ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?
The Insight News
ย้อนอดีต การแบ่งขั้วการเมืองไทย “พรรคเทพ พรรคมาร”

ย้อนอดีต การแบ่งขั้วการเมืองไทย “พรรคเทพ พรรคมาร”

Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

ท่ามกลางฝุ่นตลบของการเมืองไทยปลายปี 2568 ต่อเนื่องปี 2569 เสียงที่ดังที่สุดในสนามเลือกตั้ง ไม่ใช่เสียงปราศรัยขายนโยบายปากท้อง แต่กลับเป็นเสียงประกาศก้องของ “จุดยืน” ที่ขีดเส้นแบ่งมิตรและศัตรูอย่างชัดเจน

“พรรคประชาธิปัตย์” ยุคอภิสิทธิ์รีเทิร์น ประกาศไม่ร่วมรัฐบาลที่มี “พรรคกล้าธรรม” ขณะที่ “พรรคประชาชน” ยืนกรานไม่จับมือกับ “พรรคภูมิใจไทย” ที่บาดแผลจากการถูกหักเหลี่ยม ยังคงอักเสบอยู่ และไม่จับมือกับ “พรรคกล้าธรรม” ส่วน “พรรคภูมิใจไทย” ก็ประกาศไม่จับมือกับ “พรรคประชาชน” เช่นกัน หากไม่มีความชัดเจนว่า ได้ล้มเลิกความตั้งใจในการตะแก้กฎหมาย ม. 112 แล้ว

ส่วน “พรรคเพื่อไทย” จากความบอบช้ำทางการเมืองอย่างหนัก และวางกลยุทธ์เป็น “พรรคตัวแปร” หลังเลือกตั้งปี 2569 ที่ไม่จำเป็นต้องชนะ แต่ต้องได้เป็นรัฐบาล จึงมีท่าทีที่เปิดกว้าง พร้อมร่วมงานกับทุกพรรคการเมือง

และหากจะว่าไปแล้ว การเมืองไทยก็มีการแบ่งข้างกันมาทุกการเลือกตั้ง อย่างในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคเพื่อไทยได้ประกาศ “ไม่เอาพรรคลุง” แต่สุดท้ายก็ได้มาร่วมรัฐเดียวกัน

หรือในกรณีของ “พรรคประชาชน” ที่มีดีลพิสดารกับ “พรรคภูมิใจไทย” ด้วยการโหวตให้ “อนุทิน” เป็นนายกฯ แม้จะไม่เข้าร่วมรัฐบาล แต่ก็สร้างความผิดหวังและงงงวยให้กับฐานเสียงไม่น้อย ก่อนจะถูกหักดิบเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ จนกลายเป็นอีกพรรคที่สุดช้ำในห้วงเวลานี้

ซึ่งหากย้อนไปในอดีต ณ ช่วงที่มีการแยกขั้วทางการเมืองในระดับเล่นใหญ่ไฟกระพริบ ก็ต้องยกให้กับ กรณี”พรรคเทพ พรรคมาร” ช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535

1. จุดกำเนิด พรรคเทพ พรรคมาร ทางการเมือง

ย้อนกลับไปในปี 2534-2535 บรรยากาศการเมืองไทยตึงเครียดจากการรัฐประหารของ รสช. ที่พยายามสืบทอดอำนาจผ่านกลไกการเลือกตั้ง เครื่องมือสำคัญในเวลานั้นคือ “สามัคคีธรรม” พรรคที่ถูกมองว่าเป็นเพียงนั่งร้านให้ทหาร โดยใช้วิธีรวบรวมนักการเมืองหน้าเดิมและผู้มีอิทธิพลเข้ามาอยู่ในสังกัดเพื่อการันตีตัวเลขในการเลือกตั้ง

จุดแตกหักเริ่มขึ้นเมื่อ “พล.อ.สุจินดา คราประยูร” แกนนำ รสช. ผู้เคยลั่นวาจาว่า จะไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่จำเป็นต้องกลืนน้ำลายตัวเองด้วยวาทะประวัติศาสตร์ “เสียสัตย์เพื่อชาติ” ขึ้นรับตำแหน่งนายกฯ เหตุการณ์ในครั้งนั้นคือเชื้อไฟที่แบ่งแยกรัฐสภาไทยออกเป็นสองซีกทันที โดยได้รับการเรียกขานจากสื่อมวลชนและกลายเป็นนิยามที่แพร่หลายขึ้นอย่างรวดเร็วว่า “พรคคเทพ พรรคมาร”

– ฝ่ายพรรคมาร: คือ 5 พรรคการเมืองที่ยกมือสนับสนุน พล.อ.สุจินดา (สามัคคีธรรม, ชาติไทย, กิจสังคม, ประชากรไทย และราษฎร)

– ฝ่ายพรรคเทพ: คือ 4 พรรคที่ทำหน้าที่ค้านหัวชนฝา (ความหวังใหม่, ประชาธิปัตย์, พลังธรรม และเอกภาพ) ซึ่งกลายเป็นความหวังของประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตย

2. การแบ่งข้างทางการเมือง จากอดีต สู่ปัจจุบัน

การต่อสู้ไม่ได้จบแค่ในสภา เมื่อ “ม็อบมือถือ” ซึ่งประกอบด้วยชนชั้นกลาง นักธุรกิจ และคนทำงานในเมือง ออกมารวมตัวกันขับไล่รัฐบาล จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมพฤษภาทมิฬ และจบลงด้วยการลาออกของ พล.อ.สุจินดา

แต่หลังการเลือกตั้งครั้งนั้น สุดท้ายฝั่งพรรคเทพ 4  พรรค ที่มี “ประชาธิปัตย์” เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็มีความจำเป็นต้องดึงพรรคฝ่ายตรงข้ามเข้าร่วม เพื่อให้มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา

การแบ่งขั้ว แบ่งข้าง ประกาศจุดยืน เป็นกลยุทธ์ทางการเลือกตั้งที่นักการเมืองไทยใช้มาทุกยุคทุกสมัย และกลยุทธ์นี้ก็ยังคงดำเนินต่อไปในทุกการเลือกตั้ง แม้สุดท้ายแล้วสิ่งที่กำหนดว่า พรรคใดจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคไหน จะใช้จำนวนตัวเลข สส. เป็นตัวตั้ง และเมื่อถึงเวลานั้นก็จะวาทะต่างๆ ออกมาอธิบายมากมาย ถึงความจำเป็น โดยข้ออ้างที่ใช้มาทุกยุคทุกสมัย นั่นก็คือ เพื่อประเทศชาติ และประชาชน

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทย

สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวใหญ่เพื่อทวงคืนประเทศไทยภายใต้แนวคิด "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" โดยมุ่งตรวจสอบการทุจริตและปกป้องอธิปไตย

Srawut··1 min read

หมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVIS

AI agent ASTRA ยุคใหม่เปลี่ยนวิธีการสร้างเนื้อหา ความน่าเชื่อถือและคุณค่าต่อสังคมกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญแทนความเร็วการผลิต

Srawut··1 min read

ผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลัง

นนทบุรีเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. โพลล่าสุดแสดง "นฤพนธ์" นำด้วย 37.27% จากแบรนด์ผึ้งหลวง ขณะ "เดชรัต" ของพรรคประชาชนได้ 27.55%

Srawut··1 min read

ประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมาย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1 เพื่อจัดระเบียบและปิดช่องโหว่กฎหมายในการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์

Srawut··1 min read