การเมืองไทยในยุคปัจจุบันกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ เมื่อผลสำรวจล่าสุดจาก “สวนดุสิตโพล” ที่สอบถามความเห็นของประชาชนทั่วประเทศสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนกำลังจับตามอง “รัฐบาลอนุทิน” ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล และความหวังที่ริบหรี่ลงเรื่อยๆ
1. หมดเวลาฮันนีมูน วิกฤตศรัทธาตั้งแต่เริ่ม
ในทางการเมือง รัฐบาลใหม่มักได้รับช่วงเวลาฮันนีมูนที่ประชาชนพร้อมเปิดใจให้โอกาส แต่ผลสำรวจล่าสุดกลับชี้ให้เห็นว่า กลุ่มตัวอย่าง 33.16 % ระบุชัดเจนว่าไม่ค่อยคาดหวังต่อการทำงานของรัฐบาลอนุทิน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอีก 23.45 % ที่ตอบว่าไม่คาดหวังเลย
ตัวเลขที่รวมกันเกินครึ่งนี้สวนทางกับผู้ที่คาดหวังมากซึ่งมีเพียง 12.33 % สิ่งนี้ไม่ใช่แค่การประเมินผลงานล่วงหน้าที่ต่ำกว่าเกณฑ์ แต่มันคือวิกฤตความเชื่อมั่นที่สะท้อนถึงความสิ้นหวังลึกๆ ว่ารัฐบาลอาจไม่มีศักยภาพเพียงพอในการบริหารประเทศ
2. นโยบายเรือธง หรือระเบิดเวลาลูกใหญ่
ความสิ้นหวังนี้ยิ่งตอกย้ำชัดเจนเมื่อมองลึกไปถึงความย้อนแย้งในความต้องการของประชาชน แม้คนส่วนใหญ่ถึง 77.97 % จะต้องการให้รัฐบาลเร่งลดค่าครองชีพ ค่าพลังงาน และราคาสินค้ามากที่สุด แต่เมื่อถามถึงเรื่องที่กังวลใจที่สุด ณ วันนี้ อันดับหนึ่งกลับตกเป็นของภาระหนี้สาธารณะและการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งสูงถึง 44.44 %
นัยยะตรงนี้แหลมคมมาก เพราะมันแปลว่าประชาชนกำลังเดือดร้อนเรื่องปากท้องอย่างหนัก แต่กลับไม่ไว้วางใจในวิธีการของรัฐบาล พวกเขามองข้ามผลประโยชน์ระยะสั้นจากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ และมองทะลุไปถึงความคุ้มค่าและผลกระทบระยะยาว นโยบายกู้เงินที่หวังจะใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง จึงเสี่ยงที่อาจจะกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ ที่ย้อนกลับมาทำลายรัฐบาลเสียเอง
3. เศรษฐกิจมืดมน ท่ามกลางข้อกังขาเรื่องความโปร่งใส
สถานการณ์ยิ่งดูเปราะบางเมื่อพิจารณาถึงมุมมองต่ออนาคตอันใกล้ เกือบครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามหรือ 46.89 % ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้าตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมจะแย่ลง
ภาพอนาคตที่มืดมนนี้มาพร้อมกับข้อเรียกร้องที่ต้องการให้รัฐบาลปราบทุจริตและบริหารอย่างโปร่งใส ซึ่งอยู่ในอันดับ 3 ด้วยสัดส่วน 63.08 % สมการนี้อันตรายยิ่งนัก เพราะเมื่อใดก็ตามที่ประชาชนรู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่ย่ำแย่ อีกทั้งการบริหารงานระดับชาติยังถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส ความอดทนของสังคมย่อมขาดสะบั้นลงอย่างรวดเร็ว
4. เสถียรภาพของ สส. ไม่อาจต้านทานแรงกดดันนอกสภา
บทสรุปจากโพลชิ้นนี้กำลังสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้การเมืองไทย ความชอบธรรมของรัฐบาลยุคปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงเสียงข้างมากในสภาอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและความน่าเชื่อถือในการบริหารประเทศ
ประชาชนจำนวนมากอยู่ในภาวะรอดูผลงาน ต่อให้รัฐบาลมีมือของ สส. ที่ยกโหวตสนับสนุนในสภาเหนียวแน่นเพียงใด ก็ไม่อาจต้านทานแรงกดดันของประชาชนนอกสภาได้ หากไม่สามารถสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นทางสังคมได้
โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลในเวลานี้ จึงไม่ใช่แค่การเข็นนโยบายประชานิยมออกมาแจกจ่าย แต่คือการกอบกู้ความเชื่อมั่นที่กำลังติดลบ ก่อนที่ความรู้สึกไม่ค่อยคาดหวังจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความไม่ไว้วางใจ และพัฒนาไปสู่แรงกดดันทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นในระยะต่อไป
ที่มา สวนดุสิตโพล : ความคาดหวังของประชาชนต่อการทำงานของ “รัฐบาลอนุทิน”
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 โดยมีระยะเวลาในตำแหน่งยาวนาน 7 ปี
ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”
กฤชเทพ สิมลี ศิษย์เก่า OSK 90 ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเนวิน ชิดชอบ
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน สอนวิธีสร้างคอนเทนต์ให้คนจดจำ โดยเน้นการหลีกเลี่ยงการไล่ตามกระแส การค้นหาความแตกต่าง และการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบัน
ซีรีย์รายได้สื่อ EP1 ย้อนกลับไปเมื่อ 25-30 ปีก่อน เมื่อเรตติ้งเป็นตัววัดมูลค่าสื่อ และรายได้โฆษณาเข้มข้น แต่วันนี้ผู้ชมกระจายตัวไปบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้โครงสร้างรายได้เปลี่ยนไป




