หากย้อนกลับไปในปี 2561 “พรรคพลังประชารัฐ” ถือกำเนิดขึ้นด้วยภารกิจที่ชัดเจน คือสืบทอดอำนาจ คสช. แต่วันนี้เมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาถึงรอยต่อของปี 2568 – 2569 สภาพของพรรคที่เคยยิ่งใหญ่ กลับเหมือนเรือที่ลอยเคว้งคว้างกลางทะเล หลังผู้นำพรรคประกาศถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันรับสมัครเลือกตั้ง
1. จากความยิ่งใหญ่ สู่ความถดถอย
ช่วงเริ่มต้น พลังประชารัฐถูกออกแบบมาให้มีการผสมผสาน “กลุ่มเทคโนแครต” (สี่กุมาร) กับ “กลุ่มนักเลือกตั้งอาชีพ” (บ้านใหญ่) บวกกับพลังดูดอันมหาศาล แม้จะได้ที่ 2 ในศึกเลือกตั้งปี 2562 รองจากพรรคเพื่อไทย แต่ก็สามารถผงาดขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ในที่สุด
ต่อมาก็ได้เกิดรอยร้าวขึ้นในพรรค เมื่ออำนาจการบริหารประเทศ (รัฐบาล) กับอำนาจการบริหารพรรค (สส.) ไม่เชื่อมโยงกัน ความขัดแย้งจึงปะทุ กลุ่มเทคโนแครตที่ทำงานเชิงนโยบาย กับกลุ่มนักเลือกตั้งอาชีพ “ระบอบบ้านป่ารอยต่อ” จึงต้องเข้ายึดอำนาจเบ็ดเสร็จ เขี่ยกลุ่มสี่กุมารทิ้ง และเปลี่ยนพรรคให้กลายเป็นชุมนุมนักเลือกตั้งอาชีพนับตั้งแต่นั้นมา
และอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคเข้าสู่ยุคถดถอยอย่างหนักหน่วง ก็คือความใฝ่ฝันของ “บิ๊กป้อม” ที่ต้องการเป็นนายกฯ จนถึงขั้นยอมแตกหักกับ “บิ๊กตู่” ทำให้พลังประชารัฐอ่อนกำลังลงเป็นอย่างมากในการเลือกตั้งปี 2566

2. ปรากฏการณ์ผึ้งแตกรัง หลังขุนพลมือขวาขอแยกทาง
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายหนัก เมื่อ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประกาศแยกทางกับ “พลังประชารัฐ” ก็เกิดความสั่นคลอนภายในพรรคอย่างรุนแรง ขุนพลมือขวาผู้คุมระบบเสบียงและกำลังพลออกจากพรรคไปพร้อม สส. ส่วนใหญ่ ทำให้พลังประชารัฐออกอาการซวนเซอย่างหนักในทันที
โดยสิ่งที่สะท้อนความเสื่อมถอยได้ชัดเจนที่สุด คือการเคลื่อนย้ายของกลุ่มทุนและบ้านใหญ่ในช่วงปี 2568
– กลุ่มเพชรบูรณ์ : สันติ พร้อมพัฒน์ เลือกย้ายไป “ภูมิใจไทย”
– กลุ่มกำแพงเพชร : วราเทพ รัตนากร หวนคืนสู่ “เพื่อไทย”
– ปรากฏการณ์ย้ายพรรคข้ามขั้ว : ทายาทบ้านใหญ่โคราช (อธิรัฐ รัตนเศรษฐ) ย้ายไป “พรรคประชาชน”

3. บิ๊กป้อม ถอนตัวจากแคนดิเดตนายกฯ ช่วงโค้งสุดท้าย
ในวัย 80 ปี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ตัดสินใจถอนตัวจากแคนดิเดตนายกฯ ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งปี 2569 แม้คนใกล้ชิดจะอ้างเหตุผลเรื่องสุขภาพ แต่ในทางการเมือง นี่หมายถึง “การโยนผ้าขาว” หรือไม่ ?
โดยการดัน ตรีนุช เทียนทอง ขึ้นมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 เป็นเพียงการประคองพรรคไม่ให้แตกเพื่อรักษาฐานที่มั่นสุดท้ายในจังหวัดสระแก้ว และรักษาสถานะทางกฎหมายของพรรคไว้เท่านั้น
พลังประชารัฐ ที่เคยยิ่งใหญ่ในวันวาน เคยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เปี่ยมด้วยพลังอำนาจบารมีล้นหลาม แต่ในวันนี้ช่างเคว้งคว้างทางการเมืองยิ่งนัก ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า บทสรุปของพรรคหลังการเลือกตั้งครั้งใหม่ จะลงเอยอย่างไร ?
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...
ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก
หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ
บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?
เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง
“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน
ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง




