สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจ “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนกันยายน 2569” ซึ่งสะท้อนมุมมองของประชาชนต่อทิศทางการเมืองและสภาวะผู้นำในปัจจุบัน ภาพรวมของผลสำรวจชี้ให้เห็นถึงสภาวะที่ความเชื่อมั่นต่อการแก้ปัญหาของฝ่ายบริหารมีแนวโน้มลดลง สวนทางกับการยอมรับในผลงานของฝ่ายค้านที่ปรับตัวสูงขึ้น
ประเด็นที่สะท้อนพลวัตทางการเมืองในเดือนนี้อย่างชัดเจนที่สุดคือ การประเมินบทบาทของนักการเมืองรายบุคคล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคาดหวังของประชาชนต่อการทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา
1. รักชนก ศรีนอก นักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด
ในประเด็นนักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด ผลสำรวจระบุว่า “รักชนก ศรีนอก” ได้รับคะแนนเป็นอันดับ 1 ที่ 30.97% ทิ้งห่างผู้นำฝ่ายค้านและแกนนำพรรคอย่าง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” (20.91%) “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” (19.75%) “พริษฐ์ วัชรสินธุ” (18.76%) และ “วาโย อัศวรุ่งเรือง” (9.61%)
ตัวเลข 30.97% ของ “รักชนก” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของกระแสความนิยมส่วนบุคคล แต่สะท้อน “รสนิยมทางการเมือง” ของประชาชนในยุคปัจจุบัน ประชาชนมองหานักการเมืองฝ่ายค้านที่กัดไม่ปล่อย มีลีลาการตั้งคำถามที่ตรงไปตรงมา และเกาะติดประเด็นเชิงโครงสร้างแบบถึงลูกถึงคน
การที่ สส. ที่ทำงานเชิงรุก สามารถแซงหน้าบทบาทของผู้นำพรรค ย่อมเป็นโจทย์ท้าทายให้พรรคประชาชนต้องทบทวนว่า บทบาทแบบใดในสภา ที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมและความหวังต่อสังคมได้จริง

2. รัฐบาลกับวิกฤต “ความไร้ตัวตน” : เมื่ออันดับ 1 คือ “ไม่มี”
ตรงกันข้ามกับความคึกคักของฝ่ายค้าน ผลสำรวจในฝั่ง “นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด” กลับส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤต เมื่อคำตอบอันดับ 1 ของประชาชนคือคำว่า “ไม่มี” สูงถึง 28.08% แซงหน้าบรรดารัฐมนตรีและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทุกคน ไม่ว่าจะเป็น “อนุทิน ชาญวีรกูล” (26.94%) “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” (23.77%) “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” (14.61%) หรือ “ภราดร ปริศนานันทกุล” (6.60%)
ภาวะที่ประชาชนเกือบ 1 ใน 3 มองว่าฝ่ายบริหาร “ไม่มีใครโดดเด่น” สะท้อนถึงปัญหาภาวะผู้นำ (Leadership Deficit) และการขาดแคลนตัวแสดงหลักที่ประชาชนสามารถฝากความหวังได้
แม้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” จะตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยคะแนนเกือบ 27% แต่ก็ยังไม่อาจก้าวข้ามกำแพงความเบื่อหน่ายทางการเมืองที่ทำให้ประชาชนเลือกกาช่อง “ไม่มีใครเข้าตา” ได้

3. ศึกชิงผลงาน : มาตรการประคองชีพปะทะงานตรวจสอบเชิงรุก
เมื่อเจาะลึกไปที่ความพึงพอใจต่อผลงาน รูปธรรมของการทำงานของทั้งสองฝั่งยิ่งตอกย้ำภาพความต่างอย่างชัดเจน:
– ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ประชาชนชื่นชอบ : ล้วนผูกติดอยู่กับนโยบายบรรเทาทุกข์ระยะสั้น อันดับ 1 คือโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (52.54%) ตามมาด้วยการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (26.09%) และการส่งเสริมการค้าต่างประเทศ (21.37%)
สิ่งนี้บ่งบอกว่ารัฐบาลกำลังทำหน้าที่เพียง “ผู้ประคับประคองลมหายใจ” ทางเศรษฐกิจ แต่ยังไม่สามารถสร้างผลงานเชิงวิสัยทัศน์หรือการปฏิรูปที่จับต้องได้
– ผลงานฝ่ายค้านที่ประชาชนชื่นชอบ : มุ่งเน้นไปที่บทบาทเชิงหลักการและความโปร่งใส อันดับ 1 คือ การตรวจสอบการทำงานและการใช้งบประมาณของรัฐบาล (45.00%) รองลงมาคือการติดตามคดีโกง สว. (32.14%) และการอภิปรายงบประมาณปี 2570 (22.86%)
ประชาชนมองเห็นคุณค่าของฝ่ายค้านในการทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มแข็ง ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับความโดดเด่นของ สส. อย่างรักชนก ศรีนอก
4. ดัชนีการเมืองไทย 25 ตัวชี้วัด : ภาพสะท้อนความเชื่อมั่นที่ถดถอย
ภาพรวมของดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนกันยายน 2569 ปรับตัวลดลงเหลือ 3.56 คะแนน จากเต็ม 10 คะแนน (ลดลงจาก 3.63 ในเดือนสิงหาคม) ซึ่งตัวเลขใน 25 ตัวชี้วัดสะท้อนข้อเท็จจริงที่เจ็บปวดสำหรับฝ่ายบริหาร:
(1) “ผลงานของฝ่ายค้าน” เป็นตัวชี้วัดเดียวที่เพิ่มขึ้น : จาก 4.28 เป็น 4.33 คะแนน และครองอันดับ 1 ของดัชนีทั้งหมด
(2) ผลงานรัฐบาลและนายกฯ ดิ่งลงต่อเนื่อง : ลดลงเหลือ 3.46 คะแนน (อันดับ 16) ขณะที่ผลงานของนายกรัฐมนตรีหล่นลงไปอยู่ที่ 3.37 คะแนน (อันดับ 17)
(3) ปัญหาเชิงโครงสร้างรั้งท้ายตาราง : ปัญหาด้านความโปร่งใส การคอร์รัปชันได้เพียง 3.11 คะแนน และจุดที่วิกฤตที่สุดคือ การแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล ซึ่งได้คะแนนต่ำสุดเพียง 2.93 คะแนนเท่านั้น
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2569 ชี้ให้เห็นว่า ความพยายามในการอัดฉีดนโยบายเยียวยาปากท้องเพียงอย่างเดียวไม่สามารถชดเชยความถดถอยของความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และปัญหาผู้มีอิทธิพลได้
ท่ามกลางบรรยากาศที่ประชาชนมองไม่เห็นผู้นำฝ่ายบริหารที่โดดเด่น การทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างดุดันของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะบทบาทอันโดดเด่นของ “รักชนก ศรีนอก” จึงกลายเป็นพื้นที่เดียวที่ดึงดูดสายตาและคะแนนความเชื่อมั่นของสังคมการเมืองไทยในเวลานี้

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...
ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก
หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ
บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?
เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง
“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน
ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง




