลน์ หรือนวัตกรรมสื่อรูปแบบใหม่
พร้อมสนับสนุนการสร้างสื่อต้นแบบที่มีสาระประโยชน์ ส่งเสริมวัฒนธรรม การเรียนรู้ และคุณธรรม เพื่อเป็นทางเลือกที่ดีให้แก่สังคม อีกทั้งรณรงค์และสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ให้สามารถวิเคราะห์ คัดกรอง และเลือกรับสื่ออย่างมีวิจารณญาณ ไม่ตกเป็นเหยื่อของสื่อที่ไม่ปลอดภัย โดยประสานความร่วมมือกับเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางสื่อที่ดี

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ในฐานะที่ดิฉันก็เป็นแม่คนหนึ่ง ดิฉันเข้าใจดีว่าพ่อแม่ทุกคนเป็นห่วงลูกหลานเมื่อต้องใช้สื่อออนไลน์ เด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ ล้วนถูกหลอกลวงได้ง่ายจากมิจฉาชีพ ผู้ไม่หวังดีที่ใช้สื่อสมัยใหม่เป็นเครื่องมือ รวมทั้งอาจถูกยุยงปลุกปั่นสร้างความเกลียดชังในสังคม
การสร้างความเข้าใจในการเลือกใช้สื่อและรับสื่อที่สร้างสรรค์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ดิฉันอยากให้กองทุนฯ สร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ให้คนทุกวัยรู้เท่าทันภัยออนไลน์และดูแลกันได้จริง
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้ทางเว็บไซต์ www.thaimediafund.or.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจ “กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์”


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...
ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก
หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ
บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?
เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง
“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน
ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง




