ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
ทรู ร่วมยินดี “AI Mastery for Media by True” รุ่นแรก หนุนสื่อใช้ AI อย่างรับผิดชอบใจดีกับคนโกงชาติ แต่เกรี้ยวกราดกับคนไร้มารยาทจากต่างประเทศ ตลกร้ายของคนไทยเหตุผลที่ “สามารถ” เห็นด้วยกับ “การพับแลนด์บริดจ์”เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบันรศ.ดร.อักษรศรี เจาะลึกจีนยุคสีจิ้นผิง ความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้ทรู ร่วมยินดี “AI Mastery for Media by True” รุ่นแรก หนุนสื่อใช้ AI อย่างรับผิดชอบใจดีกับคนโกงชาติ แต่เกรี้ยวกราดกับคนไร้มารยาทจากต่างประเทศ ตลกร้ายของคนไทยเหตุผลที่ “สามารถ” เห็นด้วยกับ “การพับแลนด์บริดจ์”เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบันรศ.ดร.อักษรศรี เจาะลึกจีนยุคสีจิ้นผิง ความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้
The Insight News
ภารกิจเปลี่ยนแปลงประเทศ จาก ‘เกมเศรษฐี’ สู่ ‘เลโก้’ – ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ | Modern Politico EP.5

ภารกิจเปลี่ยนแปลงประเทศ จาก ‘เกมเศรษฐี’ สู่ ‘เลโก้’ – ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ | Modern Politico EP.5

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
1 min read

ภาพฝันสูงสุดของ ไอติม-พริษฐ์ ได้เห็นสังคมที่เปรียบเสมือนการนำชิ้นส่วนของสังคมที่หลากหลายมาประกอบรวมกันเหมือนกับการต่อ ‘เลโก้’ ไม่เหมือนปัจจุบันที่เปรียบเสมือนเป็น ‘เกมเศรษฐี’ ที่โชคชะตาขึ้นอยู่กับ ‘ลูกเต๋าเสี่ยงโชค’ ที่ถูกทอยออกไปอย่างไร้จุดหมาย

พบกับ พริษฐ์ วัชรสินธุ – ไอติม – Parit Wacharasindhu ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล ผ่าน Modern Politico นักการเมืองแห่งอนาคต

The Modernist : ทำไมคุณไอติมถึงเข้ามาทำงานการเมือง?

ไอติม : เป็นการตัดสินใจของตนเองครับ เหตุผลที่เข้ามาทำคือเราคาดหวังว่าทุกคนที่เข้ามาทำจะต้องเข้ามาด้วยเหตุผลนี้ คือต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ ก่อนที่เราจะเข้ามาเราก็เห็นถึงปัญหาหลายๆอย่างในประเทศที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเหลื่อมล้ำ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปัญหาการศึกษา ปัญหาเรื่องการบริการสาธารณะ เป็นต้น เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลที่ผมต้องเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาที่มันสะสมมายาวนานเป็นหลัก

The Modernist : พรรคก้าวไกลสำหรับไอติม? นิยามพรรคก้าวไกลอย่างไร? ทั้งนิยามในมุมมองตัวเองและนิยามในฐานะคนภายนอกทั้งในและต่างประเทศ

ไอติม : มันอาจจะแบ่งเป็น 3 มิติ ในมิติการเมืองผมคิดว่าผมและพรรคก้าวไกลมีความฝันตรงกันคือเราอยากเห็นประเทศที่มันเป็นประชาธิปไตยทั้งในเชิงระบบและเชิงวัฒนธรรม ในฝั่งเศรษฐกิจผมและพรรคก้าวไกลอยากเห็นการเติบโตในทางเศรษฐกิจที่ไม่เหลื่อมล้ำและก็เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อย่างสุดท้ายคือเรื่องสังคม เราอยากเห็นสังคมที่เหลื่อมล้ำน้อยลง เป็นสังคมที่ให้โอกาสทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เราเห็นว่ามันปัจจุบันเราเห็นความเหลื่อมล้ำอยู่ในระดับที่รุนแรงมาก ภาพประเทศในฝันคือการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยทั้งระบบและวัฒนธรรม เศรษฐกิจที่เติบโตทั้งระบบกับเป็นธรรมและสังคมที่เหลื่อมล้ำน้อยลง

The Modernist : เปรียบเทียบประเทศไทยเหมือนกับเกม 2 เกม

ไอติม : ชอบเปรียบเทียบประเทศไทยที่เป็นอยู่กับประเทศไทยในฝันผ่านเกม 2 เกมที่เราคุ้นเคยกัน ประเทศไทยที่เป็นอยู่ผมเปรียบเทียบกับเกม monopoly (เกมเศรษฐี) มันสะท้อนให้เห็นว่าทุกอย่าง ชะตากรรมในเกมคุณจะเดินไปได้กี่ก้าว คุณมีเงินเท่าไหร่ คุณถอยหลังกี่ก้าว ขึ้นอยู่กับโชคชะตาหมดเลย ขึ้นอยู่กับว่าคุณทอยลูกเต๋า คุณจะเดินไปได้กี่ช่อง ก็สะท้อนให้เห็นปัญหาในประเทศไทยเหมือนกันว่าชะตากรรมและโอกาสที่ประสบความสำเร็จมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับที่พวกเขาควบคุมได้ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาเกิดมาในครอบครัวที่ฐานะการเงินเป็นอย่างไร? เกิดมาในจังหวัดที่มีความพร้อมและฐานะที่พร้อมมากน้อยแค่ไหน?

ส่วนเกมที่สะท้อนภาพประเทศไทยในฝันคือ Lego คือทุกคนได้รับชิ้นส่วนที่เท่ากัน ทุกคนได้รับโอกาส ได้รับทรัพยากรที่เท่าเทียมกัน พอคุณได้รับทรัพยากรที่เท่าเทียมกันแล้วเนี่ย คุณจะใช้มันสร้างโครงสร้างอะไรแต่ละคนมีเสรีภาพเต็มที่ อยากต่อแบบไหน อยากต่ออะไร ต่อไปเลย ถ้าต่อแล้วมันไม่ใช่ก็สามารถแกะแล้วเอามาต่อใหม่ได้ และยิ่งไปกว่านั้นพอคุณปล่อยให้พวกเขาต่อ Lego ตามปรารถนาแล้ว เราก็จะได้โครงสร้างที่มันหลากหลายของแต่ละคน ความฝันที่มันหลากหลายของแต่ละคน เพราะฉะนั้นทำยังไงให้เปลี่ยนจากประเทศไทยที่เป็นเกม monopoly มาเป็นเกม Lego ให้ได้

The Modernist : จบเมืองนอก มองการเมืองไทยอย่างไร? อะไรคือเป้าหมายและสิ่งที่ประเทศไทยควรจะไป

ไอติม : ผมมองว่าการจบนอกก็เป็นการเปิดมุมมองหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่าแต่ละประเทศเขาแก้ไขปัญหาอย่างไร ทำให้เห็นว่าปัญหาในประเทศไทยที่เกิดมาอย่างยาวนานประเทศอื่นเขามีวิธีแก้ไขที่ดียังไง?

มาตรฐานการบริการสาธารณะ มาตรฐานการศึกษาและการรักษาพยาบาลตามโรงเรียนและสถานพยาบาลต่างๆมันมีความเท่าเทียมกันมากขึ้น ทำให้คนรู้สึกสบายใจขึ้นว่า ส่งลูกไปเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน เจ็บป่วยก็ไปรักษาโรงพยาบาลใกล้บ้าน ก็จะได้คุณภาพไม่แตกต่างกับโรงพยาบาลที่ดีหรือโรงพยาบาลใหญ่ๆ

เพราะฉะนั้นการที่มีโอกาสได้ไปใช้ชีวิตหรือไปเรียนที่ประเทศอื่นๆ มันทำให้เราได้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของประเทศเหล่านี้ได้ชัดเจนขึ้น

The Modernist : ระบบการศึกษาที่ดีในสายตาของคุณไอติม มีโมเดลไหนที่คุณไอติมที่คุณไอติมนำมาปรับใช้กับประเทศเราได้บ้าง

ไอติม : แน่นอนว่าเราก็อยากจะเห็นประเทศที่ประสบความสำเร็จมากกว่าเราในการยกระดับคุณภาพด้านการศึกษา สิ่งที่เราต้องระมัดระวังคือเมื่อเราศึกษาการประสบความสำเร็จด้านการศึกษามาแล้วเราจะเอามาหมด เอามาบางอย่าง เอามาไม่หมด โดยที่ไม่เข้าใจหรือไม่เห็นปัจจัยที่เป็นผลสำเร็จด้านการศึกษานั้นจริงๆ พอเราพูดถึงการศึกษา มันไม่ใช่การทำครั้งเดียวแล้วจบ เพราะว่าการศึกษาที่เหมาะสมในวันนี้กับการศึกษาที่เหมาะสมในอีก 20,30,40 ปีข้างหน้ามันก็อาจจะแตกต่างกัน เพราะว่าโลกมันเปลี่ยนแปลงไปเสมอ ทักษะที่เราต้องการที่จะติดอาวุธให้กับบุคลากรในประเทศเรามันก็เปลี่ยนแปลงไปเสมอ

เราอย่ามองว่าการศึกษาจะมีระบบรูปแบบเดียวแล้วจบ แต่ว่ามันก็ต้องปรับระบบให้มันยืดหยุ่น มีพลวัตร สามารถปรับให้เท่าทันกับอนาคตที่เปลี่ยนแปลงเสมอได้ สรุปด้านการศึกษา 6 อย่าง การศึกษาต้องฟรีจริง การศึกษาต้องเป็นเส้นทางที่ปลอดภัย การศึกษาต้องยกระดับคุณภาพคนให้เท่าทันโลก การศึกษาต้องเข้าถึงครูที่มีเวลาให้กับนักเรียน การศึกษาต้องไม่จำกัดแค่ในสถานศึกษา และสุดท้ายการศึกษาต้องให้นักเรียนหรือเยาวชนมีส่วนร่วม

The Modernist : คิดอย่างไรกับกระแสนักการเมืองรุ่นใหม่ มองปรากฎการณ์นี้อย่างไร?

ไอติม : ผมคิดว่าการที่เรามีตัวแทนจากทุกรุ่นในสภาพสังคมและปัจจุบันมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เผลอๆสำคัญกว่าสภาพสังคมในสมัยก่อนด้วยซ้ำ เพราะว่าสุดท้ายแล้วโลกเรากำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วขึ้น ประสบการณ์ที่คนแต่ละรุ่นเผชิญหรือที่คนเติบโตมามันเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ทำให้ความเชี่ยวชาญของคนแต่ละรุ่นมันอาจจะแตกต่างกัน พอเป็นแบบนี้เรายิ่งต้องการเห็นคนหลายๆรุ่นเข้ามาทำงานในทางการเมืองเพื่อจะได้รวบรวมความเห็นความถนัดของคนในแต่ละรุ่น มันทำให้เห็นในบางประเด็นว่าคนรุ่นใหม่อาจมีความเชี่ยวชาญหรือว่าอาจจะลุกขึ้นมาเป็นผู้นำได้มากกว่าคนรุ่นก่อนด้วยซ้ำ

ผมจึงพูดถึงบันได 3 ขั้นเสมอในการสร้างการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ ขั้นที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องฟังเขาพูดก่อน ไม่ใช่ว่าคุณต้องสร้างบรรยากาศหรือว่ามีอะไรกดทับไม่ให้เขามีเสรีภาพในการแสดงออก แต่การฟังโดยที่ไม่ทำความเข้าใจอย่างเดียวไม่พอ คุณต้องฟังแล้วได้ยินพวกเขาด้วย ประมวลผลว่าสิ่งที่เขาต้องการจะเรียกร้องคืออะไร? แต่เท่านั้นก็ยังไม่พอ คุณต้องโอบรับให้พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ ปฎิบัติกับเขาในฐานะคนเท่ากัน ไม่ใช่ปฏิบัติกับเขาในฐานะเยาวชนคนหนึ่งที่เด็กกว่าเราแล้วก็พูดสิ่งนี้ขึ้นมา เราอาจจะฟังบ้าง เข้าใจบ้าง แต่คุณก็ยังมองเขาเป็นเยาวชนคนหนึ่ง คุณต้องมองเขาเป็นคนคนหนึ่ง หุ้นส่วนคนหนึ่ง เจ้าของประเทศนี้คนหนึ่งที่ต้องขับเคลื่อนประเทศนี้

The Modernist : หนึ่งประโยค บอกคนทั้งโลก จะบอกว่าอะไร?

ไอติม : “เราต้องร่วมมือกัน เพราะความท้ายทายมากมายที่เราเผชิญอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขด้วยประเทศเดียวได้ แต่ต้องร่วมกันแก้ไขหลายประเทศ โดยเฉพาะปัญหาโลกร้อน”

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Politic

แม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา 

แม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อติดตามสถานการณ์ ตรวจเยี่ยมกำลังพล และให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคง

Srawut··1 min read

ผลสำรวจเรตติ้งการเมือง นิด้าโพล สะท้อนวิกฤตศรัทธา รัฐบาลภูมิใจไทย

นิด้าโพลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองไตรมาส 2/2569 เผยให้เห็นวิกฤตศรัทธาต่อรัฐบาลภูมิใจไทย โดยฝ่ายค้านและนายกฯ ณัฐพงษ์ขึ้นนำ

Srawut··1 min read

บทเรียนที่ “เนวิน – อนุทิน” ต้องอ่าน ! “ลิฉุย – กุยกี” เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดแห่งยุคสามก๊ก

บทเรียนจากยุคสามก๊กเกี่ยวกับอำนาจนำร่วมกัน: เมื่อลิฉุยและกุยกีแตกแยก ส่วนอนุทินและเนวินอาจหลีกเลี่ยงวิบากเดียวกัน

Srawut··1 min read