ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?
The Insight News
เจาะเบื้องลึกถนนทรุด หน้าวชิรพยาบาล สรุปแล้ว ใครต้องรับผิดชอบ ?

เจาะเบื้องลึกถนนทรุด หน้าวชิรพยาบาล สรุปแล้ว ใครต้องรับผิดชอบ ?

Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

เจาะลึกเหตุการณ์ถนนทรุดหน้าวชิรพยาบาล หายนะที่ไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย และใครคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายครั้งนี้

เช้าวันที่ 24 กันยายน 2568 ได้กลายเป็นฝันร้ายของคนกรุงเทพฯ เมื่อถนนสามเสน บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เกิดยุบตัวกลายเป็นหลุมขนาดยักษ์ ลึกเทียบเท่าตึก 10 กว่าชั้น สร้างความโกลาหลและคำถามว่า “มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ?” และ “ใครต้องรับผิดชอบ ?”

1. สาเหตุที่แท้จริง: ไม่ใช่แค่ “ท่อประปาแตก”

ตอนแรกหลายคนอาจคิดว่าสาเหตุมาจากท่อประปาแตก แต่ความจริงซับซ้อนกว่านั้น ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างชี้ตรงกันว่า ท่อประปาที่แตกเป็น “ผลลัพธ์” ไม่ใช่ “ต้นเหตุ” 3 เรื่องราวทั้งหมดเกิดจากปฏิกิริยาลูกโซ่ใต้ดิน ดังนี้

(1) จุดเริ่มต้นคือ “รอยรั่ว”

ต้นตอของปัญหาเกิดจากรอยรั่วหรือรอยแยกบริเวณ “รอยต่อ” ระหว่างอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่กำลังก่อสร้างกับตัวสถานีวชิรพยาบาล

(2) ดินไหลทะลัก

เมื่อเกิดรอยรั่ว มวลดินและน้ำใต้ดินที่อยู่รอบๆ ก็เริ่มไหลทะลักเข้าไปในพื้นที่ว่างของสถานี เหมือนทรายที่ไหลออกจากนาฬิกาทราย

(3) เกิด “ถ้ำ” ใต้ถนน

การไหลของดินทำให้เกิดโพรงขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ใต้ผิวถนนที่เรามองไม่เห็น

(4) ฟางเส้นสุดท้าย

เมื่อดินที่รองรับท่อประปาหลักหายไป ท่อประปาขนาดใหญ่จึงรับแรงกดไม่ไหวและแตกหักในที่สุด

(5) หายนะ x10

น้ำปริมาณมหาศาลจากท่อที่แตกได้ทะลักออกมาผสมกับดินเหนียวอ่อนของกรุงเทพฯ กลายเป็นโคลนเหลวที่เร่งการกัดเซาะและทำให้ทุกอย่างพังทลายลงมาอย่างรวดเร็ว

พูดง่ายๆ คือ โครงสร้างอุโมงค์มีปัญหาก่อน จนทำให้ดินทรุด แล้วดินที่ทรุดก็ไปซ้ำเติมทำให้ท่อประปาแตกนั่นเอง

2. ใครรับผิดชอบ? สรุปตามบทบาท

เรื่องความรับผิดชอบ ไม่ได้มีแค่หน่วยงานเดียว แต่แบ่งเป็นลำดับชั้นตามหน้าที่ ดังนี้

(1) รฟม. (การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย)

ในฐานะ “เจ้าของโปรเจกต์” รฟม. ได้ออกมาประกาศยอมรับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น  มีหน้าที่หลักในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทุกคนและกำกับดูแลการแก้ไขปัญหา

(2) กิจการร่วมค้า CKST-PL (ช.การช่าง และ ซิโน-ไทย)

ในฐานะ “ผู้รับเหมาก่อสร้าง” ที่ลงมือขุดเจาะและก่อสร้างจริง ความรับผิดชอบในเชิงปฏิบัติการและความผิดพลาดทางวิศวกรรมจะตกอยู่ที่บริษัทโดยตรง ซึ่งจะต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา หากผลสอบสวนชี้ว่าเกิดจากความประมาท

(3) กทม. (กรุงเทพมหานคร)

ในฐานะ “หน่วยงานท้องถิ่น” มีบทบาทสำคัญในการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินเฉพาะหน้า เช่น การปิดการจราจร, การอพยพผู้คน, การประกาศเขตภัยพิบัติ และดูแลความปลอดภัยของประชาชนโดยรวม

(4) รัฐบาล (กระทรวงคมนาคม และ ป.ป.ท.)

ในฐานะ “ผู้กำกับดูแล” ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียด นอกจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ท. ยังได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการด้วย

3. แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?

(1) แผนระยะสั้น (14 วัน)

ทีมวิศวกรกำลังเร่งเทคอนกรีตหลายพันตันเพื่ออุดรอยรั่วและทำให้ดินหยุดสไลด์  โดยตั้งเป้าหมายว่าจะคืนผิวจราจรให้รถสามารถกลับมาสัญจรได้ภายใน 2 สัปดาห์

(2) แผนระยะยาว (เป็นปี)

การซ่อมแซมโครงสร้างอุโมงค์และสถานีที่เสียหายอย่างถาวรนั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้เวลาประเมินและซ่อมแซมอย่างละเอียด ซึ่งนายกรัฐมนตรีคาดว่าอาจใช้เวลานานอย่างน้อย 1 ปี

(3) บทเรียนราคาแพง

ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการต่างออกมาเรียกร้องให้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญ โดยเสนอให้มีการตั้ง “คณะกรรมการสอบสวนที่เป็นกลาง” ที่ไม่ไช่หน่วยงานคู่ขัดแย้งโดยตรง และที่สำคัญคือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย โดยบังคับให้โครงการก่อสร้างใต้ดินขนาดใหญ่ในอนาคตต้องมี  “ระบบตรวจวัดและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า” แบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

เหตุการณ์นี้จึงเป็นสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ว่า การพัฒนาเมืองที่รวดเร็วต้องมาพร้อมกับมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดและการตรวจสอบที่โปร่งใส เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทย

สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวใหญ่เพื่อทวงคืนประเทศไทยภายใต้แนวคิด "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" โดยมุ่งตรวจสอบการทุจริตและปกป้องอธิปไตย

Srawut··1 min read

หมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVIS

AI agent ASTRA ยุคใหม่เปลี่ยนวิธีการสร้างเนื้อหา ความน่าเชื่อถือและคุณค่าต่อสังคมกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญแทนความเร็วการผลิต

Srawut··1 min read

ผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลัง

นนทบุรีเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. โพลล่าสุดแสดง "นฤพนธ์" นำด้วย 37.27% จากแบรนด์ผึ้งหลวง ขณะ "เดชรัต" ของพรรคประชาชนได้ 27.55%

Srawut··1 min read

ประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมาย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1 เพื่อจัดระเบียบและปิดช่องโหว่กฎหมายในการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์

Srawut··1 min read