
Thailand FishAI ของกรมประมง กับงบฯ กว่า 20 ล้าน และคำถามถึงความโปร่งใส
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลทำให้อุตสาหกรรมการประมงต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ กรมประมงจึงได้เปิดตัวแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า “Thailand FishAI” ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการองค์ความรู้ด้านประมงด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
แต่ภายใต้ความล้ำสมัยและเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่นี้ โครงการดังกล่าวกลับถูกสังคมกำลังตั้งคำถามว่า ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่ากับงบประมาณที่เสียไปหรือไม่ ?
1. ความล้ำสมัยที่มาพร้อมความคาดหวัง
Thailand FishAI ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบนิเวศข้อมูลอัจฉริยะแบบครบวงจร โดยมีการทำงานเบื้องหลังที่ซับซ้อนหลายส่วน ได้แก่:
ระบบจำแนกชนิดพันธุ์ (Species ID): มีการใช้เทคโนโลยี Computer Vision ในการวิเคราะห์และระบุชนิดของสัตว์น้ำจากภาพถ่าย
ระบบผู้ช่วยเสมือน (NLP/LLM): มีการพัฒนา Chatbot เพื่อตอบคำถามอัจฉริยะและให้ข้อมูลเชิงลึก
ระบบฐานข้อมูล (Knowledge Base): เป็นการรวบรวมข้อมูลงานวิจัย กฎระเบียบ และเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐเข้าไว้ด้วยกัน
โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ (Cloud Infrastructure): ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่และรองรับการประมวลผลที่ต้องใช้ทรัพยากรสูง
2. ปมดราม่างบประมาณกว่า 20 ล้าน และสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเอกสาร TOR
ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดคือเรื่องของ “งบประมาณ” โดยในโซเชียลมีเดียมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงตัวเลขราว 9.1 ล้านบาท ซึ่งแท้จริงแล้วอาจเป็นเพียงงบในส่วนของการทำแอปพลิเคชันและโมเดลระยะเริ่มต้นเท่านั้น ในขณะที่ภาพรวมของกรอบงบประมาณโครงการนี้สูงกว่า 20 ล้านบาท
เพื่อให้เห็นภาพลึกซึ้งยิ่งขึ้น เมื่อตรวจสอบเอกสารมติที่ประชุมและขอบเขตและวิธีการดำเนินงาน (TOR) จะพบข้อสังเกตเพิ่มเติมที่น่าสนใจ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่
(1) การแยกส่วนงบประมาณโครงการ
เอกสารระบุถึงงบประมาณของ 2 โครงการหลักภายใต้กรมประมง ได้แก่ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพสารสนเทศเชิงพื้นที่เพื่อการเตือนภัย (งบประมาณ 13,627,000 บาท) และโครงการพัฒนาผู้ช่วยเสมือนอัจฉริยะเบื้องต้นหรือ AI (งบประมาณ 9,639,200 บาท) ซึ่งรวมเป็นเงินกว่า 23 ล้านบาท
ข้อสังเกตคือ การพัฒนาแอปพลิเคชันหรือผู้ช่วยอัจฉริยะในโครงการที่ 2 นั้น จำเป็นต้องพึ่งพาฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการประมวลผล ซึ่งทั้งสองส่วนนี้มีความเชื่อมโยงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่ามีการแยกขอบเขตการจัดจ้าง (TOR) ออกจากกัน

(2) ขอบเขตงานที่ขาดหายไปใน TOR 9 ล้านบาท
เมื่อกางรายละเอียดขอบเขตการดำเนินงานใน TOR ของโครงการพัฒนา AI (มูลค่าราว 9 ล้านบาท) พบว่าครอบคลุมการทำงานหลายส่วน เช่น การจัดหาฮาร์ดแวร์, การเตรียมฐานข้อมูล (Knowledge Base), การพัฒนาและฝึกสอนโมเดล AI , การทำระบบโต้ตอบด้วยเสียงและข้อความ , ไปจนถึงการทดสอบระบบและจัดการอบรม
แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ ในขอบเขตงานทั้งหมดของงบ 9 ล้านบาทนี้ กลับไม่มีการระบุถึงการจัดทำระบบ Cloud Server ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการจัดเก็บข้อมูลและรองรับการใช้งานของประชาชนเลย
ข้อมูลจากเอกสารเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความซับซ้อนของการจัดสรรงบประมาณ และเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่สังคมต้องช่วยกันตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของโครงการนี้
3. เมื่อ AI มอง “กุ้ง” เป็น “ปลาทู”
หลังจากแอปพลิเคชันเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 กลับมีเสียงสะท้อนจำนวนมากเรื่องความไม่เสถียรและความผิดพลาดของระบบ ตัวอย่างที่กลายเป็นเรื่องล้อเลียนบนโลกออนไลน์คือ การที่ระบบ AI ทำงานคลาดเคลื่อนโดยจำแนกภาพกุ้งว่าเป็นปลาทู หรือจำแนกสัตว์น้ำผิดประเภท
ในทางเทคนิค ข้อผิดพลาดเหล่านี้เกิดจากกระบวนการเรียนรู้ (Machine Learning) ที่หาก AI พบภาพที่ไม่เคยมีในชุดข้อมูลสอนมาก่อนก็จะเกิดความสับสนได้ แต่นี่ก็สะท้อนให้เห็นว่าระบบยังขาดการทดสอบที่เข้มข้นก่อนนำมาให้ประชาชนใช้งาน และจำเป็นต้องมีระบบ Feedback Loop เพื่อนำข้อมูลกลับไปฝึกสอนโมเดลอย่างต่อเนื่อง
4. คำถามสำคัญที่สังคมต้องร่วมกันตรวจสอบ
(1) งบประมาณทั้งหมดของโครงการมีจำนวนเท่าไรกันแน่ ระหว่างข้อมูลตัวเลขราว 9 ล้านบาท กับกรอบรวมที่สูงกว่า 20 ล้านบาท ?
(2) บริษัทใดเป็นผู้รับงานโครงการนี้ และมีการเปิดประมูลแข่งขันอย่างแท้จริงหรือไม่ ?
(3) การกำหนดคุณสมบัติใน TOR เป็นการเปิดกว้าง หรือมีการล็อกสเปกให้เฉพาะบางราย ?
(4) ก่อนเปิดตัวแอปพลิเคชันได้มีการทดสอบระบบหรือไม่ และมีเกณฑ์การตรวจรับงานอย่างไร ?
(5) เมื่อพบข้อผิดพลาดแล้ว หน่วยงานมีแผนแก้ไขอย่างไร หรือปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้ทดสอบระบบแทน ?
ปฏิเสธไม่ได้ว่า Thailand FishAI คือก้าวสำคัญที่สะท้อนความตั้งใจในการยกระดับอุตสาหกรรมประมง ทว่าในยุคที่รัฐทุ่มงบมหาศาลไปกับคำว่า AI และ Big Data สิ่งที่ต้องมีควบคู่กันคือความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูล (Open Data) หากขาดสิ่งเหล่านี้ นวัตกรรมที่วาดฝันไว้ก็คงเป็นได้แค่ “โครงการสวยหรูบนกระดาษ”
เพราะในท้ายที่สุดแล้ว สังคมไทยต้องการ “รัฐที่โปร่งใส” กล้าแสดงความรับผิดชอบ และเห็นคุณค่าของเงินภาษีประชาชนทุกบาททุกสตางค์อย่างแท้จริง

Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ชำแหละโมเดลค้าความรันทด เอเจนซี่จีนบุกไทย สร้างคอนเทนต์ลวงโลก
เอเจนซี่จีนนำเข้าโมเดลธุรกิจ “ค้าความรันทด” มาไทย โดยจัดฉากเรื่องราวลำบากเพื่อหลอกผู้ชมและแปลงเป็นรายได้ผ่านการขายสินค้า
2569 ระบอบสีน้ำเงิน ครองเมือง
พ.ศ. 2569 การเมืองไทยเข้าสู่สภาวะดุลยภาพใหม่ที่ถูกจัดระเบียบโดย “ระบอบสีน้ำเงิน” ซึ่งเป็นเครือข่ายอำนาจที่มีประสิทธิภาพในประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัย
ชำแหละโครงการ TH-AI Passport คุ้มงบฯ 1.62 พันล้านบาท หรือไม่ ?
โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1.62 พันล้านบาทถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าและความโปร่งใส โดยพบข้อสงสัยเกี่ยวกับกลไกงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง
รู้จัก “ส่องรัฐ” แพลตฟอร์ม AI ของประชาธิปัตย์ ตรวจสอบการใช้งบฯ รัฐบาล
ส่องรัฐ เป็นแพลตฟอร์ม AI ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้ตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล



