ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
เหตุผลที่ “สามารถ” เห็นด้วยกับ “การพับแลนด์บริดจ์”เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบันรศ.ดร.อักษรศรี เจาะลึกจีนยุคสีจิ้นผิง ความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้เจาะสถานการณ์ Gen AI ในห้องเรียนไทย: โอกาส ความท้าทาย หรือความเหลื่อมล้ำที่ต้องรับมือ ?ส่องคดีการเมืองสำคัญที่ “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” ว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ เคยร่วมลงมติเหตุผลที่ “สามารถ” เห็นด้วยกับ “การพับแลนด์บริดจ์”เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบันรศ.ดร.อักษรศรี เจาะลึกจีนยุคสีจิ้นผิง ความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้เจาะสถานการณ์ Gen AI ในห้องเรียนไทย: โอกาส ความท้าทาย หรือความเหลื่อมล้ำที่ต้องรับมือ ?ส่องคดีการเมืองสำคัญที่ “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” ว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ เคยร่วมลงมติ
The Insight News
สัญญาณเตือนภัย! เศรษฐกิจดิจิทัลไทยในสนามแข่ง APAC: เมื่อ ‘การย่ำอยู่กับที่’ คือการ ‘ถอยหลัง’ (ตอนที่ 1)

สัญญาณเตือนภัย! เศรษฐกิจดิจิทัลไทยในสนามแข่ง APAC: เมื่อ ‘การย่ำอยู่กับที่’ คือการ ‘ถอยหลัง’ (ตอนที่ 1)

Srawut
Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

เศรษฐกิจดิจิทัลไทยกำลังเผชิญสัญญาณเตือนในสนามแข่ง APAC เมื่อการย่ำอยู่กับที่อาจหมายถึงการถอยหลัง พร้อมบทวิเคราะห์เชิงลึก

ในยุคที่การเติบโตทางเศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ผลสำรวจล่าสุดจาก “ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล” ประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยที่ดังและชัดเจนมาถึงผู้ประกอบการและผู้กำหนดนโยบายของไทย ตัวเลขดัชนีที่ 46.9 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ความเชื่อมั่นที่ระดับ 50 อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เป็นเพียงการสะท้อนสภาวะซบเซาชั่วคราว แต่เป็นอาการบ่งชี้ถึง “ภาวะชะงักงันเชิงโครงสร้าง” ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

เมื่อเราขยายมุมมองออกไปเปรียบเทียบกับสมรภูมิการแข่งขันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ภาพที่ปรากฏยิ่งน่ากังวลมากขึ้น ประเทศไทยกำลัง “ย่ำอยู่กับที่” ในขณะที่คู่แข่งของเราไม่เพียงแค่ “เดิน” แต่กำลัง “วิ่ง” แซงหน้าไปอย่างรวดเร็วด้วยยุทธศาสตร์ชาติที่เฉียบคมและแผนปฏิบัติการที่เด็ดขาด บทวิเคราะห์ชิ้นนี้จะเจาะลึกถึงรากของปัญหาที่ฉุดรั้งศักยภาพของไทย พร้อมทั้งถอดรหัส “Playbook” ความสำเร็จของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการพลิกเกมและสร้างอนาคตดิจิทัลที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทย

1. สะท้อนจากภายใน: เมื่อความเชื่อมั่นติดลบ

การที่ดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวมอยู่ในแดนลบนั้น มีสาเหตุมาจากปัจจัยมหภาคที่ซับซ้อน ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวม และความไม่แน่นอนทางการเมือง แต่เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียด เราจะพบกับปัญหาที่กัดกินโครงสร้างอุตสาหกรรมอยู่ 3 ประการหลัก:

1.1. วิกฤตบุคลากรดิจิทัลที่รุนแรง: นี่คือ “คอขวด” ที่ใหญ่ที่สุดและถูกกล่าวถึงบ่อยครั้งที่สุดในรายงาน ผู้ประกอบการระบุตรงกันว่าบุคลากรทักษะสูงนั้น “หายากและเรียกค่าตอบแทนที่สูง” สถานการณ์นี้บีบให้บริษัทต้องพึ่งพาฟรีแลนซ์แทนการสร้างขีดความสามารถภายในองค์กร ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ยั่งยืน แม้แต่อุตสาหกรรม “ดาวเด่น” อย่างซอฟต์แวร์ (ดัชนี 52.7) ที่ยังเติบโตได้ ก็ตั้งอยู่บนฐานที่เปราะบาง เพราะต้องพึ่งพาทรัพยากรที่ขาดแคลนที่สุดนี้ ในขณะที่อุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล (ดัชนี 48.6) เริ่มแสดงอาการชะลอตัวอย่างชัดเจนจากการแย่งชิงบุคลากร

1.2. SMEs กำลังขาดอากาศหายใจ: วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจ กำลังเผชิญกับพายุสองด้าน คือ “การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นภายใต้การลดลงของลูกค้า” และการเข้าถึงแหล่งทุนที่ยากลำบากขึ้นจากความเข้มงวดของสถาบันการเงิน สิ่งนี้ทำให้ SMEs จำนวนมากเข้าสู่ “โหมดเอาตัวรอด” โดยการตัดลดค่าใช้จ่ายแทนที่จะลงทุนเพื่อการเติบโต

1.3. มุมมองต่อ AI ที่น่ากังวล: อุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่มองว่า AI เป็น “Disruption” เชิงลบที่เข้ามาทดแทนตำแหน่งงานและสร้างความเสียเปรียบในการแข่งขัน ทัศนคตินี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับคู่แข่งในภูมิภาคที่มองว่า AI คือเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ที่จะสร้างความได้เปรียบและขับเคลื่อนผลิตภาพ

สิ่งที่น่าสนใจคือ ความคาดหวังที่ผู้ประกอบการมีต่อภาครัฐนั้นสะท้อนท่าทีเชิงรับอย่างชัดเจน ข้อเรียกร้องส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งแตกต่างอย่างมากกับบทสนทนาเชิงรุกที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน

2. สมรภูมิ APAC: 4 Playbooks ที่ไทยต้องศึกษา

ขณะที่ไทยกำลังต่อสู้กับปัญหาภายใน คู่แข่งในภูมิภาคกำลังเดินหน้าด้วยยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและแตกต่างกัน ซึ่งสามารถสรุปเป็น “Playbook” ที่น่าสนใจได้ 4 รูปแบบ:

  • Playbook สิงคโปร์: “เครื่องจักรผลิตบุคลากร” (The Talent Machine)

สิงคโปร์ครองอันดับ 1 ด้านขีดความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัลของโลก โดยมีเศรษฐกิจดิจิทัลคิดเป็นสัดส่วนถึง 17.7% ของ GDP หัวใจของความสำเร็จคือการมองการณ์ไกลและแก้ไขปัญหาคอขวดด้านบุคลากรอย่างเป็นระบบผ่านโครงการ TechSkills Accelerator (TeSA) ซึ่งเป็นความร่วมมือไตรภาคี (รัฐบาล-อุตสาหกรรม-สหภาพแรงงาน) ที่ไม่ได้แค่จัดอบรม แต่สร้างเส้นทางอาชีพใหม่ (Career Conversion) และสนับสนุนให้บริษัทชั้นนำเป็นผู้ฝึกอบรมพนักงานเอง (Company-Led Training)

  • Playbook เวียดนาม: “รัฐบาลดิจิทัลนำการเติบโต” (The Growth Accelerator)

เวียดนามมีเศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค (กว่า 20% ต่อปี) และตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานให้มีสัดส่วนถึง 30% ของ GDP ภายในปี 2573 ยุทธศาสตร์ของเวียดนามคือการใช้ภาครัฐเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อน (top-down) ผ่าน “โครงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลแห่งชาติ” ที่มุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมและสนับสนุน SMEs อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การอุดหนุนค่าใช้จ่ายด้านที่ปรึกษา 50% และการร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีเพื่อเสนอซอฟต์แวร์ราคาประหยัด

  • Playbook มาเลเซีย: “แม่เหล็กดึงดูดทุนและคนเก่ง” (The Investment & Talent Magnet)

มาเลเซียประสบความสำเร็จอย่างสูงในการดึงดูดการลงทุน โดยมูลค่าการลงทุนดิจิทัลเพียงครึ่งแรกของปี 2567 สูงกว่ายอดรวมของทั้งปี 2566 อาวุธลับของมาเลเซียคือโครงการ Malaysia Digital (MD) ที่นำเสนอมาตรการจูงใจทางภาษีที่ทรงพลังและเข้าใจง่าย (เช่น ภาษี 0-15%) ควบคู่ไปกับกระบวนการอนุมัติวีซ่าสำหรับผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติ (Foreign Knowledge Worker) ที่รวดเร็วถึงขั้น “อนุมัติได้ทันที” (instant approvals) ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรจากภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ

  • Playbook อินโดนีเซีย: “พลังแห่งระบบนิเวศ” (The Ecosystem Powerhouse)

ด้วยขนาดตลาดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค (GMV คาดการณ์ 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567) อินโดนีเซียใช้แนวทางที่ขับเคลื่อนโดยตลาด (market-driven) เพื่อยกระดับ MSMEs กว่า 64 ล้านราย กรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุดคือการร่วมทุนมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐระหว่าง GoTo (Gojek-Tokopedia) และ TikTok ซึ่งเป็นการสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบให้ธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงตลาด โลจิสติกส์ และการชำระเงินดิจิทัลแบบครบวงจร

อ้างอิง : ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Industry Sentiment Index) ประจำไตรมาส 3/2568

Srawut
Author

Srawut

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด DIGITAL

เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 โดยมีระยะเวลาในตำแหน่งยาวนาน 7 ปี

Srawut··1 min read

ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”

กฤชเทพ สิมลี ศิษย์เก่า OSK 90 ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเนวิน ชิดชอบ

Srawut··1 min read

เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?

เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน สอนวิธีสร้างคอนเทนต์ให้คนจดจำ โดยเน้นการหลีกเลี่ยงการไล่ตามกระแส การค้นหาความแตกต่าง และการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

Srawut··1 min read

ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบัน

ซีรีย์รายได้สื่อ EP1 ย้อนกลับไปเมื่อ 25-30 ปีก่อน เมื่อเรตติ้งเป็นตัววัดมูลค่าสื่อ และรายได้โฆษณาเข้มข้น แต่วันนี้ผู้ชมกระจายตัวไปบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้โครงสร้างรายได้เปลี่ยนไป

Srawut··1 min read