“สามารถ” ผ่าเบื้องลึก รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กลายเป็นฝันค้าง
นโยบาย “รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน” เคยเป็นหนึ่งในความหวังสำคัญของประชาชนที่มุ่งหวังจะลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทว่าล่าสุดความหวังนี้ดูเหมือนจะต้องเผชิญกับอุปสรรค เมื่อกระทรวงคมนาคมมีท่าทีเตรียมถอยจากแนวทางดังกล่าว
โดย “ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์” อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะพาเราไปไขคำตอบถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของอุปสรรคเหล่านี้ ผ่านบทความที่ชื่อว่า “ฝันค้างทั้งเมือง! รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวันสะดุด รัฐพับแผนซื้อคืนสัมปทาน”
ใครที่กำลังรอใช้รถไฟฟ้าทุกสายทุกสีในราคา 40 บาทตลอดวัน คงต้องผิดหวังไม่น้อย เพราะล่าสุดมีข่าวออกมาแล้วว่ากระทรวงคมนาคมเตรียมถอยจากแนวทางดังกล่าว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยยืนยันว่าจะเริ่มใช้ตั้งแต่ต้นปี 2570 เป็นต้นไป
คำถามคือ… อะไรทำให้นโยบายที่เคยถูกเสนออย่างมั่นใจ ต้องสะดุดกลางทาง ?
1. ต้องใช้เงินชดเชยจำนวนมาก
หากกำหนดค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสายทุกสีไว้ที่ 40 บาทตลอดวัน ผู้โดยสารจะจ่ายถูกลงอย่างมาก สมมติว่าใน 1 วัน ใช้รถไฟฟ้า 3 เที่ยว เท่ากับจ่ายเฉลี่ยเพียงเที่ยวละ 13 บาท ซึ่งถูกกว่า 20 บาทตลอดสายเสียอีก
เมื่อรายได้จากค่าโดยสารลดลง รัฐจึงต้องจ่ายเงินให้เอกชนผู้รับสัมปทานจำนวนมาก และต้องจ่ายต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ปัญหาคือ รัฐไม่เคยเปิดเผยอย่างชัดเจนว่า จะต้องใช้เงินเท่าใด และจะนำเงินจากไหนมาชดเชย จึงเกิดคำถามว่า นโยบายนี้จะกลายเป็นภาระงบประมาณในอนาคตหรือไม่ ?

2. แนวคิด “ซื้อคืนสัมปทาน”
เมื่อพบว่าการจ่ายชดเชยอาจมีต้นทุนสูง รัฐจึงหันไปพิจารณาแนวทางการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าจากเอกชน
แนวคิดคือ เมื่อรัฐเป็นเจ้าของเอง ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินชดเชยให้เอกชนอีก แต่แนวทางนี้กลับสร้างคำถามและปัญหาตามมาหลายข้อ
(1) ซื้อคืนในราคาที่เหมาะสมหรือไม่ ?
มีข่าวว่าการซื้อคืนสัมปทานอาจต้องใช้เงินถึง 140,000 ล้านบาท คำถามสำคัญคือ ตัวเลขนี้คำนวณมาได้อย่างไร และสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงหรือไม่ หากจ่ายแพงเกินไป ย่อมถูกตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน
(2) เป็นการย้าย “ความเสี่ยง” จากเอกชนมาสู่รัฐหรือไม่ ?
ปัจจุบัน เอกชนเป็นผู้รับความเสี่ยงเรื่องจำนวนผู้โดยสาร แต่หากรัฐซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าสายที่ขาดทุนอยู่ เป็นการทำให้เอกชนไม่มีความเสี่ยงกับการขาดทุน อีกทั้งรัฐจะจ้างเอกชนรายเดิมให้เดินรถและซ่อมบำรุงต่อไป ทำให้เอกชนมีรายได้ที่แน่นอน ไม่ต้องเสี่ยงกับจำนวนผู้โดยสาร ขณะที่ความเสี่ยงทั้งหมดกลับตกอยู่กับรัฐและผู้เสียภาษี
(3) เจรจายาก และอาจมีแรงต้าน
เอกชนย่อมต้องการขายในราคาที่คุ้มค่ากับการลงทุน ส่วนรัฐก็ต้องการซื้อในราคาที่ประชาชนยอมรับได้ เพียงประเด็นนี้ก็อาจใช้เวลาเจรจายาวนาน และต่อให้ตกลงราคากันได้ หากสังคมมองว่ารัฐจ่ายแพงเกินไป ก็อาจกลายเป็นปัญหาทางการเมืองตามมา
(4) รัฐไม่มั่นใจว่าจะเก็บค่าโดยสารได้คุ้มต้นทุน
แม้ค่าโดยสารที่ถูกลงจะดึงดูดผู้โดยสารเพิ่มขึ้นแน่นอน แต่จะเพิ่มขึ้นมากพอที่จะชดเชยต้นทุนทั้งหมดหรือไม่ ทั้งค่าชดเชย ค่าเดินรถและซ่อมบำรุง รวมทั้งค่าซื้อคืนสัมปทานที่ต้องผ่อนจ่ายในอนาคต ดูเหมือนว่ารัฐเองก็ยังไม่มีคำตอบที่มั่นใจ
3. ถอยจาก 40 บาทตลอดวัน เป็น 17-45 บาท
เมื่อเห็นว่าการซื้อคืนสัมปทานจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ นานา รัฐจึงล้มแผนการซื้อคืนสัมปทาน พร้อมกับเตรียมที่จะประกาศใช้นโยบายค่าโดยสารทุกสายทุกสี 17-45 บาท แทน 40 บาทตลอดวัน กล่าวคือ 17 บาท เป็นค่าแรกเข้า ซึ่งจะจ่ายเพียงครั้งเดียวไม่ว่าจะเปลี่ยนกี่สายกี่สีก็ตาม ส่วน 45 บาท เป็นค่าโดยสารสูงสุด
ข้อดีคือ รัฐต้องจ่ายเงินชดเชยน้อยลง โดยมีการประเมินว่าประมาณ 4,000 ล้านบาท/ปี แต่สำหรับประชาชนแล้ว ค่าใช้จ่ายย่อมสูงกว่าแนวคิด 40 บาทตลอดวัน หากสมมติว่าค่าโดยสารเฉลี่ยของอัตราค่าโดยสารใหม่อยู่ที่ 35 บาท/เที่ยว เทียบกับค่าโดยสาร 40 บาทตลอดวันที่เฉลี่ยเพียง 13 บาท/เที่ยว ก็หมายความว่าประชาชนอาจต้องจ่ายแพงขึ้นถึงประมาณ 169%

4. บทสรุป
นโยบายสาธารณะที่ดีไม่ใช่นโยบายที่ประกาศแล้วคนปรบมือดังที่สุด แต่คือนโยบายที่คิดมาครบตั้งแต่ต้นว่า จะทำจริงได้อย่างไร ใช้เงินเท่าไร ใครเป็นคนจ่าย และผลกระทบระยะยาวเป็นอย่างไร
เพราะถ้าประกาศวันนี้ว่า “ได้แน่” แล้วอีกวันบอกว่า “ขอทบทวน” จากนั้นเปลี่ยนเป็น “ทำไม่ได้” สุดท้าย ประชาชนก็เริ่มไม่แน่ใจว่า สิ่งที่กำลังติดขัดคือแนวคิดที่ยังไม่ตกผลึก หรือการบ้านที่ยังทำไม่เสร็จตั้งแต่แรก
ที่มา : บทความ “ฝันค้างทั้งเมือง! รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวันสะดุด รัฐพับแผนซื้อคืนสัมปทาน” โดย “ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์”
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 โดยมีระยะเวลาในตำแหน่งยาวนาน 7 ปี
ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”
กฤชเทพ สิมลี ศิษย์เก่า OSK 90 ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเนวิน ชิดชอบ
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน สอนวิธีสร้างคอนเทนต์ให้คนจดจำ โดยเน้นการหลีกเลี่ยงการไล่ตามกระแส การค้นหาความแตกต่าง และการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบัน
ซีรีย์รายได้สื่อ EP1 ย้อนกลับไปเมื่อ 25-30 ปีก่อน เมื่อเรตติ้งเป็นตัววัดมูลค่าสื่อ และรายได้โฆษณาเข้มข้น แต่วันนี้ผู้ชมกระจายตัวไปบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้โครงสร้างรายได้เปลี่ยนไป




