ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
รมว.กลาโหม สั่งด่วน! เร่งช่วยนักศึกษาชายแดนใต้และชุมชนมุสลิมติดน้ำท่วมรามคำแหง 24ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย คดีบาร์โค้ด ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง ไม่โมฆะ !วงจรวิกฤตซ้ำซาก: ทำไมสังคมไทยจึง "ถอดบทเรียน" ไม่เคยสำเร็จ ?สวนนงนุช พัทยา ชวนเที่ยวปิดเทอม คนเกิดเดือนตุลาคมเข้าฟรีกะเทาะสมการม็อบ: เดจาวูบนท้องถนน กับชนวนที่รอการจุดไฟเมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัว Muang Thai Flexi Retire Series นวัตกรรมบำนาญยุคใหม่บทจ. รุ่น 3 เยือนเซี่ยงไฮ้ เจาะลึกนวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทักษิณ ฟ้องกรมสรรพากร ปมเก็บภาษีซ้ำซ้อน หลังถูกยึดเงินขายหุ้นชินคอร์ป 4.6 หมื่นล้านรมว.กลาโหม สั่งด่วน! เร่งช่วยนักศึกษาชายแดนใต้และชุมชนมุสลิมติดน้ำท่วมรามคำแหง 24ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย คดีบาร์โค้ด ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง ไม่โมฆะ !วงจรวิกฤตซ้ำซาก: ทำไมสังคมไทยจึง "ถอดบทเรียน" ไม่เคยสำเร็จ ?สวนนงนุช พัทยา ชวนเที่ยวปิดเทอม คนเกิดเดือนตุลาคมเข้าฟรีกะเทาะสมการม็อบ: เดจาวูบนท้องถนน กับชนวนที่รอการจุดไฟเมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัว Muang Thai Flexi Retire Series นวัตกรรมบำนาญยุคใหม่บทจ. รุ่น 3 เยือนเซี่ยงไฮ้ เจาะลึกนวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทักษิณ ฟ้องกรมสรรพากร ปมเก็บภาษีซ้ำซ้อน หลังถูกยึดเงินขายหุ้นชินคอร์ป 4.6 หมื่นล้าน
The Insight News
อัลตร้าสมูทขั้นสุด “ฮั้ว ส.ว.” ที่แท้ก็ไม่ใช่ขบวนการ แต่แค่ต่างคนต่างทำ...เท่านั้นเอง

อัลตร้าสมูทขั้นสุด “ฮั้ว ส.ว.” ที่แท้ก็ไม่ใช่ขบวนการ แต่แค่ต่างคนต่างทำ...เท่านั้นเอง

Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

โบราณท่านว่า “ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวปิดไม่มิด” แต่ยุคดิจิทัล พ.ศ. นี้ ดูเหมือนผู้มีอำนาจและมือกฎหมายแถวหลักสี่จะค้นพบวิชาใหม่… ไม่ต้องใช้ใบบัวให้เมื่อยมือ แค่จับมดจับปลวกมาเรียงแถวประหารโชว์สักเจ็ดแปดสิบตัว แล้วบอกชาวบ้านหน้าตาเฉยว่า “นี่ไง ฉันทำแล้ว!”

คดีมหากาพย์ “ฮั้ว ส.ว.” ที่สังคมเฝ้ารอดูฝีไม้ลายมือของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาข้ามเดือนข้ามปี ผลการวินิจฉัยที่คลอดออกมาเมื่อวาน เล่นเอาคนทั้งประเทศต้องขยี้ตาแล้วถามตัวเองซ้ำๆ ว่า เรากำลังดูการผดุงความยุติธรรม หรือกำลังนั่งดูละครแนวตั้งใน TikTok กันแน่?

ตัวเลข 77 ราย ที่ถูกสั่งเชือดส่งศาลฎีกาฯ ดูเผินๆ เหมือนจะขึงขัง ดุดัน ประหนึ่งแม่ทัพสั่งตัดหัวขุนพลกลางศึก แต่พอเพ่งดูไส้ในกลับกลายเป็นเพียง “ปลายแถว” หรืออย่างดีก็แค่ “เบี้ย” บนกระดาน ส่วนตัวการใหญ่ ผู้วางโครงข่าย หรือ “วาทยกร” ที่ยืนโบกไม้บาตองคุมวงออร์เคสตราอยู่หลังม่าน… กลับลอยนวลประหนึ่งไม่มีตัวตนอยู่ในโลกความจริง!

ตรรกะพิสดารที่น่าอัศจรรย์ใจที่สุดของท่าน คือการมองว่านี่ “เป็นการกระทำส่วนตน” มิใช่ขบวนการ จึงแยกสำนวนพิจารณาเป็นรายบุคคล!

พุทโธ่เอ๋ย… คิดได้อย่างไร?

คนเป็นร้อยเป็นพันจากทั่วสารทิศ ไม่เคยรู้จักมักจี่กันมาก่อน จู่ๆ จะเกิด “จิตสัมผัส” พร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย เดินทางเข้ากรุงมาพักโรงแรมเดียวกัน กาเบอร์แปลกประหลาดเหมือนกัน ไขว้คะแนนให้กันอย่างเป็นระบบประหนึ่งสูตรคูณแม่สิบสอง… หากนี่คือเรื่องบังเอิญ ทฤษฎีความน่าจะเป็นของไอน์สไตน์คงต้องฉีกทิ้งลงถังขยะ!

ถ้าเปรียบเป็นคดีปล้นธนาคาร คนหนึ่งดูต้นทาง คนหนึ่งตัดไฟ คนหนึ่งเจาะเซฟ คนหนึ่งขับรถพาหนี แต่ท่านผู้กำกับคดีกลับสรุปว่า “พวกนี้ไม่ได้รวมหัวกันปล้นหรอก ต่างคนต่างอยากเข้าไปเดินเล่นในห้องเซฟพร้อมกันเฉยๆ” เด็กอมมือฟังยังสำลักน้ำลาย แล้วประชาชนคนไทยที่เสียภาษีจะให้กลืนเลือดเชื่อลงคอได้อย่างไร?

สุดท้ายใครคือหัวหน้าแก๊งโจรปล้นธนาคารนี้ ก็ไม่มีใครรู้ หาตัวตนไม่เจอ เพราะลูกน้องโจรที่ถูกจับได้ ถูกมองว่า ต่างคนต่างทำกันเอง ไม่ใช่เป็นแก๊งโจรปล้นธนาคารที่มีหัวหน้าคุมเกม…

สิ่งที่วิญญูชนเขากังขา ไม่ใช่เรื่องที่ท่าน “ฟ้องใคร” แต่เป็นเรื่องที่ท่าน “เลือกที่จะไม่สืบสวนต่อในจุดที่น่าสงสัย” ต่างหาก!

ท่าน มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายระดับ “พนักงานไต่สวน” ไม่ใช่แค่บุรุษไปรษณีย์ที่นั่งรอรับกระดาษจากผู้ร้อง ดังนั้น เมื่อพบกลิ่นตุๆ พบความเชื่อมโยงที่ส่อเค้าเป็นกระบวนการ สิ่งที่ท่าน ผู้ผดุงความบริสุทธิ์ยุติธรรม “พึงกระทำ” คือการสาวให้สุดซอย ตรวจสอบเพิ่มเติมทุกอย่าง เพื่อหาตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการนี้ให้ได้

แต่สิ่งที่ ท่าน “เลือกทำ” กลับเป็นการหยุดแสวงหาข้อเท็จจริงไว้แค่ขอบเขตที่ปลอดภัย… ตีกรอบให้เรื่องจบแค่ระดับตัวแทน อันนี้ก็ไม่รู้ว่าเพื่อมิให้เรื่องลามไปถึงใครหรือเปล่า?

มิหนำซ้ำ เมื่อมองย้อนกลับไปเทียบ ‘บรรทัดฐาน’ การทำงานในอดีต สังคมยิ่งเกิดอาการตาสว่างและตั้งข้อกังขา เพราะแต่ไหนแต่ไรมา เวลามีข้อร้องเรียนที่ส่อแววทุจริต กกต. มักยึดสูตร ‘แทงเรื่องให้ศาลฟันธง’ ขอแค่มีมูลก็พร้อมชงเรื่องส่งต่อให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน แต่พอมาคดีฮั้วระดับชาติครั้งนี้… ท่านกลับเปลี่ยนบทบาท สวมวิญญาณ ‘ผู้พิพากษา’ เสียเอง คัดสรรและยกคำร้องบางเรื่องออกทิ้งไปหน้าตาเฉย รวบรัดตัดความประหนึ่งเหมือนเป็นด่านสกรีน สร้างเซฟโซน  ไม่ให้ใครต้องไปลุ้นเหนื่อยในชั้นศาลเสียอย่างนั้น …

ภาพที่ปรากฏเมื่อเย็นวาน มันจึงอาจทำให้สังคมอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า นี่คือการเร่งทำผลงานเพื่อสร้างเกราะ ป้องกันข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือเพื่อผดุงความยุติธรรมกันแน่?

จากนี้ไป… หากผู้มีอำนาจคิดว่านี่คือการ “ปิดจ๊อบ” อย่างแนบเนียน บอกได้คำเดียวว่าคิดผิดถนัด

สิ่งที่กำลังจะตามมาไม่ใช่ความสงบ แต่เป็น “พายุแห่งวิกฤตศรัทธา”

เมื่อเสาหลักอย่างท่านไม่สามารถทำตัวเป็น “กรรมการที่เที่ยงตรง” จนสังคมไร้ข้อกังขาได้ สังคมก็จะไม่เหลือกติกาให้ยึดเหนี่ยว ผู้คนจะมองสภาสูง ด้วยสายตาเคลือบแคลงไปตลอดวาระ ทุกกฎหมายที่ผ่าน ทุกงานที่โหวต จะถูกประทับตราบาปแห่งความไม่ชอบธรรม และความสงสัย และเมื่อถึงจุดที่ประชาชนหมดสิ้นความเชื่อถือ เมื่อนั้น… แรงกดดันถ้ามันมีมากจริง ก็อาจจะทะลักล้นออกมาในรูปแบบการชุมนุม

ตัดตอนคดีน่ะตัดได้… แต่จะตัดความสงสัย ที่นำพามาซึ่งแรงพิพากษาของสังคมนั้น มันยากและไม่ควรไปท้าทาย!

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor →

รมว.กลาโหม สั่งด่วน! เร่งช่วยนักศึกษาชายแดนใต้และชุมชนมุสลิมติดน้ำท่วมรามคำแหง 24

รมว.กลาโหมสั่งด่วนให้หน่วยงานช่วยนักศึกษาชายแดนใต้และชุมชนมุสลิมติดน้ำท่วมรามคำแหง 24 ส่งอาหารสด–ถุงยังชีพเข้าพื้นที่

Srawut··1 min read

ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย คดีบาร์โค้ด ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง ไม่โมฆะ !

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไม่ขัดรัฐธรรมนูญและไม่ละเมิดสิทธิประชาชน การเลือกตั้งไม่โมฆะ

Srawut··1 min read