ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน“นงนุช เวิลด์ พัทยา” จับมือ Ctrip รุกตลาดโลก ชู Family Destination หนุนท่องเที่ยวไทย“สามารถ” กังขา กทม. พับแผนแก้มลิง “คู้บอน-บางชัน” ท้าเปิดข้อมูลพิสูจน์ !ชัยชนะ ยัน ศึกซักฟอกฯ ไม่ใช่บันเทิงธิปไตย มีหลักฐานเด็ดซัดรัฐบาลวิเคราะห์ผลสำรวจนิด้าโพล เมื่อน้ำท่วม กทม. ศรัทธาประชาชนอยู่ที่ใคร ?ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน“นงนุช เวิลด์ พัทยา” จับมือ Ctrip รุกตลาดโลก ชู Family Destination หนุนท่องเที่ยวไทย“สามารถ” กังขา กทม. พับแผนแก้มลิง “คู้บอน-บางชัน” ท้าเปิดข้อมูลพิสูจน์ !ชัยชนะ ยัน ศึกซักฟอกฯ ไม่ใช่บันเทิงธิปไตย มีหลักฐานเด็ดซัดรัฐบาลวิเคราะห์ผลสำรวจนิด้าโพล เมื่อน้ำท่วม กทม. ศรัทธาประชาชนอยู่ที่ใคร ?
The Insight News
2569 ระบอบสีน้ำเงิน ครองเมือง

2569 ระบอบสีน้ำเงิน ครองเมือง

Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

การเมืองไทยในปี พ.ศ. 2569 ได้ก้าวข้ามผ่านยุคความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ เข้าสู่สภาวะดุลยภาพใหม่ที่ถูกจัดระเบียบโดยเครือข่ายอำนาจที่ทรงประสิทธิภาพในประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัย นั่นคือ “ระบอบสีน้ำเงิน”

การเปลี่ยนผ่านของ “ภูมิใจไทย” จากพรรคการเมืองขนาดกลางสู่แกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างเบ็ดเสร็จ เป็นผลผลิตจากยุทธศาสตร์ที่ถูกออกแบบมาอย่างแยบยล และสอดประสานกันในทุกมิติ ก่อนเติบใหญ่กลายเป็น  “ระบอบสีน้ำเงิน” ในวันนี้

1. สถาปนิกหลังม่าน และการเมืองแบบ KPI

ศูนย์กลางของความสำเร็จนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดถึง “เนวิน ชิดชอบ” สถาปนิกการเมืองผู้ผสานบทเรียนจากยุคบริหารความขัดแย้ง เข้ากับกลยุทธ์ “บุรีรัมย์โมเดล” ไม่จำเป็นต้องยืนหัวแถว แต่ได้เป็นพรรคร่วมฯ ในทุกรัฐบาล ขับเคลื่อนด้วย KPI แบบเอกชน เน้นผลลัพธ์ นโยบายที่จับต้องได้ และที่สำคัญที่สุดคือ “การไม่มีศัตรูถาวร”

กลยุทธ์นี้ทำให้พรรคสามารถดึงดูดกลุ่มการเมืองท้องถิ่นระดับ “บ้านใหญ่” เข้ามาอยู่ในสังกัด ด้วยการสร้างระบบนิเวศทางผลประโยชน์เชิงพื้นที่ ที่ทุกฝ่ายได้รับการจัดสรรทรัพยากรเพื่อนำไปต่อยอดความอยู่รอดทางการเมืองของกลุ่มตนเอง

2. สมรภูมิสภาล่าง: ฝ่ายค้านในวงล้อม “สีน้ำเงิน”

เมื่อโฟกัสมาที่สมรภูมิสภาผู้แทนราษฎร ภาพสะท้อนของการ “กินรวบ” ยิ่งเด่นชัด การขับเคี่ยวระหว่าง สส. ฝ่ายรัฐบาลและพรรคแกนนำฝ่ายค้านในยุค “รัฐบาลอนุทิน 2” ไม่ใช่การต่อสู้ที่สูสีทางแต้มต่อและกติกาอีกต่อไป

“พรรคประชาชน” พยายามขับเคลื่อนด้วยวาทกรรมเชิงอุดมการณ์และการสร้างกระแสโซเชียล แต่ต้องเผชิญกับการตั้งรับและตอบโต้กลับอย่างดุเดือด วาทศิลป์ที่ฝ่ายค้านเคยใช้สั่นคลอนรัฐบาลในอดีต ถูกสยบด้วยกลไกเสียงข้างมากเด็ดขาด และพร้อมคว่ำร่างกฎหมายของฝ่ายตรงข้ามได้ทุกเมื่อ

ระบอบสีน้ำเงินยังใช้ยุทธวิธีดูดซับและโดดเดี่ยวฝ่ายตรงข้าม ทำให้การทำงานของฝ่ายค้านในสภาเป็นไปอย่าง่ค่อนข้างลำบาก การตั้งกระทู้ถามสดหรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กลายเป็นเพียงพิธีกรรมที่สร้างรอยขีดข่วนได้เพียงเล้กน้อย แต่ไม่อาจสะเทือนถึงโครงสร้างอำนาจ เพราะ สส. รัฐบาลมีทั้งกติกาและเครือข่ายในสภาที่ถูกออกแบบมาให้ฝ่ายบริหารคุมเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จ

3. ปราการสภาสูง และเครือข่ายองค์กรอิสระ

นอกจากนั้นยังได้รับการปกป้องด้วยโครงสร้างระดับบน จาก สว. ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่า เป็นสายสีน้ำเงิน โดยทำหน้าที่เป็นทั้งเกราะกำบังรัฐบาล และเครื่องมือในการผลักดันกฎหมาย ยิ่งไปกว่านั้น การกุมเสียงข้างมากในวุฒิสภายังส่งผลโดยตรงต่ออำนาจชี้ขาดในการจัดวางบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ สร้างความได้เปรียบในเกมการเมือง

4. “รัฐพันลึก” และกติกาแห่งอนาคต

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “ระบอบสีน้ำเงิน” แข็งแกร่งจนยากจะสั่นคลอน คือการได้รับการยอมรับจาก “รัฐพันลึก” (Deep State) และกลุ่มทุนขนาดใหญ่ เพราะในมุมมองของขั้วอำนาจอนุรักษ์นิยม “ระบอบสีน้ำเงิน” คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพราะไม่แตะต้องโครงสร้างส่วนบน ไม่สร้างวาทกรรมปะทะ แต่มีศักยภาพในการบริหารจัดการมวลชน

ความเหนือกว่านี้ยังลากยาวไปถึงสมรภูมิการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ด้วยสัดส่วนเสียงในสภาที่เหนือกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” จึงเป็นผู้ถือปากกาเขียนกติกาใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าจะถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อต่อการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบอบฯ และการันตีการสืบทอดอำนาจในระยะยาว

5. ข้อสังเกตทิ้งท้าย

“ระบอบสีน้ำเงิน” ในวันนี้ ไม่ใช่แค่พรรคการเมือง แต่ได้ยกระดับเป็น “สถาบันอำนาจแบบเครือข่าย” (Network Governance) คำถามที่น่าขบคิดต่อไปคือ ภายใต้สภาวะอำนาจเบ็ดเสร็จที่ไร้คู่แข่งต่อกร ฝ่ายค้านที่ถูกตีวงล้อม และกลไกการตรวจสอบที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเลือกปฏิบัติ การครองเมืองของ “ระบอบสีน้ำเงิน” จะนำการเมืองไทยไปสู่ “เสถียรภาพ” ที่ยาวนาน หรือจะเป็นเพียงการกดทับระลอกใหม่…ในสังคมที่รอวันปะทุ ?

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor →

ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...

ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก

Srawut··1 min read

หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ

บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย

Srawut··1 min read

“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?

เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง

Srawut··1 min read

“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน

ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง

Srawut··1 min read