เมื่อราว 5–8 ปีก่อน วงการสื่อทั้งกระดาน ตั้งแต่ช่องทีวี สำนักข่าวออนไลน์ ไปจนถึงครีเอเตอร์อิสระ ต่างมองเห็นโซเชียล = “เหมืองทองคำแห่งใหม่”
ยุคนั้นคำว่า Pivot to Video กลายเป็นสรณะ ทุกคนทุ่มงบตั้งสตูดิโอ จ้างทีมกราฟิก ทีมตัดต่อ ปั๊มคลิปสั้น แล้วปล่อยลงฟีด Facebook หรือ YouTube ด้วยความหวังว่ายอดวิวจะแปลงเป็นขุมทรัพย์มหาศาล
แต่วันนี้ ภาพที่เห็นคือ “วิกฤตรายได้พังทลาย” (Monetization Collapse) สื่อมวลชนและครีเอเตอร์หลายร้อยชีวิตต้องตกงาน เพจดังที่เคยมียอดเข้าชมนับสิบล้านวิวต่อเดือน กลับอยู่ในสภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง
คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกับโครงสร้างรายได้สื่อ ? ทำไมยอดวิวที่สูงขึ้นเรื่อยๆ กลับแลกเงินได้น้อยลงจนน่าใจหาย ?
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คอนเทนตไม่ดี แต่มันมีเยอะไป จนแพลตฟอร์มที่ขาดทุนต้องถอนทุนคืนบ้าง… รายได้ที่หายไปไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เป็น “ผลจากการวางกลยุทธ์ใหม่อย่างตั้งใจ” ของบรรดาแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ ที่ทยอยเปลี่ยนกติกาตลอด 5–8 ปีที่ผ่านมา
ผมค้นข้อมูลจากหลายแหล่งจนพอจะเจอจุดเปลี่ยน… “4 ค้อนยักษ์ที่ Big Tech ทุบใส่หัวคนทำสื่อและครีเอเตอร์”
1. จาก Social Graph สู่ Interest Graph: ยึดสินทรัพย์ผู้ติดตามไปเป็นตัวประกัน
เมื่อก่อนแพลตฟอร์มอย่าง Facebook ทำงานบนฐาน Social Graph ใครกด Like หรือ Follow เพจไหน โพสต์ของเพจนั้นจะปรากฏบนฟีดของพวกเขาอย่างสม่ำเสมอ ยอดผู้ติดตามจึงเปรียบเสมือน #สินทรัพย์ของสื่อ
แต่เมื่อ TikTok เข้ามาเปลี่ยนเกมด้วย Interest Graph ที่ใช้ AI จับพฤติกรรมรายวินาที Meta และ YouTube จึงรื้อระบบเดิมทิ้งและทำตาม ส่งผลให้ฐานผู้ติดตามหลักล้านที่สื่อสร้างมากลายเป็นศูนย์ในชั่วข้ามคืน ทุกโพสต์ต้องไปเริ่มต้นประมูลค่าความสนใจใหม่ผ่านอัลกอริทึม Reach ธรรมชาติของเพจสื่อถูกบีบลงเหลือไม่ถึง 1%
และหากสื่อต้องการให้แฟนคลับของตัวเองเห็นโพสต์ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้อง “จ่ายเงินซื้อโฆษณา (Boost Post)” เพื่อเข้าถึงคนกลุ่มเดิม

2. กับดัก Short-form และโมเดล Revenue Pool
เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคถูก AI ชักนำให้เสพแต่วิดีโอสั้น แพลตฟอร์มบีบให้สื่อต้องผลิต Shorts และ Reels เพื่อแลกกับ Reach แต่ในมิติของเศรษฐศาสตร์สื่อ โฆษณาไม่สามารถแทรกแบบคั่นกลาง (Mid-roll) ทุกๆ 15–30 วินาทีเหมือนวิดีโอยาวได้
บังคับให้ทำคลิปก็สั้น แต่กลับไม่ให้ใส่โฆษณา : แพลตฟอร์มจึงแก้เกมด้วยการสร้างโมเดล “Shared Creator Pool” คือกวาดเงินโฆษณาคั่นฟีดทั้งหมดมากองรวมกัน หักหัวคิวให้แพลตฟอร์มก่อน แล้วเอา #เศษเงินที่เหลือมาหารเฉลี่ยตามสัดส่วนการดู
สื่อและครีเอเตอร์จึงตกอยู่ในสภาวะ ยิ่งทำงานหนัก ยิ่งผลิตถี่ แต่เม็ดเงินรวมที่หารกลับมากลับยิ่งเจือจางลง
3. พี่ๆไม่เอา ‘Hard News’ (The Great News Deprioritization)
ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา ทุกแพลตฟอร์มตระหนักว่า “ข่าวหนัก ข่าวสังคม และการเมือง” นำมาซึ่งความเสี่ยงทางกฎหมาย ข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงการเลือกตั้ง และความขัดแย้งของสังคม ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้แก่แบรนด์สินค้าที่จะซื้อโฆษณา
แพลตฟอร์มจึงประกาศนโยบายอย่างเปิดเผยในการลดทอนการมองเห็น (Downranking) ข่าวประเภทนี้ แล้วหันไปดันคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ บันเทิง เรื่องตลก และอาหาร ซึ่งปลอดภัยต่อแบรนด์ (Brand-Safe Environment)
สำนักข่าวที่รายงานประเด็นจริงจังจึงพบว่าทราฟฟิกหายไปในพริบตา ไม่ใช่เพราะคนเลิกสนใจความจริง แต่เพราะระบบจงใจซ่อนไม่ให้คนเห็น

4. กรงขัง Walled Gardens และยุค Zero-Click Search
ในอดีตทางรอดของสื่อคือการใช้โซเชียลมีเดียและ Google Search เป็น “ทางด่วน” เพื่อส่งคนกลับเข้ามาอ่านบทความฉบับเต็มบนเว็บไซต์ (Referral Traffic) เพื่อขายโฆษณาแบนเนอร์และระบบสมาชิกของตัวเอง
แต่พวกพี่ๆ ก็เปลี่ยนตัวเองเป็น “Walled Gardens” (ตั้งกำแพงสูง ห้ามโพสข้ามค่าย) อัลกอริทึมของ Facebook, X และ TikTok จะลงโทษโพสต์ที่มี “ลิงก์ภายนอก” ทันที โดยการลด Reach ลงมากกว่าปกติหลายเท่าตัว เพื่อไม่ให้คนกดออกจากแอปตัวเอง
ซ้ำร้ายที่สุดคือฝั่ง Google Search ที่นำ AI Overviews เข้ามาใช้ โดยระบบจะทำการดึงข้อมูล เนื้อหา และข้อเท็จจริงที่นักข่าวลงแรงหามา นำไปสรุปเป็นคำตอบให้อ่านจบในหน้าค้นหาทันที ผู้ใช้จึงไม่มีความจำเป็นต้องคลิกเข้าเว็บไซต์ต้นทางอีกต่อไป
ปรากฏการณ์ Zero-Click นี้ทำให้ทราฟฟิกส่งกลับเข้าเว็บไซต์สื่อทั่วโลกลดฮวบลง 30–60% ทั่วโลก !
สรุป…ใครที่ยังหลงระเริงอยู่กับการเป็น “แรงงานรับจ้างปั้นวิว ปั่น Engage” ที่เข้าไปถางป่าและสร้างเนื้อหาบนที่ดินของ Big Tech พอเขาได้ผู้ใช้จนอิ่มตัว เขาก็ขึ้นค่าเช่า ยึดที่ดินคืน และผันตัวมาเป็นพ่อค้าคนกลางที่คุมทุกกลไก
สิ้นสุดยุค “แรงงานรับจ้างบนที่ดินคนอื่น”
ตัวเลขรายได้ที่หายไปสะท้อนความจริงอันเจ็บปวดว่า
“ยอดวิวไม่เคยเป็นของสื่อ
และผู้ติดตามไม่เคยเป็นของครีเอเตอร์”

บทความโดย ระวี ตะวันธรงค์
ที่ปรึกษา สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
ที่ปรึกษา สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ ร่วมปลูกต้นไม้ที่สวนนงนุช
เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ร่วมปลูกต้นเลือดใบเล็กที่สวนนงนุชพัทยา เพื่อเป็นสัญลักษณ์มิตรภาพและอนุรักษ์พันธุ์ไม้ไทย
ประธานหอการค้าไทย-จีน แนะธุรกิจไทยเร่งปรับซัพพลายเชน สู่ศูนย์กลางการค้าภูมิภาค
ประธานหอการค้าไทย-จีนแนะธุรกิจไทยเร่งปรับซัพพลายเชนและโลจิสติกส์เพื่อรับมือวิกฤตทางทะเลและต้นทุนสูง พร้อมใช้ประโยชน์จากโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนเพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าภูมิภาค
เมืองไทยประกันชีวิต จัดงาน “MTL Volunteer Expo ครั้งที่ 3” ส่งมอบความสุขสู่สังคม
เมืองไทยประกันชีวิตจัดงาน MTL Volunteer Expo ครั้งที่ 3 เพื่อรวมพลังจิตอาสาของพนักงานและส่งมอบความสุขให้สังคมผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ
ของขวัญจากสวนนงนุช คนเกิดเดือนกันยายน เที่ยวฟรี
สวนนงนุชพัทยาเสนอโปรโมชั่นพิเศษให้คนเกิดเดือนกันยายนเข้าชมสวนและพิพิธภัณฑ์พระพุทธคุณฟรี ตั้งแต่วันที่ 1-30 กันยายน 2569




