ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
“ป้อม ภาวุธ” จากเจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซ สู่ สส.สายเทค ถล่ม TH-AI Passportชำแหละโมเดลค้าความรันทด เอเจนซี่จีนบุกไทย สร้างคอนเทนต์ลวงโลก2569 ระบอบสีน้ำเงิน ครองเมืองชำแหละโครงการ TH-AI Passport คุ้มงบฯ 1.62 พันล้านบาท หรือไม่ ?รู้จัก “ส่องรัฐ” แพลตฟอร์ม AI ของประชาธิปัตย์ ตรวจสอบการใช้งบฯ รัฐบาลเปิดรายงานสภาพัฒน์ ถอดรหัสอนาคต: เมื่อ AI ไล่ล่าตลาดแรงงานไทย“ระบอบสีน้ำเงิน” จากพรรคตัวแปร สู่ผู้การสืบทอดอำนาจ คสช. ?ด่วน! “สุริยะ” วูบหมดสติกลางดึก แพทย์ปั๊มหัวใจช่วยชีวิต ล่าสุดปลอดภัยแล้ว“ป้อม ภาวุธ” จากเจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซ สู่ สส.สายเทค ถล่ม TH-AI Passportชำแหละโมเดลค้าความรันทด เอเจนซี่จีนบุกไทย สร้างคอนเทนต์ลวงโลก2569 ระบอบสีน้ำเงิน ครองเมืองชำแหละโครงการ TH-AI Passport คุ้มงบฯ 1.62 พันล้านบาท หรือไม่ ?รู้จัก “ส่องรัฐ” แพลตฟอร์ม AI ของประชาธิปัตย์ ตรวจสอบการใช้งบฯ รัฐบาลเปิดรายงานสภาพัฒน์ ถอดรหัสอนาคต: เมื่อ AI ไล่ล่าตลาดแรงงานไทย“ระบอบสีน้ำเงิน” จากพรรคตัวแปร สู่ผู้การสืบทอดอำนาจ คสช. ?ด่วน! “สุริยะ” วูบหมดสติกลางดึก แพทย์ปั๊มหัวใจช่วยชีวิต ล่าสุดปลอดภัยแล้ว
The Insight News
วิกฤตสื่อ ! เมื่อ Influencer Economy สูบมูลค่าจาก Journalism

วิกฤตสื่อ ! เมื่อ Influencer Economy สูบมูลค่าจาก Journalism

Srawut
Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

เมื่อ Influencer Economy กำลังดูดมูลค่าจาก Journalism และกฎหมายเริ่มไล่ตามไม่ทัน

และอินฟลูฯ อาจไม่รู้ว่า ผิดกฎหมายจริง และ ผิดกฎหมายแพลตฟอร์ม นะจ๊ะ (Focus เฉพาะเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพและข้อมูลนะ)

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่มันคือ “โครงสร้างใหม่ของเศรษฐกิจคอนเทนต์” (Attention Economy)

———

จากกรณีในภาพนี้ การนำเสนอของช่องเป็นการ Re-act เสมือนตัวเองเป็นคนสัมภาษณ์คนที่อยู่ใน ฟุตเทจข่าว ทั้งที่ตัวเองอยู่ในห้อง แต่ฟุตเทจนั้นนักข่าวต้องไปนั่งรอและลงทุนอย่างหนักกว่าจะได้มา

บางคนอาจเถียงว่า ก็มันเผยแพร่สาธารณะแล้ว ใครก็มีสิทธิ์วิเคราะห์ วิจารณ์มั้ย ???

ใช่ครับ ไม่ผิด แต่การแสดงออกในลักษณะที่ ”ทำเหมือนสัมภาษณ์” อันนี้ไม่น่ารัก เพราะคุณได้เงินมากจากคอนเทนต์คนอื่นในห้องตัวเอง !!!

(อินฟลูฯ ดีดีที่เขาตั้งใจทำจากการลงทุนด้วยตัวเองก็มีเยอะนะ เราสนับสนุนมาก)

ไม่ใช่เพราะคนไม่เสพข่าว

แต่เพราะ “คนทำข่าว” กำลังไม่ใช่ “คนที่ได้เงินจากข่าว”

นักข่าวลงพื้นที่

ตรวจสอบข้อเท็จจริง

สัมภาษณ์

เสี่ยงโดนฟ้อง

ใช้ทั้งเวลา ทีมงาน และต้นทุนองค์กรเพื่อให้ได้ “ความจริง”

แต่สุดท้าย คนที่ได้ยอดวิวมากกว่า ได้เงินมากกว่า

และโตเร็วกว่ากลับเป็นคนที่:

– เอาข่าวมาเล่าต่อ

– สรุปใหม่

– ตัดคลิป

– reaction

– ใช้ AI rewrite

– และทำคอนเทนต์ให้ถูกใจ algorithm

———-

Reuters Institute Digital News Report 2025 ระบุชัดว่า คนทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจาก “อ่านข่าว” ไปเป็น “ดูคนพูดข่าว” ผ่าน TikTok และ social

โดยเฉพาะในไทย ที่ Reuters พบว่า:

– 43% ของผู้ใช้งาน social/video network สนใจ creators และ influencers

– ขณะที่เพียง 26% สนใจ news brands หรือ journalists โดยตรง

พูดง่าย ๆ คือ….

คนเริ่มเชื่อ “คนเล่าข่าว”

มากกว่า “องค์กรข่าว”

และนี่คือจุดที่อันตรายที่สุดของยุคนี้

เพราะแพลตฟอร์มไม่ได้ให้เงินกับ “ต้นทุนการทำข่าว” แต่ให้เงินกับ

– engagement

– emotion

– speed

– personality

– retention

คนที่ชนะจึงไม่จำเป็นต้องหาความจริงเก่งที่สุด

แต่ “แค่” ต้อง “เล่าเก่งที่สุด”

ปัญหาคือ หลายคนไม่ได้ทำข่าวเองเลย

พวกเขาเพียง

– รวบรวม

– สรุป

– นำไปเล่าใหม่

– Package หวือหวา

พูดง่ายๆคือ….

“คนผลิตความจริง” กำลังแพ้ “คนผลิต attention”

แต่สิ่งที่หลายคนยังไม่รู้คือ กฎหมายเริ่มไล่ตามเรื่องนี้แล้วแม้ “ข้อเท็จจริง” จะไม่ติดลิขสิทธิ์ แต่!!!

– รูปแบบการนำเสนอ

– คลิปข่าว

– ภาพถ่าย

– การเรียบเรียง

– หลักการวารสารศาสตร์

ล้วนได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์

คุณอาจเล่าข่าวเดียวกันได้ แต่คุณไม่มีสิทธิ์ ดูดงานคนอื่นไปทำเงินโดยไม่รับอนุญาต

ในต่างประเทศ สำนักข่าว Associated Press เคยฟ้อง Meltwater บริษัทที่เอาข่าวไปสรุปให้ลูกค้าอ่าน

ศาลสหรัฐฯ ตัดสินว่า Meltwater ไม่ได้สร้างงานใหม่ แต่กำลังทำตัวเป็น “ตัวแทนของต้นฉบับ” และดูดรายได้จากเจ้าของข่าวโดยตรง

ข้อมูลในคดีพบว่า:

คนคลิกกลับไปอ่านต้นทางเพียง 0.08%

ส่วนในไทย ปัญหาหนักขึ้นอีก เพราะเริ่มมีการใช้ AI ดูดข่าวจากสำนักข่าว แล้ว rewrite ใหม่โดยไม่ใส่เครดิต

นี่ไม่ใช่แค่ “สรุปข่าว”

แต่มันคือการสร้างธุรกิจบนทรัพย์สินของคนอื่น

และกฎหมายไทย “เอาผิดได้”

ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ หากมีการ:

1.ทำซ้ำ

2.ดัดแปลง

3.ใช้คลิปหรือภาพข่าวเพื่อหารายได้

โดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษ:

1.จำคุก 6 เดือน ถึง 4 ปี

2.ปรับสูงสุด 800,000 บาท

3.หรือทั้งจำทั้งปรับ

และหากบิดเบือนข้อมูลจนเกิดความเสียหาย อาจเข้าข่าย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพิ่มอีก

สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องละเมิดลิขสิทธิ์

แต่คือวันที่ “ไม่มีใครอยากลงทุนหาความจริงอีกต่อไป”

เพราะในระบบนี้

คนที่ได้ประโยชน์มากที่สุด

อาจไม่ใช่คนทำข่าว

แต่อาจเป็นคนที่ “เอาข่าวคนอื่นไปเล่าต่อ” ได้เก่งที่สุด

Ugly truth รู้หรือไม่ ?

อินฟลูฯ หลายคนที่ “ดูดคอนเทนต์หรือข่าว” ไปโดยไม่ขออนุญาตทำเงินได้มากกว่าเจ้าของลิขสิทธิ์ถึง 3 เท่า ไม่ใช่แค่เงินจากแพลตฟอร์ม แต่ลูกค้าราชการ เอกชน เอเจนซี่ ยอมจ่ายคนเหล่านี้ มากกว่าสื่ออีก!!!

———

บทความโดย ระวี ตะวันธรงค์

กรรมการจริยธรรม สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ

ที่ปรึกษา สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

Srawut
Author

Srawut

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

2569 ระบอบสีน้ำเงิน ครองเมือง

พ.ศ. 2569 การเมืองไทยเข้าสู่สภาวะดุลยภาพใหม่ที่ถูกจัดระเบียบโดย “ระบอบสีน้ำเงิน” ซึ่งเป็นเครือข่ายอำนาจที่มีประสิทธิภาพในประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัย

Srawut··1 min read

ชำแหละโครงการ TH-AI Passport คุ้มงบฯ 1.62 พันล้านบาท หรือไม่ ?

โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1.62 พันล้านบาทถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าและความโปร่งใส โดยพบข้อสงสัยเกี่ยวกับกลไกงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง

Srawut··1 min read

เปิดรายงานสภาพัฒน์ ถอดรหัสอนาคต: เมื่อ AI ไล่ล่าตลาดแรงงานไทย

สภาพัฒน์เปิดรายงานภาวะสังคมไทยเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน โดยพบว่า 2.2 ล้านคนเสี่ยงถูกทดแทนโดยสิ้นเชิง โดยส่วนใหญ่เป็นผู้จบปริญญาตรีขึ้นไป

Srawut··1 min read