โลกการเงินกำลังหมุนไปอย่างรวดเร็ว และประเทศไทยเองก็กำลังก้าวเข้าสู่สมรภูมินี้อย่างเต็มตัว เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าที่น่าสนใจว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นและศึกษาการออก “Thai Baht Stable Coin” ซึ่งคาดว่าเราจะได้เห็นความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมภายในปีนี้
1. ไม่ตกขบวน แต่เน้นความมั่นคง
ผู้ว่าการ ธปท. ยืนยันชัดเจนว่าก้าวนี้แสดงให้เห็นว่าไทยไม่ได้ตกเทรนด์โลก แม้ว่าแนวทางของเราอาจจะไม่ได้เปิดรับอย่างรุนแรงเท่ากับธนาคารกลางในบางประเทศก็ตาม โดยหลักการเบื้องต้นของ Thai Baht Stable Coin คือการสร้างสกุลเงินที่ใช้งานได้เสมือนเงินบาทจริง สามารถใช้ชำระค่าสินค้าและโอนเงินได้ตามปกติ
แต่จุดที่น่าสนใจและสะท้อนความรัดกุมของ ธปท. คือการกำหนดให้ต้องมีเงินบาทหนุนหลังแบบเต็มจำนวนในอัตราส่วน 100:100 แทนที่จะใช้พันธบัตรเป็นสินทรัพย์หนุนหลัง สิ่งนี้ชวนให้คิดว่า ธปท. ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพและความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานเป็นอันดับแรก เพราะทุกเหรียญดิจิทัลจะมีเงินบาทจริงรองรับอยู่เสมอ

2. เปิดประตูสู่โอกาสใหม่: สถาบันการเงินและคาร์บอนเครดิต
นอกจากการพัฒนาเหรียญของตัวเองแล้ว ธปท. ยังมีมุมมองที่เปิดกว้างขึ้น โดยมีแผนที่จะเปิดช่องทางให้สถาบันการเงินบางแห่งสามารถเข้ามาทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลได้
ไม่เพียงแค่นั้น ประเด็นที่น่าจับตาคือการที่ ธปท. มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนเรื่องคาร์บอนเครดิต ซึ่งปัจจุบันกำลังหารือในรายละเอียดว่าจะมีขอบเขตการใช้จ่ายอย่างไร และจะอนุญาตให้ทำการซื้อขาย (Trade) ได้หรือไม่ นโยบายนี้อาจเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกการเงินดิจิทัลกับการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนในอนาคต
3. กฎกติกาและความเสี่ยงที่ต้องระวัง
แน่นอนว่าเมื่อมีนวัตกรรม ย่อมต้องมีข้อควรระวังและกฎกติกาที่ชัดเจน ธปท. ได้วางแนวนโยบายกำกับดูแล คริปโทเคอร์เรนซี ประเภท Stablecoins สำหรับภาคเอกชนไว้ว่า หากผู้ประกอบธุรกิจรายใดต้องการออกเหรียญเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการชำระเงิน จะต้องเข้ามาหารือกับ ธปท. เพื่อพิจารณาและกำหนดแนวทางกำกับดูแลที่เหมาะสมก่อนเริ่มดำเนินการเสมอ
นอกจากนี้ ธปท. ยังได้ตั้งข้อสังเกตและเตือนถึงความเสี่ยงสำคัญที่อาจเกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ หากมีการใช้ Stablecoin ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาถือครองด้วยการเสนออัตราดอกเบี้ยสูงๆ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวอาจลุกลามไปสู่ปัญหาสภาพคล่องได้
การพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยในครั้งนี้ถือเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่น่าขบคิดว่า ท่ามกลางการรักษาสมดุลระหว่างการเปิดรับ “นวัตกรรมใหม่” กับการรักษา “เสถียรภาพทางการเงิน” เราจะสามารถผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงแค่ไหน
และเมื่อถึงวันที่ Thai Baht Stable Coin ถูกนำมาใช้จริง มันจะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเราไปในทิศทางใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทย
สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวใหญ่เพื่อทวงคืนประเทศไทยภายใต้แนวคิด "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" โดยมุ่งตรวจสอบการทุจริตและปกป้องอธิปไตย
หมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVIS
AI agent ASTRA ยุคใหม่เปลี่ยนวิธีการสร้างเนื้อหา ความน่าเชื่อถือและคุณค่าต่อสังคมกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญแทนความเร็วการผลิต
ผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลัง
นนทบุรีเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. โพลล่าสุดแสดง "นฤพนธ์" นำด้วย 37.27% จากแบรนด์ผึ้งหลวง ขณะ "เดชรัต" ของพรรคประชาชนได้ 27.55%
ประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมาย
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1 เพื่อจัดระเบียบและปิดช่องโหว่กฎหมายในการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์




