22 มิถุนายน 2569 การประชุม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ครั้งที่ 18/2569 (ต่อเนื่อง) วันศุกร์ที่ 19 และวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 มีมติมติวาระแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 ได้แก่
1. เห็นชอบสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2569 – 2573) โดยให้ปรับปรุงแก้ไขตามความเห็นที่ประชุม กสทช. และให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการเผยแพร่ต่อสาธารณะ
2. เห็นชอบ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2569 – 2573) ที่ปรับปรุงแก้ไขภายหลังการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ตามความเห็นของที่ประชุม กสทช. และให้สำนักงาน กสทช. นำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อบังคับใช้ต่อไป
ก่อนหน้านี้ วาระ สรุปผลรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2569-2573) ได้รับอนุมัติบรรจุเข้าวาระการประชุม กสทช. และมีการหยิบยกมาพิจารณาในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 ซึ่งมีการมอบหมายสำนักงานจัดทำข้อมูลเพิ่มเพื่อนำเข้าที่ประชุมอีกครั้งใน 4 ประเด็น คือ
1) การคุ้มครองจากข้อมูลบิดเบือน ข่าวลวง เนื้อหาที่เป็นอันตราย
2) การให้บริการภาพและเสียงผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
3) การพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับโทรทัศน์ภาคพื้นดินและวิทยุกระจายเสียง
4) อภิธานศัพท์

ทั้งนี้ มีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งในการประชุมครั้งที่ 11/2569 เมื่อวันที่ 7-8 เมษายน 2569 ก่อนจะเป็นวาระค้างการพิจารณาอีกครั้ง และหยิบยกมาพิจารณาต่อในการประชุมครั้งที่ 18/2569
สำหรับประเด็นที่มีการอภิปรายและแก้ไข ในระเบียบวาระสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2569 – 2573)
1. มีการกำหนดเป้าประสงค์ให้ประชาชนได้รับบริการกระจายเสียงและบริการโทรทัศน์ด้วยคุณภาพที่ดี ค่าบริการที่เป็นธรรม และได้รับการคุ้มครองมิให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์
คุ้มครองจากเนื้อหาที่เป็นเท็จ บิดเบือน เนื้อหาที่เป็นอันตราย รวมทั้งเนื้อหาที่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ตลอดจนประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม
2. ให้มีการพัฒนากลไกการกำกับดูแลและส่งเสริมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การประกอบกิจการภาพและเสียงผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และระบบอื่นใดให้อยู่ภายใต้กติกาที่เหมาะสม และสอดคล้องกับภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงไป
โดยมีแนวทางดำเนินงานคือจัดทำความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนากลไกการกำกับดูแลและส่งเสริมการประกอบกิจการบริการภาพและเสียงผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และระบบอื่นใดให้อยู่ภายใต้กติกาที่เหมาะสม และสอดคล้องกับภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงไป
3. ส่งเสริมให้เกิดช่องทางที่หลากหลายในการเข้าถึงบริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ โดยพัฒนาแนวทาง
การจัดให้มีแพลตฟอร์มกลางของประเทศ สำหรับโทรทัศน์ภาคพื้นดินและวิทยุกระจายเสียง (Television and Audio National Streaming Platforms)
4. ยกเลิกอภิธานศัพท์ท้ายประกาศ โดยให้อ้างอิงจากพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
ส่วนระเบียบวาระ (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย (พ.ศ. 2569 – 2573) เพื่อเตรียมการรองรับก่อนใบอนุญาตโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลหมดอายุในปี 2572
ข้อเสนอเพื่อพิจารณา คือ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย (พ.ศ. 2569 – 2573) เพื่อเตรียมการรองรับก่อนใบอนุญาตโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลหมดอายุในปี 2572 และให้สำนักงาน กสทช. นำ (ร่าง) แผนที่นำทางฯ ดังกล่าวไปเผยแพร่สู่สาธารณะต่อไป

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ประชุมได้ใช้เวลาอภิปราย 3 ชั่วโมง ยังได้ข้อสรุปเพียง 2 ประเด็นโดยมีข้อสรุปให้สำนักงาน กสทช. ไปจัดทำข้อมูลมานำเสนอเพิ่มเติม ในประเด็นกรณีแผนการดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่ และการประกอบกิจการ
เห็นชอบหลักการจัดทำแผนการดำเนินการคลื่นความถี่ และการอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และมอบหมายสำนักงาน
1. ดำเนินการจัดทำข้อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางกฎหมายของการจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับผู้ให้บริการโครงข่าย
2. จัดทำร่างแนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ ด้วยวิธีการประมูลสำหรับการนำไปใช้ในบริการทางธุรกิจ และการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับบริการทางสาธารณะ
โดยให้ดำเนินการวิเคราะห์เปรียบเทียบแนวทางเดิม แนวทางใหม่ วิเคราะห์ ข้อดีข้อเสียที่จะเกิดขึ้นทั้งในมิติทางกฎหมาย มิติเศรษฐศาสตร์ และผลกระทบในมิติแวดล้อมอื่นๆ ตลอดจนการเข้าใช้บริการของผู้ใช้บริการ โดยรอบด้าน
3. ปรับปรุงกรอบระยะเวลาการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวทางตามข้อ 2
ทั้งนี้ ให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการ และนำเสนอต่อที่ประชุม กสทช ภายใน 30 วัน
ส่วนในประเด็นยุติการใช้งานกิจการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในระบบ C – Band (3700-4200 MHz) สำหรับการให้บริการ Direct to Home
เห็นชอบหลักการตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอในกรณีที่มีการยุติการใช้งานกิจการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในระบบ C – Band (3700-4200 MHz) สำหรับการให้บริการ Direct to Home ในเดือนเมษายน 2572 และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. รับไปดำเนินการจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านตามกรอบแนวทางที่สำนักงาน เสนอ โดยให้สำนักงาน กสทช. เสนอภายใน 30 วัน
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 โดยมีระยะเวลาในตำแหน่งยาวนาน 7 ปี
ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”
กฤชเทพ สิมลี ศิษย์เก่า OSK 90 ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเนวิน ชิดชอบ
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน สอนวิธีสร้างคอนเทนต์ให้คนจดจำ โดยเน้นการหลีกเลี่ยงการไล่ตามกระแส การค้นหาความแตกต่าง และการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบัน
ซีรีย์รายได้สื่อ EP1 ย้อนกลับไปเมื่อ 25-30 ปีก่อน เมื่อเรตติ้งเป็นตัววัดมูลค่าสื่อ และรายได้โฆษณาเข้มข้น แต่วันนี้ผู้ชมกระจายตัวไปบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้โครงสร้างรายได้เปลี่ยนไป




