ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ปักหมุด “สงขลา” จังหวัดนำร่อง สกัดบุหรี่ไฟฟ้า แนะยกระดับการแก้ไขปัญหาผลักดันเป็น “วาระจังหวัด” เพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามผลทุก 2-3 เดือน
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมคณะ ลงพื้นที่รับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ร่วมกับ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, นายประทีป อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดสงขลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศุลกากร ตำรวจ สาธารณสุข และการศึกษา
นายทรงศัก สายเชื้อ เปิดเผยว่า ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้ากำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในกลุ่มเด็กและเยาวชน ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และอาจนำไปสู่ปัญหายาเสพติดและปัญหาสังคมในระยะยาว ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงเข้ามาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐตามรัฐธรรมนูญ หมวด 5 ด้านการบังคับใช้กฎหมาย การศึกษา และสาธารณสุข โดยพบว่ายังมีช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย จึงเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

ด้าน นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สงขลามีพื้นที่ติดชายแดนมาเลเซีย ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการลักลอบนำเข้า ประกอบกับเด็กและเยาวชนยังมีค่านิยมและความเข้าใจผิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่เป็นอันตราย
ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เข้มงวดจับกุม โดยดำเนินคดีไปแล้ว 55 คดี มีเคสสำคัญในพื้นที่ อ.สะเดา ยึดของกลางได้มูลค่าราว 2.5 ล้านบาท ขณะที่สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 รายงานผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าในรอบ 11 เดือนที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 30 ล้านบาท โดยผู้กระทำผิดเริ่มเปลี่ยนรูปแบบไปใช้ช่องทางออนไลน์และบริษัทขนส่งเอกชนมากขึ้น
นอกจากนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา เผยผลสำรวจพบว่ากลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 15–19 ปี (นักเรียนอาชีวศึกษา) จึงได้จัดตั้งคลินิกบำบัดในโรงพยาบาล 17 แห่ง และ รพ.สต. อีก 175 แห่งรองรับ รวมถึงประสานภาคการศึกษาเร่งขยายผลโรงเรียนต้นแบบปลอดบุหรี่
ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายทรงศัก กล่าวว่าเพิ่มว่า จะรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอจากทุกภาคส่วน เพื่อเสนอให้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเป็น “วาระแห่งชาติ” พร้อมผลักดันให้มีกลไกประสานงานระดับประเทศและปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนและการแทรกแซงนโยบายจากผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมยาสูบ
สำหรับจังหวัดสงขลา เห็นควรให้เป็น “จังหวัดนำร่อง” ยกระดับการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นวาระจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกลไกขับเคลื่อนและติดตามผลทุก 2–3 เดือน ครอบคลุมการบังคับใช้กฎหมาย การสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน ตลอดจนการพัฒนาความร่วมมือกับประเทศมาเลเซียเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดน

ขณะนี้การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน ชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อปิดช่องว่างระหว่างโรงเรียนกับครอบครัว เร่งแก้ไขปัญหาการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตำรวจ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้มีระบบติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินการกับการโฆษณาและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ
พร้อมระบุด้วยว่า จังหวัดสงขลาสามารถขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอผลการพิจารณาในระดับประเทศ เพราะปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่กระทบต่อเด็กและเยาวชนโดยตรง สงขลาเป็นจังหวัดที่เข้มแข็งการดำเนินงานของจังหวัดจะสามารถพัฒนาเป็นรูปแบบการแก้ไขปัญหาที่ขยายผลไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศได้
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →รมว.กลาโหม สั่งด่วน! เร่งช่วยนักศึกษาชายแดนใต้และชุมชนมุสลิมติดน้ำท่วมรามคำแหง 24
รมว.กลาโหมสั่งด่วนให้หน่วยงานช่วยนักศึกษาชายแดนใต้และชุมชนมุสลิมติดน้ำท่วมรามคำแหง 24 ส่งอาหารสด–ถุงยังชีพเข้าพื้นที่
ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย คดีบาร์โค้ด ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง ไม่โมฆะ !
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไม่ขัดรัฐธรรมนูญและไม่ละเมิดสิทธิประชาชน การเลือกตั้งไม่โมฆะ
วงจรวิกฤตซ้ำซาก: ทำไมสังคมไทยจึง "ถอดบทเรียน" ไม่เคยสำเร็จ ?
บทความวิเคราะห์เหตุผลที่สังคมไทยไม่สามารถดึงบทเรียนจากวิกฤตซ้ำซากได้สำเร็จ
สวนนงนุช พัทยา ชวนเที่ยวปิดเทอม คนเกิดเดือนตุลาคมเข้าฟรี
สวนนงนุชพัทยาเชิญชวนเที่ยวในช่วงปิดเทอม โดยให้คนเกิดเดือนตุลาคมเข้าชมสวนได้ฟรี



