ท่ามกลางกระแสการแข่งขันบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น ปรากฏการณ์หนึ่งที่กำลังแทรกซึมและสร้างความเสียหายอย่างเงียบๆ คือการระบาดของ “ขบวนการจัดฉากคอนเทนต์” จากกลุ่มทุนจีน นี่ไม่ใช่เพียงการทำคลิปไวรัลเพื่อความบันเทิง แต่คือโมเดลธุรกิจ “ค้าความรันทด” ที่บงการอารมณ์ผู้ชมเพื่อแสวงหาผลประโยชน์อย่างเป็นระบบ และกำลังใช้พื้นที่โซเชียลมีเดียของไทยเป็นฐานปฏิบัติการ
1. จุดกำเนิด “ม่ายฉ่าน” ขบวนการสูบเงินจากจีน
โมเดลธุรกิจนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็น “สินค้าส่งออก” ที่มีต้นทางจากประเทศจีน รู้จักกันในวงการว่า “ม่ายฉ่าน” หรือการขายความน่าสงสาร
เอเจนซีเหล่านี้เปลี่ยนความลำบากให้เป็นสินค้า ตั้งแต่การจัดฉากเด็กกำพร้าสู้ชีวิตอย่างกรณีของ “เหลียงซาน เมิ่งหยาง” ไปจนถึงการจ้างผู้สูงอายุมานั่งร้องไห้เพื่อหลอกขายอาหารเสริม ในประเทศจีน
เมื่อทางการจีนกวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้อย่างหนัก กลุ่มทุนจีนจึงเริ่มย้ายฐานปฏิบัติการขยายผลมายังประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงประเทศไทย
2. ถอดรหัสปฏิบัติการในไทย: สคริปต์น้ำตาและกล้องแอบถ่ายทิพย์
ช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 สังคมไทยได้เห็นหลักฐานเชิงประจักษ์จากการออกมาแฉของครอบครัวไรเดอร์ และการถูกจับโป๊ะของช่องที่นำเสนอเรื่องราวพ่อบ้านเลี้ยงเดี่ยวสู้ชีวิต ทั้งสองกรณีมีรูปแบบการทำงานที่เหมือนกันราวกับคัดลอกกันมา ชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างการจัดการเบื้องหลังที่มีผู้กำกับคนเดียวกัน
สร้างแคแรกเตอร์กระชากใจ: เอเจนซีเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เรียกความเห็นใจจากสังคมไทยได้รวดเร็ว เช่น พ่อเลี้ยงเดี่ยว คนหาเช้ากินค่ำ หรือผู้ที่ถูกกลั่นแกล้ง
ใช้เด็กเป็นอุปกรณ์ประกอบฉาก (Prop): มีการบังคับให้เด็กเข้ามาอยู่ในเฟรมเพื่อเพิ่มมิติความน่าสงสาร สร้างสถานการณ์บีบคั้นอารมณ์ ให้ดูน่าเวทนาที่สุด
โปรดักชัน “เรียล” แบบจัดฉาก: ใช้เทคนิคตั้งกล้องมุมแอบถ่าย ผสมผสานกับดนตรีประกอบที่กระตุ้นความเศร้า เพื่อหลอกผู้ชมว่าเป็นเหตุการณ์ชีวิตจริงที่ไม่ได้ปรุงแต่ง

3. เป้าหมายปลายทาง: เปลี่ยน “ความสงสาร” เป็น “เม็ดเงิน”
เอเจนซีเหล่านี้ไม่ได้ต้องการเพียงยอดวิว แต่เป้าหมายสูงสุดคือการแปลงฐานผู้ติดตามเป็นรายได้ เมื่อช่องติดลมบน ขบวนการนี้จะเริ่ม “เก็บเกี่ยว” ผ่านการเปิดตะกร้าสินค้า หรือไลฟ์ขายของที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยอาศัยความรู้สึก “อยากช่วยคนลำบาก” ของคนไทยเป็นเครื่องมือปิดการขาย
ในขณะเดียวกัน นักแสดงหน้าฉากที่เป็นคนไทยมักตกอยู่ในสถานะผู้ถูกเอาเปรียบทางสัญญา ได้รับเพียงค่าจ้างรายวันหรือรายเดือน เมื่อเกิดปัญหา หรือนักแสดงปฏิเสธที่จะทำคอนเทนต์ลวงโลกต่อ เอเจนซีจะใช้อำนาจยึดช่องโซเชียลนั้นไปเป็นของตนเองเพื่อนำไปหาประโยชน์อื่นๆ ทันที
4. เมื่อความเห็นอกเห็นใจถูกทำลาย
ผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดของโมเดลธุรกิจลวงโลกนี้ ไม่ใช่เพียงเม็ดเงินที่ผู้บริโภคสูญเสียไป แต่คือการทำลาย “ความเชื่อใจ” ของคนในสังคม
เมื่อความจริงถูกปะปนกับสคริปต์จัดฉากจนแยกไม่ออก สังคมจะเกิดภาวะหวาดระแวง และผู้ที่ต้องรับเคราะห์หนักที่สุดคือ “คนที่กำลังตกระกำลำบากและต้องการความช่วยเหลือจริงๆ” เพราะน้ำใจที่คนในสังคมเคยพร้อมหยิบยื่นให้ จะถูกแช่แข็งด้วยความคลางแคลงใจ
ปรากฏการณ์นี้คือบททดสอบสำคัญ ทั้งสำหรับหน่วยงานรัฐในการบังคับใช้กฎหมายจัดการกับกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาฉ้อโกงประชาชน และสำหรับแพลตฟอร์มที่ต้องมีมาตรการตรวจสอบที่เด็ดขาด ก่อนที่พื้นที่สื่อจะกลายเป็นเพียงโรงงานผลิตความรันทดจอมปลอม ที่กัดกินความเห็นอกเห็นใจของสังคมไทยไปจนหมดสิ้น
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →หมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVIS
AI agent ASTRA ยุคใหม่เปลี่ยนวิธีการสร้างเนื้อหา ความน่าเชื่อถือและคุณค่าต่อสังคมกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญแทนความเร็วการผลิต
ผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลัง
นนทบุรีเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. โพลล่าสุดแสดง "นฤพนธ์" นำด้วย 37.27% จากแบรนด์ผึ้งหลวง ขณะ "เดชรัต" ของพรรคประชาชนได้ 27.55%
ประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมาย
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1 เพื่อจัดระเบียบและปิดช่องโหว่กฎหมายในการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์
สื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่
สำนักข่าว AP เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับสวนนงนุชพัทยา สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของพัทยาเป็นจุดหมายท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว




