สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ… ขอพักเรื่องน้ำกันไว้ก่อน เพราะวันนี้อยากเล่าถึงข่าวใหญ่ นโยบายสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ที่รัฐบาลท่านตีปี๊บป่าวประกาศสั่งการผ่าน มติ ครม.มาเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ให้ 163 หน่วยงานรัฐ ยกเลิกการเรียกกระดาษ เรียกสำเนาเอกสาร 58 รายการจากประชาชน โดยต้องให้เรื่องนี้เสร็จภายใน “1 ปี” !
เอาล่ะสิ! ฟังแล้วมันชื่นใจเหลือเกิน ถ้าทำได้ตามจินตนาการนี้จริง ประชาชนตาดำๆ อย่างเราๆ ท่านๆ จะได้ลืมตาอ้าปากเสียที ลองหลับตานึกภาพตามนะครับ ยายฉิมไปติดต่ออำเภอ ไม่ต้องหอบแฟ้มเอกสารหนาเตอะ ไม่ต้องวิ่งหาร้านถ่ายเอกสารแผ่นละ 3 บาท 5 บาท เพื่อก๊อปปี้บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน 5 ชุดให้เปลืองเงินเปลืองทอง แค่เดินตัวปลิวๆ พกบัตรประชาชนใบเดียว หรือเปิดแอปในมือถือ ทุกอย่างก็จบปิ๊ง !
ที่เป็นแบบนี้ได้ เพราะรัฐบาลท่านเข็นสิ่งที่เรียกว่าระบบ GDX (Government Data Exchange) มาใช้ อธิบายภาษาชาวบ้านให้เห็นภาพกันก่อนว่า GDX คืออะไร GDX มันก็คือ “วินมอเตอร์ไซค์ไซเบอร์” ประจำทำเนียบรัฐบาลนั่นแหละครับ! แทนที่คุณยายฉิมจะต้องถือกระดาษจาก “กระทรวง ก.” วิ่งไปส่งให้ “กรม ข.” ด้วยตัวเอง ระบบ GDX มันจะวิ่งไปดึงข้อมูลของคุณยายจากแฟ้มข้อมูลของทุกกระทรวงมาคุยกันเองในเสี้ยววินาที… ประชาชนก็นั่งจิบน้ำชาหล่อๆ สวยๆ ไป ไม่ต้องรับบทบุรุษไปรษณีย์จำเป็นอีกต่อไป
…แต่อนิจจาครับท่านผู้อ่าน ความฝันมันหอมหวาน แต่โลกแห่งความจริงมันขมปี๋ !

ก่อนจะอวยยศกันไปมากกว่านี้ เราต้องถอยกลับไปดู “ต้นเรื่อง” กันสักนิด ไอเดียรัฐบาลดิจิทัลที่ว่าเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องใหม่แกะกล่องหรอกครับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เค้าเข็น เค้าดัน เค้าท่องคาถา “No Copy” มาเป็นชาติแล้ว ! แต่ทำไมที่ผ่านมามันถึงเข็นไม่ขึ้น? ทำไมจนถึงวินาทีนี้ พ่อแม่พี่น้องก็ยังต้องสาละวน นั่งเซ็น “สำเนาถูกต้อง” จนมือหงิกคาโต๊ะข้าราชการอยู่ดี?
คำตอบคือ มันไปติดหล่ม “หลุมพราง 3 ประการ” ที่…ถ้าแก้ไม่ได้ อย่าว่าแต่ 1 ปีเลยครับ ให้เวลาอีก 10 ปี ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก็ไม่ได้เห็นรัฐบาลไร้กระดาษ! เรามาไล่ดูกันทีละเปลาะ
ข้อแรก: ข้อมูลคนละเผ่าพันธุ์ (Data Interoperability)
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวไอ้เจ้าระบบ GDX หรอกครับ แต่มันอยู่ที่ “ต้นทาง” แต่ละกรมแต่ละกองต่างคนต่างเก็บข้อมูลเหมือนอยู่คนละโลก กระทรวงมหาดไทยพูดภาษาไทย กระทรวงพาณิชย์พูดภาษาอังกฤษ กรมที่ดินพูดภาษาต่างดาว ! แถมข้อมูลก็ไม่อัปเดต เป็นระบบโบราณเต่าล้านปี แล้วจะให้ GDX มันไปดึงข้อมูลมาคุยกันรู้เรื่องได้อย่างไร ?
ทางแก้ : รัฐบาลต้องทุบโต๊ะ! สั่งการเด็ดขาดให้เกิดการสังคายนาทำความสะอาดข้อมูล (Data Cleansing) และบังคับใช้ “มาตรฐานข้อมูลระดับชาติ” ให้ทุกกรมกองพูดภาษาเดียวกันให้หมดเสียก่อน
ข้อสอง: กฎหมายเต่าล้านปี กับผีกลัวความผิด (Regulatory Bottlenecks)
นโยบายสั่งให้ใช้ดิจิทัล แต่กฎหมาย ดันเขียนไว้ว่า “ต้องมีลายมือชื่อตัวบรรจง” และ “ตราประทับสีแดง” ถึงจะถือว่ามีผลทางกฎหมาย! ข้าราชการระดับปฏิบัติการเขาก็กลัวสิครับคุณ ทำไปเดี๋ยว สตง. ตรวจ เจอคุก เจอวินัย ใครจะรับผิดชอบ ? เขาก็ต้องสั่งให้ชาวบ้านไปถ่ายเอกสารมาแนบไว้เป็นยันต์กันผีอยู่ดี
ทางแก้: รัฐบาลต้องใช้อำนาจบริหาร รื้อและ “แก้ระเบียบภายใน” ของทุกกระทรวง ทบวง กรม ให้สอดรับกันแบบสายฟ้าแลบ ปลดล็อกให้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์มีศักดิ์ศรีเท่ากระดาษจริงๆ เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันให้ข้าราชการผู้น้อยกล้าทำงาน
ข้อสาม: ประตูบ้านไร้กลอน (IAM & Cybersecurity)
การเอา 163 หน่วยงานมาเชื่อมท่อเข้าด้วยกัน ฟังดูดีครับ แต่นั่นหมายความว่า ถ้าคอมพิวเตอร์ที่เทศบาลตำบลเล็กๆ แห่งหนึ่งโดนแฮกเกอร์เจาะระบบได้ มันอาจจะลามไปล้วงข้อมูลตับไตไส้พุงของคนทั้งประเทศได้เลยนะครับ ! เรื่องสิทธิส่วนบุคคลตาม PDPA ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
ทางแก้ : ต้องวางระบบ “ยามเฝ้าประตู” (Identity and Access Management) ที่เข้มงวดสุดๆ ข้าราชการคนไหน มีสิทธิ์เข้าดูข้อมูลอะไรได้บ้าง ต้องตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ ใครแอบดูข้อมูลชาวบ้านนอกเวลางานต้องโดนจับได้ทันที ระบบไอทีมันต้องแข็งโป๊กทั้งแผง ไม่ใช่แข็งแค่ส่วนกลาง
ขมวดปมกันตรงนี้เลยครับท่านผู้อ่าน… หากรัฐบาลเอาจริงเอาจัง อุดช่องโหว่ทั้ง 3 ข้อนี้ได้ และทำให้สำเร็จได้จริงภายใน 1 ปีตามที่ลั่นวาจาไว้

อีก 1 ปีข้างหน้า…
คนไทยจะไม่ต้อง… ลางานครึ่งค่อนวันเพื่อไปนั่งรอคิวหน้าโต๊ะซีร็อกซ์ ไม่ต้องพกปากกาน้ำเงินไปนั่งเซ็นชื่อจนนิ้วล็อก ไม่ต้องหอบซองสีน้ำตาลวิ่งรอกระหว่างศาลากลางกับ สารพัด กรม กอง อีกต่อไป !
ข้าราชการไทยจะไม่ต้อง… นั่งหลังขดหลังแข็งจัดเรียงแฟ้มกระดาษเป็นภูเขาเลากา ไม่ต้องเดินตามหาเอกสารที่หายไปในดงกระดาษ และจะได้เอาเวลาที่เหลือไป “บริการ” ประชาชนด้วยสมองและรอยยิ้มอย่างแท้จริง!
เอาล่ะครับ… เวลา 1 ปีนับจากนี้ นาฬิกาเริ่มเดินแล้ว กันยายนปีหน้า เราจะเริ่มเป็น “รัฐบาลดิจิทัล” หรือแค่ “ปาหี่การเมืองออนไลน์” เราจะได้เห็นกัน !
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...
ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก
หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ
บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?
เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง
“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน
ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง




