เปิดรายละเอียดและขั้นตอนการเจรจาหยุดยิง ระหว่าง สหรัฐและอิหร่าน ก่อนวันประชุม 10 เมษายน 2569 ที่กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน หรือ “Islamabad Talks”
รายละเอียดของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน (ข้อมูล ณ วันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 2026) มีความคืบหน้าสำคัญดังนี้
1. ภาพรวมข้อตกลง
ระยะเวลา: สหรัฐฯ และอิหร่านตกลง หยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์
ขอบเขต: ครอบคลุมการหยุดยิงในทุกสมรภูมิ รวมถึงในเลบานอนและพื้นที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพันธมิตรของทั้งสองฝ่าย
เส้นตาย: ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นเพียงไม่ถึง 2 ชั่วโมงก่อนจะถึงกำหนดเส้นตายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทั่วอิหร่าน

2. เงื่อนไขสำคัญ (ข้อเสนอของอิหร่าน)
อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอ 10 ประการ ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ยอมรับว่าเป็น “พื้นฐานที่ใช้ได้” (workable basis) ในการเจรจา ซึ่งสรุปแล้วมีสาระสำคัญหลักๆ ดังนี้:
การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ: อิหร่านต้องตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้มีการสัญจรอย่างปลอดภัยและทันที เพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลระงับการโจมตี
การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร: อิหร่านเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรหลักทั้งหมด
การรับรองความปลอดภัย: สหรัฐฯ ต้องให้คำมั่นว่าจะไม่มีการรุกรานอิหร่านเพิ่มเติม
สิทธินิวเคลียร์: การยอมรับสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน (โดยทรัมป์ระบุว่าประเด็นนี้จะได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมในช่วง 2 สัปดาห์นี้)
ค่าชดเชย: มีรายงานว่าอิหร่านเรียกร้องให้มีการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งด้วย
3. ขั้นตอนต่อไป: “Islamabad Talks”
การเจรจาระดับสูง: ทั้งสองฝ่ายตกลงจะส่งตัวแทนไปเจรจาโดยตรงที่ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน ค.ศ. 2026 เพื่อหาข้อสรุปของข้อตกลงสันติภาพระยะยาว
เป้าหมาย: มุ่งเป้าที่จะสรุปและทำข้อตกลงให้เสร็จสมบูรณ์ (Consummated) ภายในกรอบเวลา 2 สัปดาห์ของการหยุดยิงนี้
ในการเจรจาที่จะเกิดขึ้นที่ กรุงอิสลามาบัด ในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2026 นี้ หัวข้อหลักที่ตัวแทนจากวอชิงตันและเตหะรานจะวางไว้บนโต๊ะเจรจา มี 4 ประเด็นชี้ขาด คือ
(1) การรับรองความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือ (Maritime Security)
ประเด็นหลัก: สหรัฐฯ ต้องการให้ตัวแทนอิหร่านลงนามในข้อตกลง “เปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบถาวร” และยุติการโจมตีเรือพาณิชย์โดยกลุ่มฮูตีในทะเลแดง
ข้อแลกเปลี่ยน: อิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ ถอนกองเรือบรรทุกเครื่องบินบางส่วนออกจากพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย เพื่อลดแรงกดดันทางทหาร
(2) อนาคตของโครงการนิวเคลียร์ (Nuclear Program Boundaries)
ประเด็นหลัก: สหรัฐฯ (ภายใต้การนำของทรัมป์) ต้องการข้อตกลงใหม่ที่เข้มงวดกว่า JCPOA เดิม โดยสั่งให้ “หยุด” การเสริมสมรรถนะยูเรเนียมระดับสูงทันที
ข้อแลกเปลี่ยน: อิหร่านยื่นเงื่อนไขว่าต้องได้รับสิทธิในการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพ และต้องไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเข้าไปในฐานทัพทหารของตน
(3) การผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ (Sanctions Relief)
ประเด็นหลัก: อิหร่านต้องการให้มีการ ปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศ (มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์) และอนุญาตให้ส่งออกน้ำมันได้ตามปกติทันที
ข้อแลกเปลี่ยน: สหรัฐฯ ยื่นเงื่อนไขว่าการปลดล็อกจะทำเป็น “ลำดับขั้น” (Phased Approach) ตามความคืบหน้าของการปฏิบัติตามข้อตกลง

(4) บทบาทของกลุ่มตัวแทน (Proxy Militias)
ประเด็นหลัก: นี่คือหัวข้อที่ยากที่สุด โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลต้องการให้อิหร่าน “ยุติการสนับสนุนทางการเงินและอาวุธ”แก่กลุ่มเฮซบอลเลาะห์และกลุ่มติดอาวุธในอิรัก
ข้อแลกเปลี่ยน: อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารที่รุกรานอธิปไตยของกลุ่มพันธมิตรของตนในภูมิภาค
4. ใครจะเป็นคนคุมการเจรจา ?
เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน จะทำหน้าที่เป็น “ประธานร่วม” ในบางเซสชัน เพื่อคอยไกล่เกลี่ยเมื่อการเจรจาถึงทางตัน โดยมีทีมงานจากกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานคอยสนับสนุนด้านข้อมูลเทคนิคครับ
การเจรจาในวันศุกร์นี้ถูกมองว่าเป็น “นาทีประวัติศาสตร์” เพราะหากล้มเหลว สัญญาหยุดยิง 2 สัปดาห์อาจสิ้นสุดลงเร็วกว่าที่กำหนด
นี่คือรายชื่อตัวแทนระดับสูง (Big Names) ที่ได้รับการยืนยันว่าจะตบเท้าเข้าสู่กรุงอิสลามาบัด เพื่อเปิดโต๊ะเจรจาประวัติศาสตร์ในวันที่ 10 เมษายน 2026 นี้
(1) ฝ่ายสหรัฐอเมริกา (ทีมงานสายเหยี่ยวของทรัมป์)
มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio): รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (Secretary of State) เป็นหัวหน้าคณะเจรจา ซึ่งเป็นคนที่ทรัมป์ไว้ใจให้คุมนโยบายต่างประเทศที่เน้นความเด็ดขาด
ไมเคิล วอลซ์ (Michael Waltz): ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Advisor) จะดูแลประเด็นเรื่องภัยคุกคามทางทหารและกลุ่มตัวแทน (Proxies) ในภูมิภาค
(2) ฝ่ายสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (ตัวแทนสายประนีประนอม)
อับบาส อารักชี (Abbas Araghchi):รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจรจานิวเคลียร์ที่เคยทำงานใกล้ชิดกับผู้นำสูงสุด เพื่อให้มั่นใจว่าการตกลงครั้งนี้จะไม่เสียเปรียบ
อาลี บาเกรี กานี (Ali Bagheri Kani):รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศและหัวหน้าทีมเจรจานิวเคลียร์ ซึ่งมีประสบการณ์โชกโชนในการรับมือกับแรงกดดันจากตะวันตก
(3) ฝ่ายเจ้าภาพและคนกลาง (ปากีสถาน)
เชห์บาซ ชารีฟ (Shehbaz Sharif):นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ในฐานะผู้ประสานงานหลักและผู้ดูแลความเรียบร้อยของการประชุม
อิสฮัก ดาร์ (Ishaq Dar): รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน จะเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในการจัดเตรียมข้อเสนอทางเศรษฐกิจ (Sanctions Relief) ที่เป็นจุดอ่อนไหวของการเจรจา
(4) ผู้สังเกตการณ์พิเศษ (จากชาติมหาอำนาจ)
ตัวแทนจากจีน: มีรายงานว่ารัฐมนตรีต่างประเทศของจีนจะเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย เนื่องจากจีนมีอิทธิพลสูงต่ออิหร่านและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับปากีสถาน (ภายใต้โครงการ CPEC)

5. ที่น่าจับตาที่สุด
คือการจัดเตรียม “Red Line” หรือเส้นตายของแต่ละฝ่าย โดยฝ่ายสหรัฐฯ จะเน้นเรื่องการหยุดอาวุธนิวเคลียร์ ส่วนอิหร่านจะเน้นเรื่องการถอนการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจทันที
การประชุมครั้งนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้การรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดใน “Green Zone” ของอิสลามาบัด เพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อน
หากการเจรจาที่ อิสลามาบัด ในวันที่ 10 เมษายนนี้ไม่ประสบความสำเร็จ สหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ ได้เตรียม “Plan B” ที่เน้นการใช้มาตรการกดดันขั้นสูงสุด (Maximum Pressure 2.0) ไว้ดังนี้
(1) ปฏิบัติการทางทหารแบบจำกัดเป้าหมาย (Kinetic Action)
ทรัมป์ประกาศชัดเจนว่าหากไม่มีข้อตกลง สหรัฐฯ จะเปลี่ยนจากการขู่เป็นการลงมือทำจริง โดยมุ่งเป้าไปที่:
– โครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์: การโจมตีทางอากาศต่อโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่สำคัญ เช่น ที่ Natanz หรือ Fordow
– คลังน้ำมันและท่าเรือ: โจมตีจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเพื่อตัดรายได้หลักของรัฐบาลอิหร่านทันที
(2) การปิดล้อมทางทะเลเต็มรูปแบบ (Total Maritime Blockade)
สหรัฐฯ จะใช้กองเรือบรรทุกเครื่องบินในอ่าวเปอร์เซียและทะเลแดงเพื่อ “สกัดกั้น”เรือขนส่งน้ำมันทุกลำที่ออกจากอิหร่าน
เป็นการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรด้วยกำลังทหาร เพื่อให้ยอดการส่งออกน้ำมันของอิหร่านกลายเป็น “ศูนย์” อย่างแท้จริง
(3) มาตรการ “Snapback” และการคว่ำบาตรขั้นรุนแรง
– สหรัฐฯ จะกดดันพันธมิตรในยุโรปและ UN ให้ใช้มาตรการ Snapback เพื่อนำการคว่ำบาตรสากลทั้งหมดที่เคยยกเลิกไปกลับมาบังคับใช้ใหม่
– คว่ำบาตรประเทศที่สาม: ใครก็ตามที่ยังซื้อน้ำมันหรือทำธุรกรรมกับอิหร่าน (รวมถึงธนาคารในจีน) จะถูกตัดออกจากระบบการเงินโลกของสหรัฐฯ ทันที
(4) การเปลี่ยนผ่านอำนาจในอิหร่าน (Regime Stability Pressure)
สนับสนุนการประท้วงภายในและกลุ่มต่อต้านรัฐบาลผ่านสงครามข้อมูลข่าวสาร เพื่อสร้างความสั่นคลอนให้กับรัฐบาลเตหะรานจากภายในประเทศเอง
(5) บทสรุปของความเสี่ยง
Plan B นี้ถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะนำไปสู่ “สงครามเต็มรูปแบบ” (All-out War)ในตะวันออกกลาง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกและเศรษฐกิจอย่างรุนแรง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เชห์บาซ ชารีฟ จึงพยายามอย่างหนักเพื่อให้ Plan A (การเจรจา) สำเร็จ
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทย
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เพื่อเติมสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย
ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก




