
“ชัชชาติ” นำโด่งโพลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ! เมื่อคนกรุงยังเทใจให้ “คนคุ้นเคย”
ผลสำรวจล่าสุดจากสวนดุสิตโพล (การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่18 / ครั้งที่ 1) เผยตัวเลขที่น่าสนใจและเป็นโจทย์หินสำหรับผู้ท้าชิงทุกคน เมื่อ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” แชมป์เก่า ยังคงครองใจคนกรุงเทพฯ เป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนนเสียงทะลุเกินครึ่งถึง 56.70 % ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง “ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” จากพรรคประชาชน ที่ได้ไป 18.90% แบบไม่เห็นฝุ่น คำถามที่ตามาคือ ทำไม “ชัชชาติ” ยังคงเป็นเบอร์ 1 ในใจคนกรุงเทพฯ

1. เพราะเมืองในฝัน คือเมืองที่ “ใช้ชีวิตได้จริง”
เมื่อเจาะลึกไปที่ความต้องการลึกๆ ของคนเมืองหลวง พวกเขาไม่ได้ฝันถึงมหานครที่ล้ำยุคหรือสวยงามเพียงเปลือกนอก แต่อันดับ 1 ที่คนกรุงโหยหาคือ “เมืองที่รถไม่ติด ขนส่งมวลชนดี ค่าโดยสารไม่แพง” (28.82%) ตามมาด้วย “เมืองสะอาด ทางเท้าเป็นระเบียบ เดินง่าย” (23.86%)
“ผศ.ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์” ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ชี้ให้เห็นว่า การที่ชื่อของ “ชัชชาติ” ยังมีคะแนนนำโด่ง เป็นเพราะคนกรุงเทพฯ ยังคงมองว่าเขาคือ “ตัวเลือกที่ตอบโจทย์ปัญหาเมืองได้อย่างต่อเนื่อง”
ภาพจำในการลงพื้นที่และการพยายามแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอย ยังคงซื้อใจโหวตเตอร์ที่ให้ความสำคัญกับ “ผลงานที่เห็นได้จริง” มากกว่า “กระแสการเมืองระยะสั้น”

2. พรรคประชาชน ต่อยอดชัยชนะจาก สส. สู่ สก.
การที่พรรคประชาชนกวาดความนิยมในสนาม สก. ไปถึงอันดับ 1 ด้วยคะแนน 40.13 % นั้น หากมองในเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่ “เหนือความคาดหมาย” แต่อย่างใด
แต่นี่คือภาพสะท้อนผลพวงโดยตรงจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุด ที่พรรคสีส้มสร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ เหมาที่นั่ง สส. กรุงเทพฯ ไปทั้งหมดถึง 33 เขต
ตัวเลขจากโพลนี้กำลังยืนยันว่า พรรคประชาชนยังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในกรุงเทพฯ ขณะเดียวกัน ตัวเลขที่เหลือเพียง 7.91% ของประชาธิปัตย์และเพื่อไทย คือการเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้ายว่า ความนิยมที่คนกรุงมีต่อ 2 พรรคดังกล่าว ได้หดหายไปเป็นอย่างมาก
3. โจทย์ใหญ่ของ “ผู้ท้าชิง” และกลุ่ม “ยังไม่ตัดสินใจ”
แม้ตัวเลข 56.70 % จะดูเหมือนเป็นกำแพงที่สูงชัน แต่ตัวเลขกลุ่มคนที่ “ยังไม่ตัดสินใจ” 13.13% ก็เป็นทั้งความหวังและตัวแปรสำคัญ
“ดร.พรพรรณ บัวทอง” ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ว่า โจทย์ใหญ่ของผู้สมัครคนอื่นๆ คือการเปลี่ยนความคาดหวังของประชาชนให้กลายเป็นการแก้ปัญหาที่จับต้องได้จริง หากไม่สามารถนำเสนอนโยบายที่แก้ปัญหาพื้นฐานอย่างเรื่องทางเท้า การเดินทาง และความสะอาดได้อย่างตรงจุด ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเจาะกำแพงคะแนนนิยมนี้ได้
การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึง “ความตื่นตัวแบบเน้นทำงานจริง” ของคนกรุงเทพฯ อย่างชัดเจน ในซีกของผู้บริหารเมือง พวกเขายังคงเลือกความมั่นคงและผลงานที่คุ้นเคย โดยเทใจให้แชมป์เก่าอย่าง “ชัชชาติ”
แต่ในขณะเดียวกัน ซีกของสภา กทม. พวกเขาก็พร้อมจะให้พรรคประชาชนต่อยอดความสำเร็จจากระดับ สส. ลงมาตอกเสาเข็มยึดพื้นที่ สก.
โจทย์ใหญ่จึงตกไปอยู่กับผู้ท้าชิง ว่าจะมีโยบายเด็ดๆ ที่โดนใจหรือไม่ เพื่อทำให้คนกรุงเทพฯ เปลี่ยนใจในห้วงเวลาอีกประมาณเดือนๆ กว่า ก่อนถึงวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
ที่มา การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่18 (ครั้งที่ 1) สวนดุสิตโพล

Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ชำแหละโครงการ TH-AI Passport คุ้มงบฯ 1.62 พันล้านบาท หรือไม่ ?
โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1.62 พันล้านบาทถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าและความโปร่งใส โดยพบข้อสงสัยเกี่ยวกับกลไกงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง
รู้จัก “ส่องรัฐ” แพลตฟอร์ม AI ของประชาธิปัตย์ ตรวจสอบการใช้งบฯ รัฐบาล
ส่องรัฐ เป็นแพลตฟอร์ม AI ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้ตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล
เปิดรายงานสภาพัฒน์ ถอดรหัสอนาคต: เมื่อ AI ไล่ล่าตลาดแรงงานไทย
สภาพัฒน์เปิดรายงานภาวะสังคมไทยเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน โดยพบว่า 2.2 ล้านคนเสี่ยงถูกทดแทนโดยสิ้นเชิง โดยส่วนใหญ่เป็นผู้จบปริญญาตรีขึ้นไป
“ระบอบสีน้ำเงิน” จากพรรคตัวแปร สู่ผู้การสืบทอดอำนาจ คสช. ?
บทความวิเคราะห์ว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” เป็นการสืบทอดอำนาจของคสช. ผ่านพรรคภูมิใจไทยและเครือข่ายบ้านใหญ่ โดยไม่ใช่การล่มสลายของระบอบทหาร แต่เป็นการถ่ายทอดอำนาจที่แนบเนียนที่สุด



