ท่ามกลางกระแสการตื่นตัวเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงการที่ต้องจับตา ที่รัฐบาลตั้งเป้าให้เป็น “บิ๊กโปรเจกต์” ประจำปี 2569 นั่นคือ TH-AI Passport ภายใต้การผลักดันของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่เตรียมแจกโควตาใช้งานพรีเมียม AI ระดับโลก 15 แพลตฟอร์มฟรี จำนวน 5 ล้านสิทธิ์
แต่ภายใต้หน้าฉากของการ “ติดอาวุธทางดิจิทัล” โครงการที่ใช้งบประมาณสูงถึง 1,620 ล้านบาท กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักถึงความคุ้มค่า รวมถึงข้อสงสัยว่ามีความโปร่งใสมากน้อยเพียงใด ?
1. ติดอาวุธให้คนไทย หรือแค่ตั๋วชั่วคราว ?
กระทรวงดีอีชี้แจงว่า โครงการนี้คือทางลัดในการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล โดยเฉพาะกลุ่มเด็กจบใหม่ รัฐบาลระบุว่าตัวเลข 1,620 ล้านบาท เมื่อหารเฉลี่ย 5 ล้านคน ในเวลา 1 ปี ต้นทุนจะตกอยู่ที่ 27 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งถูกกว่าการที่ประชาชนต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อระบบพรีเมียมเอง
ซ้ำยังมีกุศโลบาย “ใช้ไป เรียนไป” ผ่านระบบ Token เพื่อบังคับให้ผู้ใช้ต้องผ่านการอบรมก่อนปลดล็อกฟีเจอร์ขั้นสูง แต่คำถามที่ตามมาคือ นี่คือการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนจริงหรือ ?
การนำเงินภาษีพันล้านไป “เช่าใช้” ไลเซนส์จากบริษัทบิ๊กเทคต่างชาติ เป็นเพียงการซื้อความสะดวกระยะสั้น เมื่อหมดอายุสัญญา 1 ปี เงินก้อนนี้จะละลายหายไป
สวนทางกับแนวคิด “อธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์” ที่ทั่วโลกกำลังทำ คือการนำงบประมาณระดับนี้ไปลงทุนพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของตัวเอง (Thai LLM) หรืออัดฉีด Tech Startup ในประเทศเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน

2. ทางลัดงบประมาณ: กลไก “ชงเอง กินเอง” ?
ประเด็นที่แหลมคมที่สุดของ TH-AI Passport คือ “นวัตกรรมทางการเมือง” ในการบริหารงบประมาณ
โครงการมูลค่ามหาศาลนี้ ไม่ได้ผ่านกระบวนการพิจารณางบประมาณแผ่นดินตามปกติในสภาผู้แทนราษฎร แต่เป็นการดึงเงินจาก “กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” (กองทุน DE)
ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ซึ่งเป็นผู้เสนอขอใช้งบประมาณ กลับมีหมวกอีกใบเป็น “ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ” กลายเป็นสถานะ “ชงเอง กินเอง” ทำให้กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลไร้ผล
เมื่อกางไทม์ไลน์การเมืองออกมาจะพบ จะเห็นภาพที่ชัดเจน ดังนี้
– ธันวาคม 2568 (รัฐบาลอนุทิน 1): โครงการถูกเดินเรื่องอนุมัติงบอย่างรวดเร็วในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง
– กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2569: ประกาศผลผู้ชนะประมูลในช่วงรอยต่อทางการเมือง
– มิถุนายน 2569 (รัฐบาลอนุทิน 2): เตรียมเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ
การเร่งรัดอนุมัติงบประมาณพันล้านผ่านกลไกกองทุนในช่วงหน้าก่อนเลือกตั้ง ยิ่งตอกย้ำข้อกังขาว่า นี่คือการหลบเลี่ยงสายตาของสภาฯ เพื่อสร้าง “รหัส ATM ใหม่” หรือไม่ ?
3. ชันสูตร TOR และผลประมูล ผ่านแพลตฟอร์ม AI “ส่องรัฐ”
กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง (e-bidding) ของโครงการนี้ ยิ่งเผยให้เห็นตัวเลขและเงื่อนไขที่ผิดวิสัยของการแข่งขันเสรี
ล่าสุด พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” (Thailand Government Watch) ซึ่งใช้ AI วิเคราะห์ฐานข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยได้สแกนโครงการที่เกี่ยวกับ AI จำนวน 1,276 โครงการ (มูลค่ารวมกว่า 4,271 ล้านบาท) และพบว่าโครงการ TH-AI Passport ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “เสี่ยงทุจริตสูง” โดยชี้เป้าความผิดปกติดังนี้
(1) TOR จำกัดการแข่งขัน: เงื่อนไขการประมูล (TOR) ขาดข้อมูลสำคัญ และมีลักษณะที่อาจเป็นการตีกรอบให้เข้าทางเอกชนบางกลุ่ม
(2) ผู้ยื่นซองน้อย-ราคาเกาะกลุ่ม: ราคาเสนอของผู้ชนะและผู้แพ้ห่างกันเพียง 1.04% ซึ่งในทางสถิติ โอกาสที่จะเคาะราคาใกล้เคียงกันขนาดนี้โดยไม่มีการ “ส่งสัญญาณ” ระหว่างกันนั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก
(3) เครือข่ายทุนการเมือง: ระบบพบว่าในเม็ดเงินหลักพันล้านบาท กระจุกตัวอยู่กับเอกชนเพียง 3 กลุ่มบริษัท ซึ่งมีลักษณะ “ถือหุ้นไขว้กัน” และที่สำคัญคือ ตรวจพบเส้นทางการบริจาคเงินให้กับพรรคการเมือง
(4) บริษัทโตกระโดด 63 เท่า: หนึ่งในบริษัทที่อยู่ในกิจการค้าร่วม (Consortium) ที่ชนะการประมูล มีรายได้รวมปี 2567 แจ้งไว้เพียง 12.59 ล้านบาท แต่กลับได้ส่วนแบ่งมูลค่างานในสัญญาครั้งนี้สูงเกือบ 800 ล้านบาท

4. บทสรุป: พาสปอร์ตสู่โลกอนาคต หรือตั๋ว VIP ของกลุ่มทุน ?
ไม่มีใครปฏิเสธว่าคนไทยต้องเก่ง AI และรัฐต้องสนับสนุน แต่ข้อมูลจากการตรวจสอบทั้งในสภาฯ และจากแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ชี้ให้เห็นถึงรอยรั่วขนาดใหญ่ในกระบวนการ
สังคมไทยต้องช่วยกันขบคิดว่า เงินภาษี 1,620 ล้านบาทก้อนนี้ กำลังถูกใช้เป็น “พาสปอร์ต” เพื่อพาประชาชนก้าวไปข้างหน้า หรือเป็นเพียงแค่ “ตั๋วพรีเมียม VIP” ที่เปิดทางให้กลุ่มทุนที่มีสายสัมพันธ์ทางการเมือง เข้าถึงขุมทรัพย์งบประมาณได้อย่างแนบเนียน ภายใต้คำโปรยที่สวยหรูว่า เพื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →“ป้อม ภาวุธ” จากเจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซ สู่ สส.สายเทค ถล่ม TH-AI Passport
ป้อม ภาวุธ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ใช้ข้อมูลดิจิทัลจับผิดโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาท ของรมว.ไชยชนก ชิดชอบ
ชำแหละโมเดลค้าความรันทด เอเจนซี่จีนบุกไทย สร้างคอนเทนต์ลวงโลก
เอเจนซี่จีนนำเข้าโมเดลธุรกิจ “ค้าความรันทด” มาไทย โดยจัดฉากเรื่องราวลำบากเพื่อหลอกผู้ชมและแปลงเป็นรายได้ผ่านการขายสินค้า
2569 ระบอบสีน้ำเงิน ครองเมือง
พ.ศ. 2569 การเมืองไทยเข้าสู่สภาวะดุลยภาพใหม่ที่ถูกจัดระเบียบโดย “ระบอบสีน้ำเงิน” ซึ่งเป็นเครือข่ายอำนาจที่มีประสิทธิภาพในประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัย
รู้จัก “ส่องรัฐ” แพลตฟอร์ม AI ของประชาธิปัตย์ ตรวจสอบการใช้งบฯ รัฐบาล
ส่องรัฐ เป็นแพลตฟอร์ม AI ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้ตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล




