การเมืองไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาได้เกิดขึ้นในการประชุมองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อต้องโหวตแข่งขันกันถึง 4 รอบ ก่อนจะมีมติเสียงข้างมากเลือก “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” ให้ก้าวขึ้นเป็น “ว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่” ต่อจาก “ศาสตราจารย์ ดร. นครินทร์ เมฆไตรรัตน์”
โดย “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” ถือว่าเป็นหนึ่งใน “คีย์แมน” ที่ร่วมชี้ชะตานักการเมือง พรรคการเมือง และทิศทางของประเทศมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
คำถามที่น่าสนใจคือ ชายผู้ที่ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง “ประธานศาลรัฐธรรมนูญ” มีเส้นทางความเป็นมาอย่างไร ?และอดีตการลงมติของเขา บอกอะไรกับเราบ้าง ?
1. จาก “ทหารเรือ” สู่ “ศาลรัฐธรรมนูญ”
หากมองย้อนกลับไป เส้นทางของ “อุดมไ ไม่ได้เริ่มต้นที่กระทรวงยุติธรรมโดยตรง บัณฑิตนิติศาสตร์จากรั้วรามคำแหง และเนติบัณฑิตไทยผู้นี้ เริ่มต้นชีวิตข้าราชการด้วยการสวมเครื่องแบบทหารเรือ ในตำแหน่ง “นายทหารพระธรรมนูญ” (พ.ศ. 2519-2524)
ก่อนที่เขาจะเบนเข็มเข้าสู่สายผู้พิพากษา และไต่เต้าตั้งแต่ศาลชั้นต้นในต่างจังหวัด เข้าสู่ศาลอุทธรณ์ และขึ้นสู่ศาลฎีกา จนได้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในศาลยุติธรรมคือ ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา
ความโดดเด่นนี้เองที่ทำให้เขาก้าวเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญในเดือนเมษายน 2563 โดยผ่านการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา

2. สแกนทิศทางการลงมติ: 10 คดีประวัติศาสตร์ชี้ชะตาประเทศ
ตลอดระยะเวลาที่ทำหน้าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ “อุดม” ได้ลงมติไว้ในคดีสำคัญมากมาย ซึ่งหากนำมาจัดกลุ่ม เราจะเห็นรูปแบบและวิธีคิดทางกฎหมายที่น่าสนใจ ดังนี้
(1) กลุ่มคดี “ชี้ชะตาผู้นำและรัฐมนตรี”
– คดี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า (2564) : ลงมติเอกฉันท์ (9:0) ว่าคุณสมบัติ “ไม่สิ้นสุดลง” แม้มีคำพิพากษาคดียาเสพติดจากออสเตรเลีย โดยยึดหลักอำนาจอธิปไตยทางศาลที่คำพิพากษาต่างประเทศไม่ผูกพันไทย
– คดี 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (2565) : เขาเป็น 1 ใน 6 เสียงข้างมากที่ชี้ว่าความเป็นนายกฯ “ไม่สิ้นสุดลง” โดยให้นับจุดเริ่มต้นวาระจากวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 2560
– คดีซุกหุ้นนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ (2567) : น่าสนใจว่าในคดีนี้ เขาเลือกโหวตสวนทางกับเสียงส่วนใหญ่ โดยเป็น “เสียงข้างน้อย” ที่มองว่านายศักดิ์สยามไม่มีความผิด
– คดีถอดถอนนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน (2567) : เขาเป็น 1 ใน 5 เสียงข้างมากที่ “ชี้ขาด” ให้ความเป็นรัฐมนตรี “สิ้นสุดลง” จากปมแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน
– คดีถอดถอนนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร (2568) : เขาลงมติในกลุ่มเสียงข้างมาก ให้ความเป็นนายกรัฐมนตรี “สิ้นสุดลง” จากปมคลิปเสียงหลุดกับอดีตผู้นำกัมพูชา
(2) กลุ่มคดี “พรรคก้าวไกลและขบวนการราษฎร”
– คดีชุมนุม 10 ข้อเรียกร้องของแกนนำราษฎร (2564): ลงมติเสียงข้างมาก (8:1) ว่าการปราศรัยเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่มีเจตนาล้มล้างการปกครอง
– คดีหุ้นสื่อ iTV นายพิธา (มกราคม 2567): เขาเป็นเสียงข้างมาก (8:1) ที่วินิจฉัยให้นายพิธายังคงสถานะ สส. ต่อไป โดยมองตามข้อเท็จจริงว่า iTV ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อมวลชนแล้ว ณ วันสมัครรับเลือกตั้ง
– คดีหาเสียงแก้ ม.112 (2567): ลงมติเอกฉันท์ (9:0) ว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง
– คดียุบพรรคก้าวไกล (2567): ลงมติเอกฉันท์ (9:0) ให้ยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 10 ปี (ซึ่งต่อมาเกิดวาทะที่ถูกวิจารณ์ในเวทีสาธารณะว่า “ต้องขอบคุณผมนะที่ยุบพรรค… ยุบปั๊บไปเปิดพรรคใหม่ได้เงินบริจาคตั้ง 20-30 ล้าน”)
(3) กลุ่มคดี “การตรวจสอบอำนาจบริหารขั้นสุดยอด”
– คดี พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท (2569): ลงมติเสียงข้างมาก (7:2) รับรองความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการออก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อแก้วิกฤติพลังงาน

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญของ “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่การเมืองไทยมีความซับซ้อน บทบาทและการทำหน้าที่ของสถาบันตุลาการนับจากนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลต่อบรรทัดฐานทางกฎหมาย และทิศทางการเมืองของประเทศในอนาคต
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...
ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก
หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ
บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?
เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง
“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน
ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง




