รายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสแรกของปี 2569 จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุตัวเลขการขยายตัวที่ร้อยละ 2.8 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 2.5 ในไตรมาสที่สี่ของปี 2568 ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคนี้สะท้อนภาวะ K-Shaped Recovery อย่างรุนแรง โดยอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่เศรษฐกิจฐานรากและกำลังซื้อของประชาชนกลับหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
1. ปาร์ตี้ของทุนใหญ่และภาคอุตสาหกรรม
เครื่องยนต์เศรษฐกิจฝั่งการลงทุนและการส่งออกเร่งตัวขึ้นทำสถิติใหม่:
การลงทุนรวมขยายตัวสูงถึงร้อยละ 9.9 นับเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2558 โดยการลงทุนภาคเอกชนเร่งขึ้นถึงร้อยละ 10.1 สอดคล้องกับการลงทุนในหมวดเครื่องจักรเครื่องมือและหมวดยานพาหนะ
การส่งออกสินค้าขยายตัวร้อยละ 17.8 มีมูลค่า 95,096 ล้านดอลลาร์ สรอ. แรงหนุนหลักมาจากความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมในตลาดโลก โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมเพิ่มขึ้นร้อยละ 140.1 และชิ้นส่วนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 45.4
รายรับรวมจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 อยู่ที่ 7.59 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส

2. น้ำตาเกษตรกรและเสถียรภาพที่เปราะบาง
เมื่อพิจารณาเศรษฐกิจฐานราก กลับพบสัญญาณเตือนถึงกำลังซื้อที่ถดถอย:
รายได้เกษตรกรดิ่งเหว: แม้ผลผลิตภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 แต่ดัชนีราคาสินค้าเกษตรลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ที่ร้อยละ 8.5 ส่งผลให้ดัชนีรายได้เกษตรกรโดยรวมปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ที่ร้อยละ 6.3
เงินเฟ้อติดลบ สะท้อนกำลังซื้อชะลอตัว: อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ร้อยละ -0.5
ภาระหนี้และ NPL: หนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่าทั้งสิ้น 12.68 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 66.38 ของ GDP นอกจากนี้ สศช. ยังเน้นย้ำประเด็นการบริหารนโยบายให้รัฐบาลเร่งจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในภาคครัวเรือน และปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้รายย่อยรวมถึงธุรกิจ SMEs
3. กับดักดุลการค้า: เติบโตจากการนำเข้า
จุดที่ต้องจับตาคือ แม้การส่งออกจะขยายตัวในเกณฑ์สูง แต่การนำเข้าสินค้ากลับขยายตัวเร่งขึ้นถึงร้อยละ 33.1 ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส โดยมีมูลค่า 95,399 ล้านดอลลาร์ สรอ. ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ไตรมาส ที่ 0.3 พันล้านดอลลาร์ สรอ. (6.9 พันล้านบาท) ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศยังพึ่งพาการนำเข้าในสัดส่วนที่สูง

4. บทสรุป
การขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2569 ขับเคลื่อนโดยกลุ่มทุนและภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก ในขณะที่เศรษฐกิจฐานรากยังคงอ่อนแอ โจทย์สำคัญของการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในปี 2569 คือการเร่งกระจายผลประโยชน์จากการลงทุนและการส่งออกลงสู่ประชาชนระดับฐานรากและ SMEs หากไม่สามารถเชื่อมรอยต่อของตัวเค (K-Shape) นี้ได้ การขยายตัวของ GDP ที่ร้อยละ 1.5 – 2.5 ตามประมาณการของปีนี้ จะไม่สะท้อนถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนในภาพรวมอย่างแท้จริง
อ้างอิง : รายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสแรกของปี 2569 จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →2569 ระบอบสีน้ำเงิน ครองเมือง
พ.ศ. 2569 การเมืองไทยเข้าสู่สภาวะดุลยภาพใหม่ที่ถูกจัดระเบียบโดย “ระบอบสีน้ำเงิน” ซึ่งเป็นเครือข่ายอำนาจที่มีประสิทธิภาพในประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัย
ชำแหละโครงการ TH-AI Passport คุ้มงบฯ 1.62 พันล้านบาท หรือไม่ ?
โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1.62 พันล้านบาทถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าและความโปร่งใส โดยพบข้อสงสัยเกี่ยวกับกลไกงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง
รู้จัก “ส่องรัฐ” แพลตฟอร์ม AI ของประชาธิปัตย์ ตรวจสอบการใช้งบฯ รัฐบาล
ส่องรัฐ เป็นแพลตฟอร์ม AI ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้ตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล
เปิดรายงานสภาพัฒน์ ถอดรหัสอนาคต: เมื่อ AI ไล่ล่าตลาดแรงงานไทย
สภาพัฒน์เปิดรายงานภาวะสังคมไทยเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน โดยพบว่า 2.2 ล้านคนเสี่ยงถูกทดแทนโดยสิ้นเชิง โดยส่วนใหญ่เป็นผู้จบปริญญาตรีขึ้นไป




