“จะตั้งกรรมการสอบ”
“กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”
“เป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิด”
คนไทยได้ยินประโยคแบบนี้ซ้ำมาหลายสิบปี
ทุกครั้งหลังรถไฟชน
สะพานถล่ม
รถบัสไฟไหม้
น้ำท่วม
หรือโศกนาฏกรรมจากระบบที่ล้มเหลว
ก่อนอื่น ผมขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้สูญเสีย จากเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ ครั้งนี้ครับ
แต่ยิ่งเกิดเหตุซ้ำ ยิ่งต้องพูดตรงๆ ว่า
ปัญหาของไทยวันนี้ ไม่ใช่แค่ “อุบัติเหตุ”
แต่มันคือผลลัพธ์ของประเทศ
ที่ปล่อยให้ความหละหลวมกลายเป็นวัฒนธรรม

ข้อมูลล่าสุดยิ่งสะท้อนชัดมาก (ตามภาพ)
Institute for Management Development IMD World Competitiveness 2025
จัดอันดับโครงสร้างพื้นฐานไทย
ตกจากอันดับ 43 มาอยู่ 47!!!!
ขณะที่ World Economic Forum จัดอันดับ
ระบบรางไทย อยู่อันดับ 72 จาก 137 ประเทศ
คะแนนแค่ 2.6 จาก 7
ถามจริงๆ ว่า
นี่คือคุณภาพโครงสร้างพื้นฐาน
ของประเทศที่ใช้งบประมาณมหาศาลจริงหรือ???
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าอันดับโลก
คือ “Mindset” ของประเทศนี้
เราอยู่ในประเทศที่ชอบแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ
ภาพเปรียบเทียบการจัดการ Crisis ระหว่างไทยกับต่างชาติ มันอธิบายทุกอย่างได้ชัดมาก
ต่างชาติคิดเรื่อง…
1. ป้องกัน
2.วางระบบ
3. สื่อสารตรงไปตรงมา
4. หาคนรับผิดชอบ
5. และแก้ไม่ให้เกิดซ้ำ
แต่ไทยวนอยู่กับ…
1. ตั้งกรรมการ
2. แถลงข่าว
3. โยนความผิด
4. เยียวยาเฉพาะหน้า
5. แล้วรอให้คนลืม
นี่คือเหตุผลที่ผมเรียกประเทศนี้ว่า
“Compromise Land”
ประเทศที่ทุกอย่างจบด้วยคำว่า…
“หยวนๆ”
“พอใช้ได้”
“เอาแค่นี้ก่อน”
“เดี๋ยวค่อยแก้”
เราประนีประนอมกับถนนที่อันตราย
ประนีประนอมกับระบบรางที่ล้าหลัง
ประนีประนอมกับการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่จริงจัง
และประนีประนอมกับราชการที่แก้ปัญหาแบบ Reactive มาตลอด
สุดท้าย… ความผิดปกติเลยกลายเป็นเรื่องปกติ

ที่น่ากลัวคือ…
ปัญหามันไม่ได้อยู่แค่ที่ “โครงสร้างพื้นฐาน”
แต่มันอยู่ที่…
“Mindset Infrastructure”
โครงสร้างทางความคิดของทั้งรัฐและสังคม
ที่อ่อนแอมาก
เราไม่เคยสร้างสังคมที่เคารพกฎจริงๆ
ไม่เคยสร้างระบบที่ทำให้คน “ทำผิดได้ยาก”
และไม่เคยปลูกฝังว่า…
“พื้นที่สาธารณะคือความรับผิดชอบร่วมกัน”
คนไทยจำนวนมากเลยโตมากับความคิดว่า…
“เอาตัวรอดเก่ง สำคัญกว่ารักษากติกา”
ส่วนรัฐเองก็ทำให้คนไม่เชื่อในระบบ
กฎหมายใช้ไม่เท่ากัน
หน่วยงานทำงานแยกส่วน
นโยบายเปลี่ยนตามรัฐบาล
และทุกวิกฤตจบลงด้วยวงจรเดิมๆ
นี่จึงไม่ใช่แค่ปัญหาของรถไฟ หรืออุบัติเหตุครั้งเดียว
แต่มันคือภาพสะท้อนของประเทศ
ที่ยังไม่เคย “สร้างระบบ” อย่างจริงจัง
ประเทศที่พัฒนาแล้ว
ไม่ได้แตกต่างจากเราเพราะคนเก่งกว่า
แต่เขาสร้างระบบ
ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ “ทำถูกได้ง่าย”
และ “ทำผิดได้ยาก”
ขณะที่ไทย เราปล่อยให้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ
จิตสำนึกส่วนบุคคล
ในประเทศที่รัฐเองยังไม่เคยจริงจังกับการสร้าง
จิตสำนึกสาธารณะ
และถ้าเรายังแก้ปัญหาแบบเดิม
อีกไม่นาน
เราก็จะได้ยินประโยคเดิมๆ อีกครั้งว่า
“ไม่น่าเกิดขึ้นเลย”
——-
บทความโดย ระวี ตะวันธรงค์
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ชำแหละโมเดลค้าความรันทด เอเจนซี่จีนบุกไทย สร้างคอนเทนต์ลวงโลก
เอเจนซี่จีนนำเข้าโมเดลธุรกิจ “ค้าความรันทด” มาไทย โดยจัดฉากเรื่องราวลำบากเพื่อหลอกผู้ชมและแปลงเป็นรายได้ผ่านการขายสินค้า
2569 ระบอบสีน้ำเงิน ครองเมือง
พ.ศ. 2569 การเมืองไทยเข้าสู่สภาวะดุลยภาพใหม่ที่ถูกจัดระเบียบโดย “ระบอบสีน้ำเงิน” ซึ่งเป็นเครือข่ายอำนาจที่มีประสิทธิภาพในประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัย
ชำแหละโครงการ TH-AI Passport คุ้มงบฯ 1.62 พันล้านบาท หรือไม่ ?
โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1.62 พันล้านบาทถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าและความโปร่งใส โดยพบข้อสงสัยเกี่ยวกับกลไกงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง
รู้จัก “ส่องรัฐ” แพลตฟอร์ม AI ของประชาธิปัตย์ ตรวจสอบการใช้งบฯ รัฐบาล
ส่องรัฐ เป็นแพลตฟอร์ม AI ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้ตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล




