ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?
The Insight News
ระวีฝากสารถึงนายกฯ รัฐต้องเร่งลงมือทวงอธิปไตยดิจิทัลไทย จากแพลตฟอร์มข้ามชาติ

ระวีฝากสารถึงนายกฯ รัฐต้องเร่งลงมือทวงอธิปไตยดิจิทัลไทย จากแพลตฟอร์มข้ามชาติ

Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

ในยุคปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจอย่างรุนแรง จากการบรรยายของ “ระวี ตะวันธรงค์” กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อสารมวลชน กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในเวทีเสวนา “ว่าด้วยผลกระทบของทีวีดิจิทัลและ OTT” ได้ชี้ให้เห็นถึงวิกฤตอธิปไตยดิจิทัลที่เกิดจากอำนาจเหนือรัฐของแพลตฟอร์มข้ามชาติ โดยได้ฝากสารถึงนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ตระหนักและเร่งรับมือกับปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

1. ระบอบ Attention Economy และการที่ไทยถูกลดทอนความสำคัญ

แพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Google, Meta (Facebook), YouTube, Instagram และ TikTok ล้วนถูกขับเคลื่อนด้วยระบบ “Attention Economy” หรือระบบเศรษฐกิจที่ใช้ความสนใจเป็นหลัก ซึ่งมุ่งเน้นเพียงการดึงดูดความสนใจและสร้างยอดวิวจำนวนมหาศาล โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องหรือความเหมาะสมของเนื้อหา

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์มเหล่านี้ได้ปลดพนักงานในหน่วยงานกำกับดูแลเนื้อหา (Content Moderation) ทั่วโลกทิ้งทั้งหมด และหันไปใช้ AI ในการตรวจสอบเนื้อหาแทน ซึ่งมาตรฐานของ AI เหล่านี้ไม่ได้สอดคล้องกับบริบทและข้อกฎหมายของไทย

สิ่งที่น่าเจ็บปวดคือ แม้ประเทศไทยจะมีผู้ใช้งานมากถึง 60 ล้านบัญชี และสร้างรายได้ให้กับ Meta สูงเป็นอันดับ 8 ของโลก แต่ไทยกลับถูกปฏิบัติราวกับเป็นสาขาย่อยระดับ “อบต.” โดยมีศูนย์กลางภูมิภาคอยู่ที่สิงคโปร์และเวียดนาม

ความไม่ให้เกียรตินี้เห็นได้ชัดจากการที่รัฐมนตรีไทยเชิญตัวแทน Meta มาหารือเรื่องเนื้อหาอนาจาร แต่ Metaกลับส่งตัวแทนที่เป็นเพียงพนักงานระดับล่างมาพบ รวมถึงการส่งจดหมายตอบกลับที่ดูคล้ายพิมพ์โดยเด็กฝึกงาน

2. ฉากทัศน์ความน่ากลัว 3 ระยะที่กำลังคืบคลาน

หากยังไม่มีการรับมือที่เหมาะสม “ระวี” ได้ประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

(1) ผลกระทบระยะสั้น (ครอบครัวและสังคม)

อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มจะเป็นตัวกำหนดว่า ลูกหลานและคนในครอบครัวของเราจะเสพข้อมูลอะไรในแต่ละวัน นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังเอาเปรียบผู้ผลิตเนื้อหา ตัวอย่างเช่น การที่ Google นำข้อมูลข่าวไปทำ AI Overview โดยไม่ส่งลิงก์กลับมาให้สำนักข่าว ทำให้ผู้ผลิตเนื้อหาเสียประโยชน์อย่างมาก ในขณะที่ Meta สามารถทำรายได้จากการโฆษณาสูงสุดเป็นประวัติการณ์โดยที่ไม่ได้เป็นผู้ผลิตเนื้อหาเอง

(2) ผลกระทบภายใน 2 ปี (การล่มสลายของสื่อ)

สื่อดั้งเดิมหรือแอปพลิเคชันของสถานีโทรทัศน์จะเข้าสู่ภาวะล่มสลาย เนื่องจาก AI จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจนสามารถดึงดูดผู้ชมไปได้ทั้งหมด

กรณีศึกษาที่ชัดเจนคือรายการ The Late Show with Stephen Colbert ของช่อง CBS ในสหรัฐอเมริกาที่มีมานานกว่า 26 ปีและมีเรตติ้งอันดับ 1 ยังต้องปิดตัวลงและเลิกจ้างพนักงานถึง 200 คน เพราะผู้ชมหันไปดูผ่าน YouTube แทน

ยิ่งไปกว่านั้น ค่าตอบแทนของผู้ผลิตเนื้อหาไทยยังถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Tier 3 ซึ่ง 1,000 วิวจะได้เงินเพียง 5 บาท เทียบกับสหรัฐฯ ที่ได้ถึง 30 ดอลลาร์ และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ แพลตฟอร์มเหล่านี้จะเก็บข้อมูล (Data) ของคนไทยไปทั้งหมด จนทำให้พวกเขารู้จักคนไทยดีกว่าที่คนไทยรู้จักกันเอง

(3) ผลกระทบภายใน 5 ปี (การรุกรานจากอินเทอร์เน็ตดาวเทียม)

เมื่อระบบอินเทอร์เน็ตดาวเทียมอย่าง Starlink เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ประชาชนจะสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านบริษัทโทรคมนาคมในไทย ซึ่งจะทำให้บริษัทเหล่านี้อยู่ไม่ได้ และต่างชาติจะสามารถส่งเนื้อหาใดๆ ก็ได้เข้ามาในมือถือของคนไทย โดยที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมหรือกลั่นกรองได้เลย

3. การสูญเสียอำนาจอธิปไตยทางเทคโนโลยีและข้อมูล

ปัจจุบัน ประเทศไทยได้สูญเสียอธิปไตยทางเทคโนโลยีและข้อมูลไปแล้วอย่างสมบูรณ์ แพลตฟอร์มต่างชาติมีอำนาจต่อรองเหนือรัฐบาลไทยอย่างเห็นได้ชัด ดังเช่นเหตุการณ์ล่าสุดที่หน่วยงานรัฐเรียกแพลตฟอร์มมาพูดคุย แต่หลังจากนั้นเพจ Facebook ของไทยหลายเพจกลับ “ปลิว” หรือถูกปิดใช้งานไปอย่างกะทันหัน

“ระวี” ระบุว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิค แต่เป็นการแสดงความไม่พอใจ แบบเดียวกับที่แพลตฟอร์มเคยทำกับประเทศออสเตรเลีย โดยการปิดเพจข่าวเป็นเวลา 7 วัน เพื่อใช้ต่อรองกับรัฐ

สิ่งนี้ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงอย่างยิ่ง เพราะหากวันหนึ่งแพลตฟอร์มตัดสินใจปิดเพจของหน่วยงานราชการไทยทั้งหมด รัฐบาลก็จะสูญเสียช่องทางการสื่อสารกับประชาชนในประเทศไปในทันที

4. ข้อเสนอแนะและทางออกเพื่อทวงคืนอธิปไตยของประเทศไทย

เพื่อแก้ไขวิกฤตนี้ “ระวี” เสนอว่า รัฐบาลสามารถใช้อำนาจผลักดันกฎหมายผ่านสภาได้ทันที โดยไม่ต้องรอหน่วยงานอย่าง กสทช. ประเทศไทยควรใช้ข้อได้เปรียบจากการมีฐานผู้ใช้งานมหาศาลเพื่อเป็นอำนาจต่อรองกับแพลตฟอร์มข้ามชาติ โดยมีข้อเสนอแนะหลัก 2 ประการ

ประการแรก คือ การออกกฎหมายบังคับแบบประเทศอังกฤษ แม้อังกฤษจะมีผู้ใช้งานเพียง 38 ล้านบัญชี ซึ่งน้อยกว่าไทย แต่ก็สามารถออกกฎหมายบังคับให้ทุกแพลตฟอร์มที่เข้ามาให้บริการ ต้องมี “ตัวแทนทางกฎหมาย” ที่เป็นนิติบุคคลหรือบุคคลในประเทศ เพื่อมาร่วมรับผิดและรับชอบต่อเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบนแพลตฟอร์ม

ประการที่สองคือ การเรียกเก็บรายได้คืนประเทศ รัฐบาลควรกำหนดกฎหมายให้แพลตฟอร์มต่างชาติเหล่านี้ต้องจ่ายเงินหรือแบ่งรายได้ประมาณ 6-9% กลับคืนมา เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศไทย

5. บทสรุป

วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบจำกัดอยู่แค่ในวงการสื่อสารมวลชนเท่านั้น แต่เป็นภัยเงียบที่กำลังกัดกินและชี้ชะตาอนาคตของครอบครัว สังคม และความมั่นคงของชาติ รัฐบาลจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตระหนักถึงภัยคุกคามนี้ และลุกขึ้นมาดำเนินการทวงคืนอธิปไตยดิจิทัลของไทยกลับคืนมาก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ที่มา : เวทีเสวนา “ว่าด้วยผลกระทบของทีวีดิจิทัลและ OTT”

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด DIGITAL

น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?

ประเทศมีเงินนอกงบประมาณ 4 ล้านล้านบาท แต่รัฐบาลเลือกกู้เงินเพิ่มแทนที่จะใช้เงินที่มีอยู่ เพราะเงินกู้ง่ายต่อการแบ่งปันและสร้างโครงการหาเสียง

Srawut··1 min read

สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทย

สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวใหญ่เพื่อทวงคืนประเทศไทยภายใต้แนวคิด "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" โดยมุ่งตรวจสอบการทุจริตและปกป้องอธิปไตย

Srawut··1 min read

หมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVIS

AI agent ASTRA ยุคใหม่เปลี่ยนวิธีการสร้างเนื้อหา ความน่าเชื่อถือและคุณค่าต่อสังคมกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญแทนความเร็วการผลิต

Srawut··1 min read

ผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลัง

นนทบุรีเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. โพลล่าสุดแสดง "นฤพนธ์" นำด้วย 37.27% จากแบรนด์ผึ้งหลวง ขณะ "เดชรัต" ของพรรคประชาชนได้ 27.55%

Srawut··1 min read