Collective: หนังเรื่องนี้คือคำตอบว่าสื่อมวลชนที่ดีควรเป็นอย่างไรในยุค 2021!
Documentary Club ก็ได้มีโอกาสนำภาพยนตร์โรมาเนียเรื่องหนึ่ง อย่าง “Collective” เข้ามาฉาย ซึ่งตรงกับช่วงสถานการณ์แบบนี้พอดิบพอดี และแน่นอนว่าด้วยเนื้อเรื่องที่น่าสนใจมากๆ
Documentary Club ก็ได้มีโอกาสนำภาพยนตร์โรมาเนียเรื่องหนึ่ง อย่าง “Collective” เข้ามาฉาย ซึ่งตรงกับช่วงสถานการณ์แบบนี้พอดิบพอดี และแน่นอนว่าด้วยเนื้อเรื่องที่น่าสนใจมากๆ
ปฎิเสธไม่ได้เลยว่านักข่าวเบอร์หนี่งของประเทศไทย ‘สรยุทธ สุทัศนะจินดา’ หวนสู่จอแก้วและดิจิทัลอีกครั้งหลังมีกำหนดปล่อยตัวในวันที่ 14 มี.ค. 64 นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ และข่าวดีของวงการสื่อไทยเลยทีเดียว โดยปกติเมื่อได้ยินเสียงข่าวโทรทัศน์สมัยก่อน เราก็มักจะได้ยินเสียงของสรยุทธอ่านข่าวกันอย่างคุ้นหูกันอยู่แล้ว วันนี้เราจะพูดถึงประวัติฯ โดยคร่าวๆ จากตัวตนของเขา ซึ่งจะเรากำลังจะเริ่มเล่าในอีกไม่นานนี้
โมเดิร์นนิสต์ขอพาทุกท่านมาร่วมไขคำตอบว่า “เกิดอะไรขึ้นกับสื่อไทย?” และร่วมหาคำตอบผ่านหลากหลายมุมมอง หลากหลายทัศนคติไปด้วยกัน เพื่อที่จะเป็นหนึ่งแรงผลักดันในการหาทางออกในการแก้ไขปัญหาไปพร้อมกัน
วันนี้ส่องสื่อจะพาไปทำความเข้าใจมากขึ้นว่าละครไทยแบบน้ำเน่าเกิดขึ้นอย่างไร และมันแฝงอะไรเอาไว้บ้าง ซึ่งข้อมูลบางส่วนหยิบยกมาจากหนังสือชื่อ “อ่านทีวี : การเมืองวัฒนธรรมในจอโทรทัศน์” ซึ่งเขียนและเรียบเรียงโดย สมสุข หินวิมาน
เป็นกระแสที่ถูกพูดถึงจนขึ้นเทรนอันดับต้น ๆ ในโลกออนไลน์ กับประเด็นการข่มขืนในละครไทย เรื่อง “เมียจำเป็น” โดยเกือบ 90% ของข้อความที่ีกล่าวถึงละครเรื่องนี้ ต่างพูดไปในแง่ลบของการนำเสนอหรือที่เรียกว่าการผลิตซ้ำ ภาพของการข่มขืนที่ยังไม่พ้นไปจากพื้นที่ละครไทย วันนี้ส่องสื่อจะพาย้อนไปทบทวนงานวิจัย บทความ และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการข่มขืนในละครไทย
เรียกได้ว่าปัญหาการข่มขืนพระเอก-นางเอกในวงการโทรทัศน์ไทยก็ยังคงไม่หายไปไหนสักที เพราะล่าสุดอย่างละครเรื่อง “เมียจำเป็น” ซึ่งออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ผลิตโดยบริษัท ดีวันทีวี จำกัด ก็ได้มีฉากที่ตัวร้ายข่มขืนนางเอกออกอากาศอีกแล้ว ซึ่งนี่คือเรื่องราวที่ทำให้หลายความเห็นบนโลกออนไลน์เกิดความไม่พอใจกันเกิดขึ้น ในขณะเดียวกันทางหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง กสทช. ก็ไม่สามารถจัดการได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย
เขาว่ากันว่าเวลาจะทำงานอะไรสักอย่างทุกคนมักหวังผลเสมอ เช่นเดียวกับการสร้างข่าวปลอมที่คนสร้างต้องหวังผลอะไรสักอย่างอย่างแน่นอนอยู่แล้ว ยิ่งเป็นข่าวในเชิงทางการเมืองด้วยละก็จะยิ่งหวังผลเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ในตอนสุดท้ายของบทความซีรีส์ชุด “ข่าวปลอมกับการเมืองไทย” ที่ร่วมกันจัดทำโดยส่องสื่อ และ COFACT ในตอนนี้เราจะมาแกะหาสาเหตุของข่าวปลอมทั้งหมดว่าเขาหวังผลอะไรกันแน่? ติดตามกันครับ
“ข่าวปลอม” กับการเมืองเป็นของคู่กันมาโดยตลอด ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีฝั่งตรงข้ามให้เกิดความเสียหายทั้งชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ
หลังจากที่เราได้อ่านบทความแรกเกี่ยวกับข่าวปลอมบนโลกออนไลน์กันไปแล้ว เรากลับมาดูการทำหน้าที่ของสื่อหลักตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และการแบนสื่อจากภาครัฐและประชาชน
วันนี้ทีมกองบรรณาธิการเว็บไซต์ส่องสื่อ ร่วมกับ COFACT เราจะมาร่วมตรวจสอบข่าวปลอมและแนวทางของแต่ละฝ่ายต่อข่าวปลอมกันครับ
วันนี้ MODERNIST ขอพาท่านมาร่วมพิสูจน์ข่าวปลอมไปด้วยกัน ผ่านมุมมองของ “สุภิญญา กลางณรงค์” อดีตกรรมการ กสทช. และผู้ร่วมก่อตั้ง COFACT แพลตฟอร์มตรวจสอบข่าวปลอมที่จับมือกับหลากหลายหน่วยงานเพื่อรับมือกับข่าวปลอมที่ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากไต้หวันที่มีระบบการตรวจสอบข่าวปลอมที่ดีมากเลยทีเดียว
การแข่งขันของเครือข่ายโทรทัศน์ในสหรัฐฯ ในช่วงยุค 90 นั้น เป็นการแข่งขันที่ดุเดือดอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการโปรโมทรายการ การร่วมกับสถานีท้องถิ่นหลายๆ แห่งเพื่อเป็นพันธมิตรในเครือข่าย รวมถึงการเข้าซื้อกิจการจากบริษัทสื่อท้องถิ่นเพื่อควบรวมกิจการ