“ปัญหาป่าทับลาน คนรุกป่า ป่าทับคน หรือฟอกขาวนายทุน ?
มหากาพย์ความขัดแย้งเรื่องที่ดิน “อุทยานแห่งชาติทับลาน” กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่แบ่งสังคมออกเป็น 2 ขั้วอย่างชัดเจน ท่ามกลางกระแส #Saveทับลาน ที่ลุกฮือขึ้นมาบนโลกออนไลน์ หลายคนตั้งคำถามว่า การเฉือนพื้นที่ป่ากว่า 1.5 แสนไร่ครั้งนี้ คือการคืนความเป็นธรรมให้ชาวบ้านดั้งเดิม หรือเป็นเพียงกลไก “ฟอกขาว” ให้กับกลุ่มทุนที่ฮุบป่าไปทำรีสอร์ตกันแน่?
หากเราถอยออกมามองภาพรวมและลบอคติออกไป ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องแค่ “ขาวกับดำ” แต่เป็นความสลับซับซ้อนที่เกิดจากนโยบายรัฐในอดีต สู่การฉวยโอกาสของกลุ่มทุน และลงเอยด้วยการรับไม้ต่อของรัฐบาลปัจจุบัน
1. ป่าทับคน: ความผิดพลาดจากนโยบายของรัฐ
ต้นตอของปัญหาไม่ได้เริ่มจากความโลภของชาวบ้าน แต่เริ่มจาก “แผนที่ของรัฐ” ย้อนกลับไปในยุคสงครามเย็น รัฐบาลผลักดันให้ประชาชนเข้าไปตั้งถิ่นฐานแนวชายป่าเพื่อความมั่นคง
– ปี 2521: สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ประกาศเขตปฏิรูปที่ดินให้ชาวบ้านทำกิน
– ปี 2524: กรมป่าไม้ ประกาศตั้งอุทยานแห่งชาติทับลานทับซ้อนลงไป
ความตลกร้ายคือ เส้นแนวเขตของอุทยานฯ ดันไปทับที่ทำกินที่รัฐเคยจัดสรรให้ชาวบ้านอยู่มาก่อน ชั่วข้ามคืน… ชาวบ้านกลายเป็น “ผู้บุกรุกป่า” ทันที รัฐพยายามแก้ปัญหาโดยการเดินรังวัดใหม่ในปี 2543 (แนวเขตปี 43) เพื่อกันเขตชุมชนออก แต่ก็ไม่เคยมีการประกาศใช้เป็นกฎหมายจริงจัง
จนกระทั่งปี 2558 “พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้ริเริ่มนโยบาย One Map (แผนที่มาตราส่วน 1:4000) เพื่อหวังเคลียร์เส้นทับซ้อนนี้ให้เหลือเส้นเดียว โดยยึดแนวเขตปี 2543 เป็นเกณฑ์
2. เมื่อที่ดินเกษตรกรรมกลายเป็นรีสอร์ตหรู
ในระหว่างที่รัฐบาลใช้เวลาคลี่คลายเส้นแผนที่นานนับสิบปี มูลค่าที่ดินบริเวณวังน้ำเขียว-ทับลานพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาลจากการบูมของการท่องเที่ยว เกิดปรากฏการณ์เปลี่ยนมือครั้งใหญ่ ชาวบ้านดั้งเดิมหลายรายเลือกที่จะขายสิทธิที่ดิน (ซึ่งตามกฎหมาย ส.ป.ก. หรือ ภ.บ.ท.5 ห้ามซื้อขาย) ให้กับนายทุน ผู้มีอิทธิพล และคนเมือง
พื้นที่เกษตรกรรมกลายสภาพเป็นรีสอร์ตหรู บ้านพักตากอากาศ และลานกางเต็นท์ นำไปสู่ยุทธการ “ทวงคืนผืนป่า” ในช่วงปี 2554-2555 ที่กรมอุทยานฯ ลุยจับกุมและดำเนินคดีกับกลุ่มทุนเหล่านี้กว่า 400 คดี ซึ่งหลายคดีศาลตัดสินเด็ดขาดแล้วว่ามีความผิดและต้องรื้อถอน
3. ฟอกขาวนายทุน ?
เรื่องนี้กลับมาเป็นประเด็นดราม่าในปัจจุบัน ภายใต้รัฐบาลของ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อมติ One Map จากยุคก่อนถูกนำมาปฏิบัติจริงจนนำไปสู่การเตรียมเพิกถอนพื้นที่ป่าทับลาน
สิ่งที่สังคมหวาดระแวงไม่ใช่ตัวแผนที่ One Map แต่คือผลลัพธ์จากการนำมาผูกรวมกับนโยบาย “เปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร” ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิ์ที่โอนสิทธิและเปลี่ยนมือง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก
สังคมจึงตั้งคำถามว่า หากที่ดินหลุดจากอุทยานฯ ไปเป็น ส.ป.ก. แล้ว คดีความของรีสอร์ตหรู 400 กว่าคดีนั้นจะถูกเป่าหายไปด้วยหรือไม่ ? และนี่คือการนิรโทษกรรมทางอ้อมให้นายทุนภายใต้เสื้อคลุมของ “การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้” หรือไม่ ?
4. ขยับหมากเกมใหม่: สกัดกลกลุ่มทุน หรือแค่ปาหี่ ?
เมื่อเกิดกระแสสังคมขึ้น รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจึงต้องขยับตัวเพื่อลดแรงเสียดทาน:
– ฝั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ : “สุชาติ ชมกลิ่น” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมายืนยันหนักแน่นว่าจะไม่มีการนิรโทษกรรมคดีเก่า และสั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ “พิสูจน์สิทธิรายแปลง” เพื่อคัดกรองชาวบ้านตัวจริงออกจากนายทุน
– ฝั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ : ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของพรรคเพื่อไทย โดยมี “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” นั่งแท่นรัฐมนตรี แม้เจ้าตัวจะเลือกไม่เผชิญหน้ากับสื่อโดยตรงในประเด็นทับลาน แต่เมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2569 “สุริยะ” ได้เซ็นคำสั่งตั้ง “ศูนย์พระพิรุณ” (ศพร.) เพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางการเกษตรและการบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. โดยเฉพาะ ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกที่ส่งมาเพื่อ “สกรีน” และอุดช่องโหว่ไม่ให้นายทุนสวมรอยรับผลประโยชน์จากการเพิกถอนป่าครั้งนี้
5. ข้อสังเกตชวนคิด
ในเวลานี้จึงคำถามพุ่งเป้าไปที่กลไกตรวจสอบของรัฐบาล ว่า “ศูนย์พระพิรุณ” ของพรรคเพื่อไทย และ “การพิสูจน์สิทธิรายแปลง” ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จะทำงานได้จริงและโปร่งใสแค่ไหน ?
หากรัฐบาลสามารถคัดแยกกลั่นกรองกลุ่มทุนรีสอร์ตออกไป ยึดคืนพื้นที่เหล่านั้นกลับมาเป็นของรัฐ และแจกเอกสารสิทธิ์ให้เฉพาะเกษตรกรที่เดือดร้อนจริง มหากาพย์เรื่องนี้จะเป็นบทเรียนของการแก้ไขความผิดพลาดในอดีตที่งดงาม
แต่หากตะแกรงร่อนของรัฐเกิด “ตาข่ายทะลุ” ปล่อยให้นายทุนฟอกขาวโฉนดที่ดินป่าทับลานได้สำเร็จ มันก็จะเป็นการตอกย้ำความจริงอันเจ็บปวดของสังคมไทยที่ว่า… “คุกมีไว้ขังคนจน ส่วนกฎหมายมีช่องว่างไว้ให้กลุ่มทุนเสมอ”
บทความโดยศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...
ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก
หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ
บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?
เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง
“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน
ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง




