ผลการสำรวจ “คะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569” โดยนิด้าโพล เผยให้เห็นตัวเลขที่น่าสนใจและชวนตั้งคำถามถึงทิศทางอารมณ์ของสังคมไทยในปัจจุบัน
เมื่อ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 (ร้อยละ 26.08) และพรรคประชาชนครองความนิยมอันดับ 1 (ร้อยละ 34.80) ในขณะที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล กลับรั้งอยู่ในอันดับ 2
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนนัยยะที่ลึกซึ้งมากกว่าแค่การสำรวจเรตติ้งทางการเมือง เพราะหากประเมินสถานการณ์ตามความเป็นจริง ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากผลงานการเป็นฝ่ายค้านที่โดดเด่นทะลุขีดจำกัดของพรรคประชาชน แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจาก “วิกฤตศรัทธา” ที่ประชาชนมีต่อการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
1. ฝ่ายค้านไม่ได้โดดเด่น แต่รัฐบาลกำลังสะดุดขาตัวเอง
การที่คะแนนนิยมของฝ่ายค้านพุ่งสูงขึ้น เป็นภาพสะท้อนของภาวะที่ประชาชน “หมดความอดทน” กับการบริหารงานของรัฐบาลภูมิใจไทย
การผลักดันนโยบายหรือการแก้ปัญหาในช่วงที่ผ่านมายังไม่สามารถซื้อใจประชาชนวงกว้างได้ ตัวเลขโพลจึงเสมือนปรอทวัดไข้ที่บอกว่า รัฐบาลกำลังป่วยหนักจากปัญหาที่สะสมและหมักหมม

2. สัญญาณเตือนภัยถึง “นายกฯ อนุทิน”
หากชำแหละถึงต้นตอของความไม่พอใจ จะพบว่าภาพลักษณ์ของรัฐบาลกำลังถูกท้าทายอย่างหนักจากหลายวิกฤตที่ประดังประเดเข้ามา โดยเฉพาะประเด็นที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย
(1) บาดแผลเรื่องความโปร่งใส: การทุจริตโกงสอบพนักงานส่วนท้องถิ่น เป็นตัวทำลายความเชื่อมั่นในระบบราชการอย่างรุนแรง การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันที่ประชาชนมองว่าไม่เด็ดขาดพอ ทำให้คำประกาศเรื่องความโปร่งใสของรัฐบาลกลายเป็นเพียงวาทกรรม
(2) วิกฤตความขัดแย้งที่ภูเก็ต : ภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลกกำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงจาก “ความขัดแย้งภายในฝ่ายปกครอง” ประเด็นร้อนที่ผู้ว่าฯ ภูเก็ต งัดข้อกับ “รองผู้ว่าฯ” และมีเรื่องผลประโยชน์บุกรุกพื้นที่สาธารณะเข้ามาพัวพัน จนนำไปสู่การย้ายผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ออกจากพื้นที่
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจุดอ่อนในการจัดระเบียบข้าราชการ และระบบอุปถัมภ์ที่หยั่งรากลึก ที่กระทบต่อการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของจังหวัดภูเก็ตในภาพรวม
(3) ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจ: แรงกระแทกจากปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นก่อนหน้านี้ ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจในระดับฐานรากที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ประชาชนรู้สึกโดดเดี่ยวและไม่ได้รับการดูแลจากภาครัฐเท่าที่ควร
3. แรงกระเพื่อมที่ต้องจับตา
นอกจากนี้ การที่แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย อยู่อันดับ 4 และการขยับขึ้นมาของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในอันดับ 3 ยิ่งตอกย้ำว่า ภูมิทัศน์ทางการเมืองกำลังเกิดการสวิงตัว กลุ่มเป้าหมายทั้งฐานเสียงเดิมของพรรคร่วมรัฐบาลและกลุ่มอนุรักษ์นิยม กำลังประเมินทางเลือกใหม่ท่ามกลางสภาวะที่รัฐบาลปัจจุบันไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังได้

4. บทสรุป
ผลโพลครั้งนี้ คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงที่ส่งตรงถึงพรรคภูมิใจไทยและนายกฯ อนุทิน ความนิยมที่ตามหลังฝ่ายค้าน เกิดจากความผิดพลาดในการบริหารและการแก้ปัญหาเชิงประจักษ์
หากรัฐบาลยังไม่เร่งกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชันให้เห็นผล และไม่สามารถพลิกฟื้นปัญหาเศรษฐกิจปากท้องได้ทันท่วงที ช่องว่างของคะแนนนิยมนี้จะยิ่งถ่างกว้างขึ้น และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในสมรภูมิเลือกตั้งครั้งต่อไป
อ้างอิง : นิด้าโพล “คะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569”
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →เลิกมายาคติ ปั่นเอนเกจ ! เปรียบเทียบรายได้ 1,000 วิว ได้เศษเงินกี่บาท ?
สื่อและครีเอเตอร์ต้องเผชิญกับวิกฤตรายได้เนื่องจากแพลตฟอร์มเปลี่ยนกลยุทธ์ลดการเข้าถึงและเปลี่ยนโมเดลรายได้ในช่วง 5-8 ปีที่ผ่านมา
เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ ร่วมปลูกต้นไม้ที่สวนนงนุช
เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ร่วมปลูกต้นเลือดใบเล็กที่สวนนงนุชพัทยา เพื่อเป็นสัญลักษณ์มิตรภาพและอนุรักษ์พันธุ์ไม้ไทย
ประธานหอการค้าไทย-จีน แนะธุรกิจไทยเร่งปรับซัพพลายเชน สู่ศูนย์กลางการค้าภูมิภาค
ประธานหอการค้าไทย-จีนแนะธุรกิจไทยเร่งปรับซัพพลายเชนและโลจิสติกส์เพื่อรับมือวิกฤตทางทะเลและต้นทุนสูง พร้อมใช้ประโยชน์จากโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนเพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าภูมิภาค
เมืองไทยประกันชีวิต จัดงาน “MTL Volunteer Expo ครั้งที่ 3” ส่งมอบความสุขสู่สังคม
เมืองไทยประกันชีวิตจัดงาน MTL Volunteer Expo ครั้งที่ 3 เพื่อรวมพลังจิตอาสาของพนักงานและส่งมอบความสุขให้สังคมผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ




