ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?
The Insight News
เวิลด์แบงก์ เผย “ไทย” เหลื่อมล้ำที่สุดในกลุ่มเอเชียตะวันออก สศช. ชี้ คนจนพุ่ง 3.8 ล้านคน แม่ฮ่องสอนเสี่ยงเรื้อรัง

เวิลด์แบงก์ เผย “ไทย” เหลื่อมล้ำที่สุดในกลุ่มเอเชียตะวันออก สศช. ชี้ คนจนพุ่ง 3.8 ล้านคน แม่ฮ่องสอนเสี่ยงเรื้อรัง

ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
1 min read

ธนาคารโลก(The World Bank) ได้เผยแพร่รายงาน “ปิดช่องว่าง : ความเหลื่อมล้ำและงานฝนประทศไทย” พบว่า ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 ประเทศไทยมีความคืบหน้าในการลดช่องว่างระหว่างคนที่ร่ำรวยที่สุดและยากจนที่สุดเป็นอย่างมาก แต่ความคืบหน้าดังกล่าวได้ชะลอตัวลงตั้งแต่ปี 2556 โดยในปี 2564 ประเทศไทยมีสัมประสิทธิ์ของความไม่เสมอภาคของรายได้ อยู่ที่ 43.3% ถือเป็นระดับสูงสุดของความไม่เสมอภาคของรายได้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และอยู่ในอันดับที่ 13 จาก 63 ประเทศที่มีการรายงานข้อมูลสัมประสิทธิ์ของความไม่เสมอภาคของรายได้ ระดับความเหลื่อมล้ำจะสูงมากเมื่อพิจารณาถึงการกระจุกตัวของรายได้และความมั่งคั่ง พบว่ามีสัดส่วนที่สูงเป็นพิเศษ

โดยในปี 2564 พบข้อมูลว่า คนไทยที่ร่ำรวยที่สุดถือครองรายได้ และความมั่งคั่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศหรือคิดเป็น 10% ของจำนวนประชากรของประเทศ และมีความแตกต่างในด้านโอกาสทางการศึกษาและทักษะ รายได้ของเกษตรกรต่ำ ประชากรสูงวัย และหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดความท้าทายในการลดความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย แม้ว่าผลกระทบของโควิด-19 ที่มีต่อความยากจนและความเหลื่อมล้ำจะค่อนข้างน้อย แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจทำให้ช่องว่างของผลลัพธ์การเรียนรู้และปัญหาหนี้สินในควัวเรือนที่มีอยู่เดิมทวีความรุนแรงขึ้น ค่าครองชีพที่สูงขึ้นและสัดส่วนประชากรวัยทำงานที่ลดลงของประเทศไทยเป็นปัจจัยที่ทำให้ความพยายามในการลดความเหลื่อมล้ำมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น

เหลื่อมล้ำตั้งแต่เกิด

จากข้อมูลพบว่าความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยเกิดขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย จากโอกาสในการพัฒนามนุษย์ที่ไม่เท่าเทียมกัน และจะคงอยู่ตลอดวงจรชีวิตและสามารถสืบทอดไปถึงรุ่นต่อ ๆ ไป ความเหลื่อมล้ำในระดับอาชีพและการศึกษาของหัวหน้าครัวเรือนเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของความเหลื่อมล้ำทางด้านรายใด้ ความแตกต่างเชิงพื้นที่ทั้งระหว่างและภายในภูมิภาคยังส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้อีกด้วย ในปี 2563 ค่าเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ต่อหัวในกรุงเทพฯ สูงกว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือถึง 6.5 เท่า ซึ่งมี GDP ต่อหัวต่ำที่สุดในประเทศ

คนไทยจนมากถึง 3.8 ล้านคน

รายงานสถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย จัดทำโดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่า สถานการณ์ความยากจนของในไทยในปี 2565 ภาพรวมปรับตัวดีขึ้นหลังผ่านการระบาดของโควิด-19 โดยล่าสุดมีจำนวนคนจนรวม 3.8 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนคนจน 5.43% ลดลงจากปีก่อนที่มีจำนวนคนจน 4.4 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนคนจน 6.32%

ขณะที่เส้นความยากจนของคนไทย ก็ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนเช่นกัน โดยปรับเพิ่มขึ้นจาก 2,803 บาทต่อคนต่อเดือน ในปี 2564 เป็น 2,997 บาทต่อคนต่อเดือนในปี 2565 สำหรับจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงสุด 5 จังหวัดในปี 2565 ประกอบไปด้วย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปัตตานี ตาก นราธิวาส และ กาฬสินธุ์ โดยที่น่าห่วงคือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุด และติดอยู่ใน 5 อันดับแรกของจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงสุดต่อเนื่องกัน 19 ปี ตั้งแต่ปี 2545 สะท้อนให้เห็นปัญหาความยากจนเรื้อรังที่เกิดขึ้น และต้องเร่งหาทางแก้ไขในเชิงนโยบาย

สวัสดิการรัฐไม่เพียงพอขจัดความจน

ตัวชี้วัดหนึ่งที่น่าสนใจนั่นคือ การจัดสรรงบประมาณภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เมื่อดูจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุด ก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณด้านสวัสดิการต่าง ๆ ไม่ต่างจากจังหวัดอื่นที่มีสัดส่วนคนจนน้อย โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,398 บาทต่อคน เช่นเดียวกับงบประมาณภายใต้ยุทธศาสตร์จังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณลงไปเท่า ๆ กับจังหวัดเช่นกัน แต่ก็ยังแก้ปัญหาได้ไม่จบ จึงต้องหาวิธีในการแก้ไขอย่างตรงจุดต่อไป

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายเรื่องของประเทศไทยยังคงมีความเหลื่อมล้ำอยู่สูงมาก โดยปัจจุบันความเหลื่อมล้ำในระดับอาชีพและการศึกษาของหัวหน้าครัวเรือน ถือเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น เพราะหัวหน้าครอบครัวคือหัวหอกในการหารายได้เพื่อเลี้ยงดูคนในครอบครัวและยกฐานะครอบครัว สิ่งสำคัญที่จะลดความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยก็ต้องคงเป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการปรับโครงสร้างทั้งระบบ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของคนในประเทศก็จะช่วยลดช่องว่างความเหลื่อมให้แคบลงตามไปด้วย

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด INSIGHT

น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?

ประเทศมีเงินนอกงบประมาณ 4 ล้านล้านบาท แต่รัฐบาลเลือกกู้เงินเพิ่มแทนที่จะใช้เงินที่มีอยู่ เพราะเงินกู้ง่ายต่อการแบ่งปันและสร้างโครงการหาเสียง

Srawut··1 min read

สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทย

สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวใหญ่เพื่อทวงคืนประเทศไทยภายใต้แนวคิด "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" โดยมุ่งตรวจสอบการทุจริตและปกป้องอธิปไตย

Srawut··1 min read

หมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVIS

AI agent ASTRA ยุคใหม่เปลี่ยนวิธีการสร้างเนื้อหา ความน่าเชื่อถือและคุณค่าต่อสังคมกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญแทนความเร็วการผลิต

Srawut··1 min read

ผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลัง

นนทบุรีเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. โพลล่าสุดแสดง "นฤพนธ์" นำด้วย 37.27% จากแบรนด์ผึ้งหลวง ขณะ "เดชรัต" ของพรรคประชาชนได้ 27.55%

Srawut··1 min read