วันที่ 24 เมษายน 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งวันประวัติศาสตร์ที่จะกำหนดทิศทางของภูมิทัศน์การเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อศาลฎีกานัดประชุมพิจารณาคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ยื่นเอาผิดอดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล ในข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยจะประทับรับฟ้องหรือไม่ ?
ซึ่งในปัจจุบัน มี สส. พรรคประชาชน 10 คน ที่ยังมีชื่อติดร่างแหมาตั้งแต่สมัยเป็น สส.พรรคก้าวไกล และหากอ้างอิงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 บทลงโทษสูงสุดของคดีจริยธรรมร้ายแรงคือ การถูกเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งตลอดไป ซึ่งก้เท่ากับการถูกประหารชีวิตทางการเมือง
สำหรับทิศทางคำสั่งของศาลฎีกาในชั้นการรับคำร้องนี้ สามารถฉายภาพความเป็นไปได้ออกเป็น 4 ฉากทัศน์ (Scenarios) ดังนี้
Scenario ที่ 1: ศาลฯ ประทับรับฟ้อง และสั่งให้ “หยุดปฏิบัติหน้าที่”
นี่คือฉากทัศน์ที่พรรคประชาชนกังวลมากที่สุดและได้เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว หากศาลฎีกาประทับรับฟ้องและมีคำสั่งตามแนวทางปกติของคดีจริยธรรม คือให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา ซึ่งจะส่งผลให้ สส. ปัจจุบันของพรรคประชาชนทั้ง 10 คน จะต้องเดินออกจากสภาทันที
โดยหนึ่งในนั้นคือ “เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน การหยุดปฏิบัติหน้าที่ของณัฐพงษ์จะส่งผลต่อการเป็น “ผู้นำฝ่ายค้าน” ซึ่งทางพรรคได้เตรียมการไว้แล้ว นั่นก็คือการผลักดัน “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ เพื่ออุดรอยรั่วและรักษาโควตาตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านตามกลไกของรัฐธรรมนูญให้เดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด

Scenario ที่ 2: ศาลฯ ประทับรับฟ้อง แต่อนุญาตให้ “ปฏิบัติหน้าที่ต่อ”
ในกรณีนี้ ศาลฎีการับคดีไว้พิจารณา แต่ใช้ดุลพินิจ “มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น” โดยมองว่ายังไม่มีเหตุให้ต้องระงับการทำหน้าที่ในสภา หรือให้ความคุ้มครองสิทธิในการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ส่งผลให้ 10 สส. ประชาชน ยังทำหน้าที่ในสภาต่อไปได้ตามปกติ
Scenario ที่ 3: ศาลฯ “ยกฟ้อง”
หากศาลฎีกามีคำสั่งยกฟ้อง คดีนี้จะจบสิ้นลงทันที คำร้องของ ป.ป.ช. ตกไป 10 สส. พรรคประชาชนจะหลุดพ้นจากชนักติดหลัง สามารถทำหน้าที่และวางแผนการเมืองระยะยาวได้โดยไม่มีเงาของคดีจริยธรรมมาตามหลอกหลอน ถือเป็นการปลดล็อกทางการเมืองครั้งใหญ่ของพรรคส้ม
ฉากทัศน์นี้เป็นฉากทัศน์ที่เป็นผลบวกสูงสุดกับพรรคประชาชน แต่ในทางการเมืองและบริบทกฎหมายที่ผ่านมา ถือว่าเกิดขึ้นได้ยากที่สุด เนื่องจากมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 เป็นสารตั้งต้นที่ระบุว่าการเสนอแก้ ม.112 เข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ

Scenario ที่ 4: ศาลฯ “ยังไม่ประทับรับฟ้อง” สั่งแก้คำร้อง
ฉากทัศน์นี้ออกไปในเชิงเทคนิคทางกฎหมาย โดยศาลอาจพิจารณาเห็นว่าคำร้องของ ป.ป.ช. ยังมีความไม่สมบูรณ์ หรือข้อเท็จจริงในสำนวนยังไม่รัดกุมพอที่จะประทับรับฟ้องได้ทันที
โดยศาลอาจตีกลับ หรือสั่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไปดำเนินการแก้ไขคำร้องเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน
คดีจะถูกยืดเยื้อออกไป สส. ทั้ง 10 คนยังคงทำหน้าที่ต่อไปได้ตามปกติ ถือเป็นการซื้อเวลาให้พรรคประชาชนได้เตรียมตัวทั้งในแง่ของข้อกฎหมายและการบริหารความเสี่ยงภายในพรรคมากยิ่งขึ้น
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ถอดรหัสกับดักการเติบโตของ “เนื้อแท้”
บทวิเคราะห์ปัญหาการเติบโตของร้านอาหาร “เนื้อแท้” ที่ประสบวิกฤตการเงินจากการขยายสาขาเร็วกว่าการควบคุมต้นทุน และความไม่สมดุลระหว่างรายได้กับกำไร
กองทัพบก โชว์ศักยภาพ พร้อมรับมือสงครามรูปแบบใหม่
ป.1 พัน.31 รอ. โชว์ศักยภาพ “พร้อม 24 ชั่วโมง” ตรวจเข้มความพร้อมรบหน่วยเฉพาะกิจ (RDF-X) รับมือสงครามรูปแบบใหม่
แม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา
แม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อติดตามสถานการณ์ ตรวจเยี่ยมกำลังพล และให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคง
ผลสำรวจเรตติ้งการเมือง นิด้าโพล สะท้อนวิกฤตศรัทธา รัฐบาลภูมิใจไทย
นิด้าโพลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองไตรมาส 2/2569 เผยให้เห็นวิกฤตศรัทธาต่อรัฐบาลภูมิใจไทย โดยฝ่ายค้านและนายกฯ ณัฐพงษ์ขึ้นนำ




