การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้บริโภคในการใช้บริการธนาคารพาณิชย์ในรูปแบบดิจิทัลแพลต์ฟอร์มมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากทำธุรกิจการเงินในรูปแบบเดิมที่จะต้องไปทำธุรกรรมและการให้บริการที่ธนาคารโดยตรง สำหรับธนาคารพาณิชย์ยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ที่ได้ประกาศครั้งใหญ่โดยจัดตั้งบริษัทแม่ “SCBX” หรือที่เรียกกันว่า “ยานแม่” เพื่อเตรียมสอดรับทำธุรกิจพาณิชย์แบบดิจิทัลได้อย่างเต็มตัวมากขึ้น พร้อมแข่งขันในโลกธุรกรรมทางการเงินในรูปแบบดิจิทัล และมีแผนนำ SCBX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ พร้อมถอนหุ้น SCB ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ในรูปแบบของ SCBX นั้นมีรูปแบบธุรกิจแบบใหม่และมีแผนในอนาคตเป็นอย่างไร
วันนี้ Modernist ชวนย้อนดูอีกครั้ง จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นในยานแม่ลำใหม่ที่ชื่อ ‘SCBX’
กว่าจะเป็น SCBX ในการจัดตั้งบริษัทใหม่ เพื่อขีดข้อจำกัดและสามารถแข่งขันได้อย่างเต็มที่
ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา SCB เคยทำโปรเจกต์ Transformation ผ่านยุทธศาสตร์ “กลับหัวตีลังกา” (Going Upside Down) เพื่อรองรับธุรกิจหลักเพื่อให้เติบโตและสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว แต่เนื่องด้วยมีข้อจำกัดในด้านโครงสร้างของธนาคาร ทำให้ไม่สามารถทำธุรกิจได้อย่างเต็มที่ อีกทั้ง SCB ยังได้มองวิสัยทัศน์ถึงการถูก Disruption จึงยังไม่นิ่งนอนใจที่กำลังคิดในโจทย์สำคัญในการปรับรูปแบบธนาคารในรูปแบบดิจิทัลแพลต์ฟอร์มได้อย่างไร เพื่อเพิ่มขีดข้อจำกัดในการทำธุรกิจการเงินดิจิทัลและมีความสามารถในการแข่งขันนั้นได้
จนล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2564 คณะผู้บริหาร SCB นำโดย นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB และประธานกรรมการ บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB10X) ประกาศจัดตั้ง SCBX ขึ้นมาเป็นบริษัทแม่ หรือที่เรียกว่า ‘ยานแม่’ (Mothership) ในลักษณะ Holding Company เพื่อดำเนินธุรกิจการเงินดิจิทัลแพลตฟอร์มอย่างเต็มรูปแบบ และทลายข้อจำกัดเดิมๆ สำหรับแผนปรับโครงสร้างของ SCB ในครั้งนี้ ทางบอร์ดได้เตรียมเสนออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการดำเนินการปรับโครงสร้าง ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
สำหรับคำว่า ‘X’ ในชื่อ SCBX มาจากสมการ Exponential ซึ่งหมายถึงการเติบโตแบบยกกำลัง

โครงสร้างใหม่ของ SCBX ใน 2 ธุรกิจหลัก
โครงสร้างใหม่ของ SCBX แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่
1. Cash Cow ธุรกิจธนาคาร ธุรกิจประกัน บริษัทจัดการกองทุน ที่ทำกำไรได้ดี เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บ.หลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ (SCBAM) SCB Protect SCB Julius Baer และลงทุนในธุรกิจใหม่
2. New Growth ธุรกิจเน้นการเติบโตและสร้างมูลค่าธุรกิจที่เข้าไปลงทุนด้าน Digital Assets และ Digital Platforms
สำหรับธุรกิจในกลุ่ม New Growth โดยมีทั้งบริษัทย่อยของ SCBX ที่โอนย้ายจาก SCB เดิม และบางบริษัทอยู่ในระหว่างการจัดตั้ง เพื่อสอดรับในการทำธุรกิจการเงินดิจิทัลที่มีความหลากหลายและได้จับมือกับพันธมิตรในการขยายธุรกิจไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน โดยมีลักษณะทำธุรกิจในรูปแบบใด
Card X – เป็นบริษัทที่โอนกิจการออกมาจาก SCB ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต
SCB Securities – ทำธุรกิจด้านหลักทรัพย์ ในรูปแบบ Digital Securities และ Brokerage Services
SCB 10X – เน้นนวัตกรรมดิจิทัล (disruptive digital innovation) และการลงทุนในกองทุน (Venture Capital)
SCB Abacus – ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาธุรกิจและบริการโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
MONIX – เป็นบริษัทร่วมทุนกับ Abakus ให้บริการ Digital Lending สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่เข้าถึงบริการทางการเงิน
Purple Ventures – ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร Robinhood
Digital Ventures – เป็นบริษัทในเครือของ SCB 10X เน้นการพัฒนา Solution Platform
SCB Tech X – เป็นบริษัทร่วมทุนกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ทำธุรกิจด้านเทคโนโลยี Fintech Platform
Token X – ทำธุรกิจด้าน Digital Token
Auto X – ทำธุรกิจสินเชื่อรถยนต์จับลูกค้ากลุ่มใหญ่
Alpha X – เป็นบริษัทที่ร่วมมือกับกลุ่ม Millennium Group เพื่อปล่อยสินเชื่อให้กับเจ้าของรถหรูและยานพาหนะทางน้ำ เช่น เรือยอร์ช รถบิ๊กไบค์
CPG-SCB VC Fund – เป็นบริษัทร่วมทุนกับ CPJ ในการจัดตั้งกองทุน Venture Capital เน้นการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินในด้านต่างๆ เช่น Blockchain สินทรัพย์ดิจิทัล Fintech เป็นต้น
AISCB (JV) – เป็นบริษัทร่วมทุนกับ AIS เพื่อให้บริการสินเชื่อดิจิทัล
Data X – เป็นศูนย์กลางในการ Integrate Data ของทั้ง SCBX Group รวมถึงในส่วนของภาพรวมทั้งหมด
มุ่งสู่การเป็น Tech Company ภายในปี 2025
สำหรับเป้าหมายของ SCBX คือการมุ่งสู่การเป็น Tech Company ในการขยายธุรกิจการเงินนประเภทอื่นๆ มารองรับในการตอบโจทย์ของผู้บริโภค ประกอบกับการใช้เทคโนโลยีในการการบริหารจัดการแพลตฟอร์มทางเทคโนโลยี (Technology Platform) ควบคู่ไปด้วย พร้อมสร้างฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ได้ 200 ล้านคน โดยมีเป้าหมายการทำธุรกิจใหม่ในภูมิภาคใน 3 ประเทศ อย่าง อินโดนเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์, เพิ่มอัตราการทำกำไรทางธุรกิจเพิ่มขึ้น 1.5-2 เท่า และแตะ Market Cap อยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท (จากปัจจุบันมูลค่าอยู่ที่ 371,821 ล้านบาท) ภายในปี 2025 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า
ขั้นตอนดำเนินการปรับโครงสร้างของ SCBX สู่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
สำหรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของ SCBX มีขั้นตอนที่สำคัญในการเข้าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แทนหุ้น SCB เดิม ดังนี้
15 พฤศจิกายน 2564 ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) เพื่ออนุมัติการปรับโครงสร้างของกลุ่มธุรกิจโดยการนำ SCB แลกหุ้นกับ SCBX และนำ SCBX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แทนหุ้น SCB เดิม
มกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 ผู้ถือหุ้นทำคำตอบรับเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) จาก SCBX โดยอัตราส่วนระหว่างหุ้น SCB กับ SCBX ในอัตรา 1:1
มีนาคม 2565 SCBX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเพิกถอนหุ้น SCB ในช่วงเวลาเดียวกัน
มิถุนายน 2565 SCB จ่ายเงินปันผลให้ SCBX จำนวน 70,000 ล้านบาทในการดำเนินการสำหรับซื้อกิจการบางส่วนจากธนาคารตามแผนปรับโครงสร้างของกลุ่ม, นำเงินไปลงทุนในธุรกิจใหม่ตามแผนงานของกลุ่ม, นำไปใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจของ SCBX และนำไปจ่ายเงินปันผลตามผลประกอบการและนโยบายของกลุ่ม

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ SCB ในครั้งนี้ ได้สร้างความฮือฮาในแวดวงการเงินที่กำลังเดินหน้าสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบในด้านธุรกิจการเงิน ที่แตกต่างไปจากเดิมที่ทำเป็นตัวกลางในการให้บริการในที่ธนาคารในรูปแบบเดิม ซึ่งต่อจากนี้ SCB จะไม่เท่ากับธนาคารอีกต่อไป แต่ SCBX เป็นผู้นำธุรกิจการเงินดิจิทัลแพลต์ฟอร์มอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมที่ปรับตัวในการนำเสนอนวัตกรรมทางการเงินทุกรูปแบบ เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคและสามารถแข่งขันในระดับโลกได้
ที่มา:
https://www.brandbuffet.in.th/2021/09/scb-set-up-scbx-holdings-company/
https://brandinside.asia/launch-scbx-mother-company/
https://www.longtunman.com/32680
https://www.prachachat.net/finance/news-766849
https://www.prachachat.net/finance/news-767341
https://www.bangkokbiznews.com/business/962057
https://thestandard.co/scbx-big-transform/
https://thestandard.co/scbx-structure-inside-scb-group/
https://money.kapook.com/view246876.html
ระวี ตะวันธรงค์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด INSIGHT →รศ.ดร.อักษรศรี เจาะลึกจีนยุคสีจิ้นผิง ความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้
รศ.ดร.อักษรศรี วิเคราะห์ภาวะผู้นำแบบสีจิ้นผิง เน้นการฟื้นฟูชาติและความมั่นคง พร้อมเตือนผู้ประกอบการไทยให้เข้าใจจีนอย่างลึกซึ้ง
เจาะสถานการณ์ Gen AI ในห้องเรียนไทย: โอกาส ความท้าทาย หรือความเหลื่อมล้ำที่ต้องรับมือ ?
บทความวิเคราะห์สถานการณ์การใช้ Generative AI ในห้องเรียนไทย โดยสำรวจนักเรียนมัธยมศึกษา 13,770 คนและครู 330 คน เพื่อศึกษาโอกาส ความท้าทาย และความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น
ส่องคดีการเมืองสำคัญที่ “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” ว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ เคยร่วมลงมติ
อุดม สิทธิวิรัชธรรม ว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ เคยลงมติในคดีสำคัญมากมายที่ชี้ชะตาผู้นำ พรรค และการเมืองไทย
มหาดไทยแถลงผลสอบสวน “โกงสอบท้องถิ่น” เพิกถอนการบรรจุ 3,621 ราย
มหาดไทยแถลงผลสอบสวนการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น เพิกถอนการบรรจุ 3,621 ราย และจัดตรวจคะแนนใหม่ 400,000 คน




