หากจะหาโครงการเมกะโปรเจกต์ที่เต็มไปด้วยข้อถกเถียง สถิติที่ขัดแย้ง และการเดิมพันทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก “แลนด์บริดจ์” (Landbridge) หรือสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย-อันดามัน มูลค่านับล้านล้านบาท ย่อมเป็นชื่อแรกที่ต้องถูกพูดถึง
1. จุดเริ่มต้นของโครงการ “แลนด์บริดจ์”
โครงการนี้มีจุดตั้งต้นดั้งเดิมในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยแรก ที่มีความพยายามจะยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้ผ่านแนวคิดระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) คล้ายคลึงกับ EEC ในภาคตะวันออก
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ “แลนด์บริดจ์” ถูกจุดพลุขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งปี 2562 ในรัฐบาลประยุทธ์ 2 โดยกระทรวงคมนาคมภายใต้การกำกับดูแลของพรรคภูมิใจไทย ที่มี “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ

2. ผลการศึกษา สวนทางกับความฝัน
ในช่วงที่กระทรวงคมนาคมเร่งผลักดันโครงการ ภาครัฐพยายามวาดภาพฝันที่สวยงาม โดยระบุว่าโครงการนี้คุ้มค่าการลงทุนด้วยผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) ที่สูงถึง 17.43% และจะช่วยร่นเวลาเดินเรือได้ถึง 4 วัน
แต่ภาพฝันนั้นกลับถูกท้าทายด้วย “ความจริงทางวิชาการ” เมื่อ “สภาพัฒน์” มอบหมายให้ “ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ศึกษาความคุ้มค่า และได้ผลลัพธ์ที่สวนทางกับความฝัน
“รายงานโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน” ชี้ชัดว่า โครงการนี้ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ โดยประมาณการต้นทุนการลงทุนเริ่มแรก สูงถึง 309,600 ล้านบาท และมีต้นทุนรวมตลอดระยะเวลาโครงการกว่า 538,642 ล้านบาท (ปัจจุบันอยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท)
มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ของโครงการติดลบถึง 121,037 ล้านบาท และมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) เพียง 1.24 % ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน อีกทั้งยังทำลายวิถีชีวิตชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างหนักหนาสาหัส
ที่สำคัญการย่นระยะเวลาขนส่งสินค้าอาจไม่เกิดขึ้นจริง แต่กลับก่อให้เกิดปัญหา “Double Handling” หรือการยกขนสินค้าซ้ำซ้อน ที่อาจต้องใช้ระยะเวลารวมแล้วนานกว่าการแล่นเรือผ่านช่องแคบมะละกาแบบม้วนเดียวจบ
เมื่อความจริงทางสถิติสวนทางกับความคาดหวัง ประกอบกับการหมดวาระของรัฐบาล โครงการนี้จึงถูกชะลอไปชั่วคราว

3. การฟื้นคืนชีพของ “แลนด์บริดจ์” ในยุครัฐบาลอนุทิน
เมื่อเข้าสู่ยุครัฐบาลปัจจุบันที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี “โครงการแลนด์บริดจ์” ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง
“นายกฯ อนุทิน” ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการนี้ ซึ่งมี “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน โดยมีเดตไลน์ให้รวบรวมผลศึกษาภายใน 90 วัน
ข้ออ้างที่ทรงพลังที่สุดในการผลักดันรอบนี้คือ “ภูมิรัฐศาสตร์โลก” อันเนื่องมาจากปัจจุบันช่องแคบมะละกากำลังแออัดขั้นวิกฤต รัฐบาลจึงมองเห็นโอกาสทองที่จะใช้ “แลนด์บริดจ์” เป็น “ทางเลือกใหม่”
ภารกิจ 90 วันของคณะกรรมการชุดใหม่ จึงไม่ใช่แค่การหาทาง “สร้างให้ได้” แต่ต้องเป็นการตอบคำถามสังคมอย่างโปร่งใสว่า เรากำลังนำมรดกทางธรรมชาติ วิถีชีวิตชุมชน และภาษีของประชาชน ไปลงทุนกับสิ่งที่จะยกระดับประเทศได้จริงๆ หรือกำลังทุ่มเงินนับล้านล้านบาทไปกับ “โครงการที่สูญเปล่า” ที่อาจกลายเป็นภาระหนักอึ้งให้คนรุ่นหลังต้องแบกรับ ? นี่คือบทพิสูจน์ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์ที่แท้จริงของ “อนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี
อ้างอิง รายงานโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งอ่าวไทย และอันดามันของประเทศไทย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลัง
นนทบุรีเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. โพลล่าสุดแสดง "นฤพนธ์" นำด้วย 37.27% จากแบรนด์ผึ้งหลวง ขณะ "เดชรัต" ของพรรคประชาชนได้ 27.55%
ประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมาย
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1 เพื่อจัดระเบียบและปิดช่องโหว่กฎหมายในการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์
สื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่
สำนักข่าว AP เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับสวนนงนุชพัทยา สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของพัทยาเป็นจุดหมายท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว
"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคต
กรุงเทพมีการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ แต่กฎหมายเก่าปี 2556 ไม่ทันสมัยทำให้เอกชนหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์ความปลอดภัย




