การเข้าสู่วัยทำงานเป็นสิ่งที่เด็กจบใหม่หลายคนกังวลใจ การหางานที่ชอบ เลือกบริษัทที่ใช่ กลายเป็นความท้าทายที่ทุกคนต้องเผชิญ ความไม่มั่นใจในประสบการณ์ตัวเองทำให้เด็กจบใหม่ตั้งข้อสงสัยว่า เรียนจบแล้วจะมีงานทำไหม? บางคนส่งใบสมัครไปก็ไร้วี่แววการตอบกลับ ยิ่งไปกว่านั้นบางบริษัทประกาศรับสมัครงานว่า “ยินดีรับเด็กจบใหม่ ที่มีประสบการณ์” กลายเป็นความตลกร้ายสำหรับเด็กจบใหม่เข้าไปอีก
เพราะเด็กจบใหม่นั้นช่างมีประสบการณ์อันน้อยนิด The Modernist จึงมองว่าอาวุธสำคัญที่จะช่วยให้เอาชนะในสงครามการทำงานได้ก็คือ คอนเน็คชั่น (Connection) การทำความรู้จัก ผูกมิตรภาพเพื่อให้ความสามารถของเราได้รับการมองเห็นจากผู้อื่นมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การสร้างคอนเน็คชั่นต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการเข้าหาคน วันนี้ The Modernist ขอเสนอ 4 วิธี สร้างคอนเน็คชั่นฉบับเด็กจบใหม่ เพื่อเป็นช่องทางในการหาคอนเน็คชั่นที่ดีและอาจจะเป็นแนวทางสร้างโอกาสที่ดีในการเริ่มต้นเป็น First Jobber
วิธีที่ 1 ไกลแค่ไหนคือใกล้ เปิดใจหาเพื่อนใหม่ในโซเชียล
ปัจจุบันโซเชียลมีเดียถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้การติดต่อสื่อสารสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ไม่ต้องส่งจดหมายหากันก็สามารถสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันบนออนไลน์ได้ง่าย ๆ ผ่านการแชท พูดคุย หรือการแสดงความเห็นบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Line, Facebook, Twitter, Tiktok ฯลฯ
The Modernist ได้พูดคุยกับ บุศยรินทร์ เนติไตรลักษณ์ อาชีพอิสระด้านกราฟิกดีไซน์ มีมุมมองว่า “ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาจ้างงาน มักจะมาจากคนรู้จักแนะนำให้และติดต่อมาหาเราโดยตรง ในมุมของคนเป็นฟรีแลนซ์จึงมองว่า การสร้างคอนเน็คชั่นเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะฟรีแลนซ์ไม่ใช่บริษัทที่มีชื่อเสียง สิ่งที่จะสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ก็คือตัวเราเอง ซึ่งสำหรับเด็กจบใหม่ที่อยากเป็นฟรีแลนซ์ก็ควรที่จะพัฒนาฝีมือตัวเองควบคู่ไปกับการสร้างคอนเน็คชั่นจากคนที่เคยรู้จัก ทั้งเพื่อน รุ่นน้อง รุ่นพี่ หรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัย โดยเริ่มต้นง่าย ๆ บนช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเอง”
วิธีที่ 2 สร้าง LinkedIn ให้ลิงก์กับทุกคนทั่วโลก
LinkedIn คือแพลตฟอร์มสร้างเครือข่ายด้านธุรกิจและการทำงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยรายชื่อบริษัทที่มากกว่า 58 ล้านแห่ง จากการศึกษาพบว่าผู้คนจำนวน 122 ล้านคน ได้รับการสัมภาษณ์ผ่าน LinkedIn โดย 35.5 ล้านคนได้รับการว่าจ้างจากบุคคลที่เป็นคอนเน็คชั่นและรู้จักกันบน LinkedIn นอกจากนี้ LinkedIn ยังมีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่ช่วยให้สามารถสร้างคอนเน็คชั่นร่วมกันระหว่างผู้นายจ้างและผู้สมัครงาน เช่น การทำกรอบรูปภาพ #Hiring และ #OpenToWork ที่สามารถนำไปใช้กับรูปโปรไฟล์เพื่อให้ผู้สมัครงานหรือนายจ้างทราบสถานะของเรา
วิธีที่ 3 ฝึกงาน ให้ใกล้ชิดคนในแวดวงเดียวกัน
การฝึกงานหลังเรียนจบ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ในการเพิ่มความรู้ สั่งสมประสบการณ์ อีกทั้งยังทำให้เราได้สร้างคอนเน็คชั่นร่วมกับคนในแวดวงการทำงานเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นหากได้รับโอกาสในการเข้าทำงานต่อก็ถือว่าเป็นกำไรที่ได้รับจากการฝึกงาน
พนักงานบริษัทเอเจนซีโฆษณาท่านหนึ่ง กล่าวว่า “คอนเน็คชั่นมีความสำคัญ เพราะการเปิดรับสมัครพนักงานของบางบริษัทจะเป็นการบอกต่อกันเรื่อย ๆ ไม่ใช่การลงประกาศรับสมัครอย่างจริงจัง ซึ่งคนที่จะได้รับโอกาสเข้าทำงานก่อนคนอื่น ก็มักจะเป็นคนที่มาจากคอนเน็คชั่น ยกตัวอย่างเช่น จากประสบการณ์จริงที่เคยฝึกงาน พอเรียนจบ พี่หัวหน้าในแผนกก็ติดต่อให้ไปทำงานด้วย ซึ่งเป็นผลพวงมาจากช่วงฝึกงาน ที่เขาได้เห็นความสามารถในการทำงานของเรา หลังเรียนจบเขาก็ส่งเรซูเม่ไปพิจารณาในตำแหน่งที่ว่างทันที โดยไม่จำเป็นต้องยื่นกับฝ่ายบุคคลของบริษัท เรียกได้ว่าคอนเน็คชั่นเป็นสิ่งที่ช่วยทุ่นแรงในการสมัครงานให้กับเราได้”
วิธีที่ 4 ออกนอกกรอบ แล้วไปอยู่ที่ชอบ ๆ
ลองพาตัวเองออกนอกกรอบไปเจอผู้คนใหม่ ๆ ด้วยการเข้าสังคม เช่น เวิร์กช็อปหรือการสัมมนา ทำให้เราได้พบปะผู้คนที่มีความสนใจเหมือน ๆ กัน และมีโอกาสในการสร้างคอนเน็คชั่นกับผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นโดยเฉพาะ
ผู้ประกอบการธุรกิจท่านหนึ่ง กล่าวว่า “การไปพบเจอคนใหม่ ๆ เป็นโอกาสที่ดีในการแนะนำตัวเองและนำเสนอโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ในธุรกิจของเรา ยิ่งรู้จักคนเยอะเท่าไรก็ยิ่งดีต่อธุรกิจของเราเท่านั้น การสร้างคอนเน็คชั่นจึงเปรียบเหมือนกับการเรียนหนังสือ ยิ่งเรียนมาก ยิ่งดี ยิ่งมีความรู้ นอกจากนั้นยังเป็นการซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน หากเขาสนใจซื้อสินค้าก็ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจเรา ขณะเดียวกัน เมื่อไรที่เขาต้องการความช่วยเหลือ เราก็มี supplier ที่รู้จักและสามารถแนะนำให้กับเขาได้เช่นกัน”
จะเห็นได้ว่าไม่ว่าสายงานไหน ก็ต้องอาศัยคอนเน็คชั่นทั้งนั้น ทั้งหมดนี้จึงเป็นวิธีการสร้างคอนเน็คชั่นที่ The Modernist มาแชร์ให้กับเด็กจบใหม่หรือน้อง ๆ ที่กำลังหางาน ได้ลองพาตัวเองออกไปทำความรู้จักและพูดคุยกับผู้คนให้มากขึ้น นอกจากจะได้คอนเน็คชั่นแล้ว สิ่งที่จะได้กลับมาเพิ่มเติมก็คือความรู้และเทคนิคการทำงานจากผู้ที่มีประสบการณ์จริง ดังวลีที่มีคนกล่าวไว้ว่า “ถ้าอยากเก่งแบบไหน ให้พาตัวเองไปอยู่ใกล้คนแบบนั้น”
ระวี ตะวันธรงค์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 โดยมีระยะเวลาในตำแหน่งยาวนาน 7 ปี
ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”
กฤชเทพ สิมลี ศิษย์เก่า OSK 90 ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเนวิน ชิดชอบ
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน สอนวิธีสร้างคอนเทนต์ให้คนจดจำ โดยเน้นการหลีกเลี่ยงการไล่ตามกระแส การค้นหาความแตกต่าง และการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบัน
ซีรีย์รายได้สื่อ EP1 ย้อนกลับไปเมื่อ 25-30 ปีก่อน เมื่อเรตติ้งเป็นตัววัดมูลค่าสื่อ และรายได้โฆษณาเข้มข้น แต่วันนี้ผู้ชมกระจายตัวไปบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้โครงสร้างรายได้เปลี่ยนไป




