ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
เหตุผลที่ “สามารถ” เห็นด้วยกับ “การพับแลนด์บริดจ์”เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบันรศ.ดร.อักษรศรี เจาะลึกจีนยุคสีจิ้นผิง ความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้เจาะสถานการณ์ Gen AI ในห้องเรียนไทย: โอกาส ความท้าทาย หรือความเหลื่อมล้ำที่ต้องรับมือ ?ส่องคดีการเมืองสำคัญที่ “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” ว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ เคยร่วมลงมติเหตุผลที่ “สามารถ” เห็นด้วยกับ “การพับแลนด์บริดจ์”เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบันรศ.ดร.อักษรศรี เจาะลึกจีนยุคสีจิ้นผิง ความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้เจาะสถานการณ์ Gen AI ในห้องเรียนไทย: โอกาส ความท้าทาย หรือความเหลื่อมล้ำที่ต้องรับมือ ?ส่องคดีการเมืองสำคัญที่ “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” ว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ เคยร่วมลงมติ
The Insight News
เทคโนโลยี LiDAR คืออะไร และจะแก้ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา ได้อย่างไร ?

เทคโนโลยี LiDAR คืออะไร และจะแก้ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา ได้อย่างไร ?

Srawut
Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

ความสำคัญของเทคโนโลยี LiDAR ต่อการแก้ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา และเหตุผลที่ไทยยังต้องยึด “MOU 43–44” ไว้อย่างมั่นคง

กว่า 20 ปีที่ความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชาต้องเผชิญความซับซ้อนจาก “เส้นเขตแดนบนแผนที่อาณานิคม” เทคโนโลยี LiDAR กำลังกลายเป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่ช่วยคลี่คลายข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมายาวนาน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่ง “แผนที่ 1:200,000 ของฝรั่งเศส” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของข้อขัดแย้งหลายกรณี รวมถึงพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร

1. LiDAR: เทคโนโลยีที่แม่นยำกว่าภาพถ่ายดาวเทียม

LiDAR (Light Detection and Ranging) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้แสงเลเซอร์ยิงลงสู่พื้นผิวโลกเพื่อวัดระยะทางและระดับความสูงอย่างละเอียดระดับเซนติเมตร ข้อมูลที่ได้สามารถสร้างเป็น “แบบจำลองภูมิประเทศสามมิติ (3D Terrain Model)” ซึ่งแม่นยำกว่าภาพถ่ายดาวเทียมหลายเท่า

ในเวทีคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (Joint Boundary Commission: JBC) ช่วงปี 2553–2556 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในหลักการที่จะนำ LiDAR มาใช้ เพื่อจัดทำ “แผนที่ภูมิประเทศร่วม” (Joint Topographic Map) โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ

  • สร้างฐานข้อมูลภูมิประเทศที่เป็นกลางและตรวจสอบได้
  •  ใช้ประกอบการระบุเส้นเขตแดนในพื้นที่ที่ยัง “ไม่ปักปัน” (un-demarcated areas)
  • ลดความขัดแย้งจากการตีความแผนที่สมัยอาณานิคม

แม้ในเวลานั้น LiDAR ยังไม่ถูกนำมาใช้จริง เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและการเมือง แต่ในเชิงยุทธศาสตร์ ฝ่ายไทยโดยกรมแผนที่ทหาร ได้เตรียมความพร้อมทั้งในด้านเทคนิคและบุคลากร เพื่อรองรับการสำรวจร่วมในอนาคต

2. การประชุม JBC รอบล่าสุด: ก้าวสำคัญสู่การใช้ “เทคโนโลยีร่วมสมัย”

การประชุม JBC ที่กรุงพนมเปญเมื่อเดือนที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ทั้งสองฝ่ายกลับมาเห็นพ้องถึงการใช้เทคโนโลยี LiDAR และระบบภูมิสารสนเทศสมัยใหม่ (GIS, GPS) เพื่อสำรวจและจัดทำข้อมูลภูมิประเทศร่วมกันอีกครั้ง

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า ไทย–กัมพูชา กำลังพยายามกลับเข้าสู่ “กลไกทางเทคนิค” มากกว่า “กลไกทางการเมือง” ซึ่งจะช่วยให้การเจรจามีฐานอยู่บนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ตรวจสอบได้ และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ การใช้ LiDAR ยังเปิดโอกาสให้เกิด “Common Geospatial Database” หรือฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศร่วม ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่เศรษฐกิจชายแดน และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้ในอนาคต

3. ทำไมไทยต้อง “ยึด MOU 43 และ MOU 44” ไว้อย่างมั่นคง

MOU 2543 (ว่าด้วยหลักการสำรวจและปักปันเขตแดนทางบก) และ MOU 2544 (ว่าด้วยหลักการสำรวจเขตแดนทางทะเล) เป็น “กรอบทางกฎหมายระหว่างประเทศ” ที่ทำให้ไทยยังสามารถ

  • รักษาสถานะความชอบธรรมในการเจรจาในทุกพื้นที่ชายแดน
  • ดำเนินการสำรวจร่วมได้โดยไม่กระทบอธิปไตย
  • ใช้กลไก JBC เป็นช่องทางหลักในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง

หากไทยยกเลิกหรือไม่ยึดตาม MOU ทั้งสองฉบับ จะทำให้ขาด “เครื่องมือทางกฎหมาย” ที่ใช้ยืนยันความชอบธรรมของการดำเนินการร่วม และเปิดช่องให้กัมพูชานำข้อพิพาทเข้าสู่เวทีระหว่างประเทศ ซึ่งไทยจะเสียเปรียบทางหลักฐานและทางเทคนิคในทันที

ในทางกลับกัน การคงกรอบ MOU 43–44 เอาไว้ ทำให้ไทยสามารถ ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี LiDAR เพื่อยืนยัน “ความถูกต้องของภูมิประเทศจริง” โดยไม่ต้องผูกพันกับแผนที่อาณานิคมที่กัมพูชาอ้างอิงอยู่ นั่นหมายความว่าไทยยังคง “ได้เปรียบเชิงเทคนิคและเชิงกฎหมาย” ในการต่อรอง

4. สรุปเชิงยุทธศาสตร์

LiDAR คือเครื่องมือสำคัญที่จะเปลี่ยน “ข้อพิพาททางแผนที่” ให้กลายเป็น “ข้อเท็จจริงทางภูมิประเทศ

– การยึด MOU 43–44 คือการคง “กรอบอำนาจการเจรจา” ที่ทำให้ไทยสามารถใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาเป็นฐานข้อมูลร่วมอย่างถูกต้อง

หากดำเนินการต่อเนื่องภายใต้กลไก JBC ไทยจะได้ประโยชน์ทั้งทางเทคนิค ทางกฎหมาย และทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

5. บทส่งท้าย

เทคโนโลยี LiDAR ไม่ใช่แค่เครื่องมือทางแผนที่ แต่คือ “สะพานแห่งความเข้าใจ” ระหว่างสองประเทศ หากไทยสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการใช้จริงภายใต้กรอบ MOU ที่มีอยู่ ก็จะเป็นก้าวสำคัญในการ “ปักเขตแดนด้วยข้อมูล ไม่ใช่ด้วยความขัดแย้ง”

และนั่นคือวิธีที่ไทยจะรักษาผลประโยชน์ของชาติได้อย่างชาญฉลาด ด้วยข้อมูลที่แม่นยำ เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า และกติกาที่เป็นธรรม

Srawut
Author

Srawut

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 โดยมีระยะเวลาในตำแหน่งยาวนาน 7 ปี

Srawut··1 min read

ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”

กฤชเทพ สิมลี ศิษย์เก่า OSK 90 ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเนวิน ชิดชอบ

Srawut··1 min read

เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?

เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน สอนวิธีสร้างคอนเทนต์ให้คนจดจำ โดยเน้นการหลีกเลี่ยงการไล่ตามกระแส การค้นหาความแตกต่าง และการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

Srawut··1 min read

ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบัน

ซีรีย์รายได้สื่อ EP1 ย้อนกลับไปเมื่อ 25-30 ปีก่อน เมื่อเรตติ้งเป็นตัววัดมูลค่าสื่อ และรายได้โฆษณาเข้มข้น แต่วันนี้ผู้ชมกระจายตัวไปบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้โครงสร้างรายได้เปลี่ยนไป

Srawut··1 min read