ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน“นงนุช เวิลด์ พัทยา” จับมือ Ctrip รุกตลาดโลก ชู Family Destination หนุนท่องเที่ยวไทย“สามารถ” กังขา กทม. พับแผนแก้มลิง “คู้บอน-บางชัน” ท้าเปิดข้อมูลพิสูจน์ !ชัยชนะ ยัน ศึกซักฟอกฯ ไม่ใช่บันเทิงธิปไตย มีหลักฐานเด็ดซัดรัฐบาลวิเคราะห์ผลสำรวจนิด้าโพล เมื่อน้ำท่วม กทม. ศรัทธาประชาชนอยู่ที่ใคร ?ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน“นงนุช เวิลด์ พัทยา” จับมือ Ctrip รุกตลาดโลก ชู Family Destination หนุนท่องเที่ยวไทย“สามารถ” กังขา กทม. พับแผนแก้มลิง “คู้บอน-บางชัน” ท้าเปิดข้อมูลพิสูจน์ !ชัยชนะ ยัน ศึกซักฟอกฯ ไม่ใช่บันเทิงธิปไตย มีหลักฐานเด็ดซัดรัฐบาลวิเคราะห์ผลสำรวจนิด้าโพล เมื่อน้ำท่วม กทม. ศรัทธาประชาชนอยู่ที่ใคร ?
The Insight News
ทำความรู้จัก “วีระพงษ์ ประภา” รองหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน แต่เป็นที่ปรึกษารัฐบาล

ทำความรู้จัก “วีระพงษ์ ประภา” รองหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน แต่เป็นที่ปรึกษารัฐบาล

Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

ในแวดวงการเมืองที่มักขีดเส้นแบ่งระหว่าง “ฝ่ายค้าน” และ “รัฐบาล” ปรากฏการณ์ที่รัฐมนตรีดึงตัวแกนนำระดับสูงของพรรคฝ่ายค้านมาร่วมทีม ย่อมไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยนัก

แต่สิ่งนี้เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 เมื่อ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประกาศตั้ง “ดรีมทีม” 12 ที่ปรึกษา กู้อวิกฤตเศรษฐกิจ และรายชื่อที่สร้างแรงสั่นสะเทือนที่สุดคือ “วีระพงษ์ ประภา” ซึ่งปัจจุบันสวมหมวกใบใหญ่ในฐานะ “รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ”

คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมรัฐมนตรีพาณิชย์ถึงยอมเสี่ยงถูกด่าว่า “ไร้มารยาททางการเมือง” เพื่อดึง “วีระพงษ์” มาร่วมทีม  ? และทำไมเขาถึงกลายเป็น “ชิ้นส่วนสำคัญ” ที่รัฐบาลต้องการ ในยามที่โลกกำลังทำสงครามการค้า ?

1. จากลูกหลานพ่อค้าหาดใหญ่ สู่เวทีการศึกษาและบรรษัทระดับโลก

“วีระพงษ์” เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2527 (ปัจจุบันอายุ 41 ปี) เติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา การเติบโตในเมืองหลวงแห่งการค้าชายแดนภาคใต้ ทำให้เขาซึมซับพลวัตของเศรษฐกิจมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะเดินทางไปบ่มเพาะวิชาความรู้ที่ประเทศนิวซีแลนด์

โปรไฟล์การศึกษาของเขาเรียกได้ว่าหาตัวจับยาก เขาคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 ควบ 3 สาขา (บัญชี, ธุรกิจระหว่างประเทศ, กฎหมายพาณิชย์) จาก Victoria University of Wellington ก่อนจะต่อยอดปริญญาโทด้านการพัฒนาระหว่างประเทศที่ London School of Economics (LSE) และคว้า Executive MBA จาก University of Cambridge ด้วยทุนเกียรติยศสำหรับผู้มีผลงานโดดเด่นในภาคประชาสังคม

เส้นทางอาชีพของเขาเริ่มต้นในฐานะผู้ตรวจสอบบัญชีและที่ปรึกษาทางการเงินของ Ernst & Young (EY) หนึ่งในบริษัทบัญชี “Big 4” ของโลก ทั้งในสาขานิวซีแลนด์และลอนดอน งานนี้สอนให้เขารู้จักไส้ในของระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และกลไกทุนนิยมของบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติอย่างทะลุปรุโปร่ง

2. ก้าวข้ามเส้นแบ่งทุนนิยม สู่ “นักรบ NGO”

จุดหักเหที่ทำให้โปรไฟล์ของ “วีระพงษ์” โดดเด่นกว่านักการเมืองสายเศรษฐกิจทั่วไป คือการตัดสินใจทิ้งหมวกที่ปรึกษาฝั่งนายทุน มาสวมหมวกนักขับเคลื่อนสังคม เขาเข้าร่วมงานกับ Oxfam ในฐานะที่ปรึกษานโยบายอาวุโสนานถึง 8 ปี (พ.ศ. 2557–2565)

ที่นั่น เขาใช้ความรู้แบบฉบับนักบัญชีมาเจรจาและกดดันบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Amazon หรือ Walmart ให้ต้องยอมปรับเปลี่ยนมาตรฐานการทำธุรกิจ โดยคำนึงถึงสิทธิแรงงานและสิ่งแวดล้อม

ก่อนจะย้ายไปเป็นผู้จัดการอาวุโสที่ Freedom Fund ในกรุงลอนดอนเพื่อต่อสู้กับปัญหาการค้ามนุษย์ ประสบการณ์กว่า 20 ปี ในเวทีสากลนี้เอง ที่หล่อหลอมวิสัยทัศน์ “การค้าที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ให้กับเขา

3. เลือดใหม่ประชาธิปัตย์

เมื่อก้าวเข้าสู่สมรภูมิการเมือง วีระพงษ์เลือกสังกัด พรรคประชาธิปัตย์ โดยนั่งแท่นรองหัวหน้าพรรคด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เขาเปรียบเสมือนเลือดใหม่ (New Blood) ที่พยายามเข้ามารีโนเวตพรรค ด้วยการนำเสนอวิสัยทัศน์ที่จับต้องได้

แต่นอกเหนือจากมิติเศรษฐกิจแล้ว วีระพงษ์ยังได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสิทธิมนุษยชนและการเมืองไทย เมื่อเขาจดทะเบียนสมรสกับ ฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568

4. ทำไม “วีระพงษ์” จึงเป็นที่ต้องการของ “ศุภจี”

ในยุคที่โลกกำลังปั่นป่วนจากการกลับมาของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่จ้องจะตั้งกำแพงภาษีสูงลิ่ว ประเทศไทยจำเป็นต้องหาเกราะคุ้มกันใหม่ ซึ่งก็คือการเร่งปิดดีล ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (Thai-EU FTA) ให้สำเร็จ

ปัญหาคือ สหภาพยุโรปตั้งมาตรฐานการเจรจาไว้สูงมาก ทั้งเรื่องคาร์บอน สิทธิแรงงาน และสิ่งแวดล้อม ซึ่งข้าราชการหรือนักการเมืองแบบดั้งเดิมมักรับมือได้ยาก รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร จึงเคยมอบหมายให้เขาเป็น “ผู้แทนการค้าไทย” เพื่อรับบทหัวหอกในการเจรจาเรื่องนี้มาแล้ว

เมื่อมีการจัดตั้ง ครม. อนุทิน 2 “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รมว.พาณิชย์คนใหม่ มองเห็นแล้วว่าการเจรจา FTA รอบที่ 9 ในเดือนมิถุนายน 2569 จำเป็นต้อง “สะเด็ดน้ำ” เธอจึงไม่มีเวลามานั่งสอนงานคนใหม่ การดึง “วีระพงษ์”กลับมาเป็นที่ปรึกษาแบบ “ไร้ค่าตอบแทน” เพื่อสานต่องานเจรจาที่เขาคุ้นเคย จึงเป็นทางเลือกแบบนักบริหารที่เน้นผลลัพธ์เป็นที่ตั้ง

แต่ผลลัพธ์ทางการเมืองกลับดุเดือดกว่าที่คิด การไปดึงตัว “รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” มาร่วมงานโดยพลการ ทำให้กลุ่มแม่ยกพรรค ปชป. นำโดย “ติ๊งต่าง” กาญจนี วัลยะเสวี ออกมาเปิดฉากถล่มศุภจีอย่างรุนแรงว่า “ไร้มารยาท” ข้ามหัวผู้ใหญ่ในพรรค และตั้งคำถามเจ็บแสบว่า สส. พรรคแกนนำรัฐบาลไม่มีคนเก่งแล้วหรือ ถึงต้องมาหยิบยืมบุคลากรจากพรรคอื่น

5. รัฐบาล ขาดแคลนมืออาชีพ ?

ความขัดแย้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องดราม่าแม่ยกหวงคนในพรรค แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงข้อเท็จจริงที่น่าตกใจของเศรษฐศาสตร์การเมืองไทย

(1) รัฐบาลขาดแคลน Technocrat ?

การที่รัฐบาลต้องกวาดต้อนที่ปรึกษาจากภาคเอกชน นักวิชาการ และถึงขั้นต้องดึงคนจากพรรคฝ่ายค้านมารับมือกับวิกฤตการค้าโลก สะท้อนให้เห็นว่า “ระบบโควตา สส.” ไม่สามารถผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางได้ทันกับความซับซ้อนของโลกสมัยใหม่

(2) “มืออาชีพ” ปะทะ “ความเป็นสถาบัน”

ปรากฏการณ์นี้คือจุดปะทะระหว่าง มุมมองแบบนักบริหาร (เอาคนเก่งที่สุดมาแก้ปัญหาโดยไม่สนข้อจำกัดทางการเมือง) กับ มุมมองแบบสถาบันนิยม (คนของพรรคคือสมบัติของพรรค การข้ามหัวคือการหยามเกียรติ)

ปรากฏการณ์การดึงตัว “วีระพงษ์” มาร่วมทีมที่ปรึกษาของ “ศุภจี” ในครั้งนี้ จึงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงรอยต่อระหว่างความจำเป็นในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และธรรมเนียมปฏิบัติทางการเมืองไทย

ในมุมมองของการบริหารจัดการ การเลือกใช้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและคุ้นเคยกับงานเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ถือเป็นทางเลือกที่มุ่งเน้นผลลัพธ์เป็นสำคัญ ในช่วงเวลาที่ต้องเร่งรัดปิดดีลสำคัญ

แต่อีกด้านหนึ่ง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวก็สร้างแรงกระเพื่อมและทำให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องมารยาททางการเมือง ตลอดจนโครงสร้างการทำงานระหว่างรัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้าน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นี่จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าติดตามต่อไปว่า การเมืองไทยจะสามารถค้นหาจุดสมดุลระหว่าง “การดึงมืออาชีพมาแก้ปัญหา” กับ “ความเหมาะสมทางการเมือง” ได้อย่างไร ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor →

ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...

ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก

Srawut··1 min read

หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ

บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย

Srawut··1 min read

“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?

เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง

Srawut··1 min read

“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน

ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง

Srawut··1 min read