ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?
The Insight News
ดร.ประสาร เสนอ 8 นวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย

ดร.ประสาร เสนอ 8 นวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย

Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

กสศ. ชี้ “นโยบายไม่ต่อเนื่อง-เปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อย” ทำการศึกษาไทยตกต่ำ ชู 8 นวัตกรรมแก้ความเหลื่อมล้ำ

เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ ทรูดิจิทัล พาร์ค ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย ในตอนหนึ่งว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา มีความพยายามค้นหาคำตอบว่า “ทำอย่างไรให้เด็กไทยทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ไม่มีใครหลุดจากระบบเพราะข้อจำกัดของชีวิต”

เพราะ ตั้งแต่ พ.ศ.2542 เป็นต้นมา ประเทศไทยพยายามปฏิรูปการศึกษามาตลอด โดยมีการออกกฎหมายและนโยบายจำนวนมาก แต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำยังคงมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งเกิดจากการขาดความต่อเนื่องในการปฏิรูปและขาดกลไกเชิงสถาบัน

พร้อมเผยว่า ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมาประเทศไทยมีการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมากกว่า 20 คน ทำให้แต่ละคนมีเวลาบริหารเฉลี่ยเพียง 10-11 เดือนเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเวียดนามและสิงคโปร์ในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่ามีการเปลี่ยนรัฐมนตรีเพียง 4-5 คน ซึ่งการเปลี่ยนตำแหน่งบ่อยครั้งก็ทำให้นโยบายเปลี่ยนตาม เพราะนโยบายเดิมมักจะถูกระงับโดยรัฐมนตรีคนใหม่

ดังนั้น รัฐธรรมนูญ 2560 จึงได้กำหนดให้ตั้ง กสศ.ขึ้น เพื่อเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ปัญหา ซึ่ง กสศ. ดำเนินงานโดยอาศัยข้อมูล หลักฐานเชิงประจักษ์ และงานวิจัยที่มีคุณภาพสูงเป็นหัวใจสำคัญ เป้าหมายหลักขององค์กรคือการคิดค้นนวัตกรรมต้นแบบและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เป็นอิสระจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

ดร.ประสาร จึงได้นำเสนอ 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม เพื่อความยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย ได้แก่

1. ระบบข้อมูล ทำหน้าที่เป็นฐานรากสำคัญที่เชื่อมโยงข้อมูลรายบุคคลเพื่อค้นหาและติดตามเด็กเยาวชนกลุ่มยากจนที่สุด ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงวัยแรงงาน เพื่อลดปัญหาการตกหล่นของข้อมูล

2. หลักประกันโอกาสทางการศึกษา จัดสรรงบประมาณแบบมุ่งเป้าผ่านระบบคัดกรองความยากจน เพื่อให้นักเรียนยากจนพิเศษได้รับโอกาสในการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

3. Thailand Zero Dropout โครงการระดับชาติที่มีเป้าหมายในการดึงเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลับเข้ามาสู่การเรียนรู้อีกครั้ง โดยตั้งเป้าให้เด็กหลุดระบบเป็นศูนย์ภายในปี 2570

4. โรงเรียนพัฒนาตัวเอง พัฒนาระบบการบริหารจัดการและคุณภาพการเรียนรู้ในโรงเรียนผ่านฐานข้อมูล เช่น ระบบ Q-Info สำหรับประเมินนักเรียนรายบุคคล เพื่อยกระดับโรงเรียนด้วยตนเอง

5. ครูรัก(ษ์)ถิ่น แก้ปัญหาครูจากนอกพื้นที่ขอย้ายออก โดยคัดเลือกเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลมาเรียนครูแล้วกลับไปบรรจุในชุมชนบ้านเกิด เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบการศึกษาในพื้นที่

6. การศึกษาที่ยืดหยุ่น ปรับรูปแบบการศึกษาให้สอดคล้องกับข้อจำกัดในชีวิตของเด็ก เช่น การทำงานช่วยครอบครัว โดยมีโมเดล “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” และการใช้ Learning Passport รับรองผลการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

7. All for Education สร้างหุ้นส่วนความร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคส่วนต่างๆ เพื่อระดมทรัพยากรและร่วมลงทุนในการพัฒนาการศึกษา แทนการพึ่งพาเพียงงบประมาณภาครัฐหรือการบริจาคเพียงอย่างเดียว

8. การวิจัยเชิงประจักษ์ ใช้ข้อมูลวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาเป็น “เข็มทิศ” ในการกำหนดนโยบาย เพื่อให้การลงทุนด้านการศึกษามีความคุ้มค่าและแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

แต่ปัญหาคือ ถึงแม้ว่างานวิจัยเชิงประจักษ์ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนนโยบายด้วยข้อเท็จจริง แต่สถานการณ์ล่าสุดพบว่า งบประมาณด้านการวิจัยของ กสศ. กลับถูกตัดลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่ง ดร.ประสารเปรียบเทียบว่าเหมือนกับการ “โยนเข็มทิศทิ้งในขณะที่เรือกำลังแล่นอยู่กลางมหาสมุทร” การขาดการสนับสนุนเครื่องมือนี้อาจส่งผลให้การประเมินทิศทางและการลงทุนเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น

พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จในการขับเคลื่อนนวัตกรรมตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดจาก กสศ. เพียงหน่วยงานเดียว แต่คือ ปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก (Butterfly Effect) ที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ดังนั้นโจทย์ที่ท้าทายที่สุดในขณะนี้คือ การสร้างความยั่งยืนให้นวัตกรรมทางการศึกษาเหล่านี้ดำเนินต่อไปได้โดยไม่ผูกติดอยู่กับงบประมาณรายปีที่มีความผันผวน หรือการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล

ดร.ประสาร จึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนของสังคม มาร่วมกันออกแบบกลไกเชิงระบบ ทั้งด้านกฎหมาย การเงิน และนโยบายระยะยาว เพื่อผลักดันให้ความเสมอภาคทางการศึกษากลายเป็นเป้าหมายและความสำเร็จร่วมกันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?

ประเทศมีเงินนอกงบประมาณ 4 ล้านล้านบาท แต่รัฐบาลเลือกกู้เงินเพิ่มแทนที่จะใช้เงินที่มีอยู่ เพราะเงินกู้ง่ายต่อการแบ่งปันและสร้างโครงการหาเสียง

Srawut··1 min read

สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทย

สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวใหญ่เพื่อทวงคืนประเทศไทยภายใต้แนวคิด "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" โดยมุ่งตรวจสอบการทุจริตและปกป้องอธิปไตย

Srawut··1 min read

หมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVIS

AI agent ASTRA ยุคใหม่เปลี่ยนวิธีการสร้างเนื้อหา ความน่าเชื่อถือและคุณค่าต่อสังคมกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญแทนความเร็วการผลิต

Srawut··1 min read

ผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลัง

นนทบุรีเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. โพลล่าสุดแสดง "นฤพนธ์" นำด้วย 37.27% จากแบรนด์ผึ้งหลวง ขณะ "เดชรัต" ของพรรคประชาชนได้ 27.55%

Srawut··1 min read