ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
เหตุผลที่ “สามารถ” เห็นด้วยกับ “การพับแลนด์บริดจ์”เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบันรศ.ดร.อักษรศรี เจาะลึกจีนยุคสีจิ้นผิง ความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้เจาะสถานการณ์ Gen AI ในห้องเรียนไทย: โอกาส ความท้าทาย หรือความเหลื่อมล้ำที่ต้องรับมือ ?ส่องคดีการเมืองสำคัญที่ “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” ว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ เคยร่วมลงมติเหตุผลที่ “สามารถ” เห็นด้วยกับ “การพับแลนด์บริดจ์”เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบันรศ.ดร.อักษรศรี เจาะลึกจีนยุคสีจิ้นผิง ความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้เจาะสถานการณ์ Gen AI ในห้องเรียนไทย: โอกาส ความท้าทาย หรือความเหลื่อมล้ำที่ต้องรับมือ ?ส่องคดีการเมืองสำคัญที่ “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” ว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ เคยร่วมลงมติ
The Insight News
รศ.ดร.สมภพ ชี้แนวทาง การปรับตัวทางการค้า ยุคเศรษฐกิจโลกปั่นป่วน

รศ.ดร.สมภพ ชี้แนวทาง การปรับตัวทางการค้า ยุคเศรษฐกิจโลกปั่นป่วน

Srawut
Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ บรรยายพิเศษ บทจ. รุ่น 3 เผยทิศทางยุทธศาสตร์มหาอำนาจ ยุคเศรษฐกิจโลกปั่นป่วนและการปรับตัวรับมืออุปสรรคสงครามการค้า

สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน โดยสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน ได้จัดการบรรยายในหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทยจีน หรือ บทจ. รุ่นที่ 3

โดยได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมหภาค ธุรกิจ และการเมืองระหว่างประเทศ เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การค้าและอุปสรรคของสงคราม” เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 ณ ห้องพาโนรามา 2 โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร

ท่ามกลางผู้เข้ารับการอบรมจากภาคธุรกิจ สื่อมวลชน ภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งล้วนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน

โดยหลักสูตรดังกล่าวร่วมจัดโดย ศูนย์เอเชียแอฟริกา China Media Group หรือ CMG และหอการค้าไทย-จีน ภายใต้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

การบรรยายพิเศษในครั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ ได้สะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของภูมิทัศน์เศรษฐกิจและการเมืองโลก โดยชี้ให้เห็นว่าในปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วใน 6 มิติหลักที่ก่อให้เกิดความปั่นป่วนแบบเฉียบพลัน หรือวิกฤตดิสรัปชันอันรวดเร็ว

มิติเหล่านี้ประกอบด้วย พัฒนาการของระบบดิจิทัล พัฒนาการของระบบความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ พัฒนาการของระบบการแพทย์ พัฒนาการของระบบเสมือนจริง พัฒนาการของระบบการเงิน และพัฒนาการของระบบการแข่งขันด้านภูมิรัฐศาสตร์

ซึ่งทุกปัจจัยทางเทคโนโลยีและสังคมเหล่านี้ต่างหล่อหลอมและขับเคลื่อนให้ระบบเศรษฐกิจโลกต้องปรับตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ความเสี่ยงในรูปแบบของเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างแบล็กสวอน (Black Swan) หรือภัยคุกคามที่เห็นเด่นชัดแต่ถูกละเลยอย่างแรดเทา (Gray Rhino) ที่เปรียบเหมือนกับการที่เรายืนอยู่กลางทุ่งหญ้าแล้วเห็นแรดตัวใหญ่สีเทากำลังวิ่งตรงมาหาเราอย่างชัดเจน แต่เรากลับเลือกที่จะนิ่งเฉยหรือคิดว่ามันคงไม่ชน จนสุดท้ายก็หลบไม่พ้นนั่นเอง  แรดเทา กลายเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการและผู้นำองค์กรต้องตระหนักและเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา

ในส่วนของนโยบายหลักของสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น จีนได้วางยุทธศาสตร์ไว้อย่างเป็นระบบเพื่อรองรับความผันผวนดังกล่าว โดยเน้นไปที่นโยบายวงจรคู่ขนานที่สร้างความสมดุลระหว่างวงจรเศรษฐกิจภายในประเทศและวงจรเศรษฐกิจภายนอกประเทศ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนความคิดริเริ่มการพัฒนาระดับโลกและความคิดริเริ่มความมั่นคงระดับโลก มุ่งเน้นการสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันหรือนโยบายความมั่งคั่งร่วมกัน

นอกจากนี้จีนยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาความร่วมมือภายในประเทศ ผ่านการบูรณาการพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น การบูรณาการปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย หรือที่เรียกว่ายุทธศาสตร์ “จิงจินจี้ / Jing-Jin-Ji ” (Beijing-Tianjin-Hebei Integration) พื้นที่อ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า หรือ (GBA – Greater Bay Area) และเขตเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแยงซี

ขณะเดียวกันในด้านการเงินจีนได้ยกระดับระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนหรือระบบ CIPS ที่ย่อมาจาก Cross-border Interbank Payment System มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 พร้อมทั้งผลักดันบทบาทของเงินหยวนดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างเสถียรภาพและอธิปไตยทางการเงินของตนเอง

ทางด้านนโยบายต่างประเทศ จีนยังคงมุ่งมั่นเดินหน้ายุทธศาสตร์ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง หรือ BRI พร้อมกับการขยายความร่วมมือในกลุ่มกลุ่มบริกส์และองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือพหุภาคีและการพัฒนาโลกาภิวัตน์ในมิติต่าง ๆ

ยุทธศาสตร์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า นโยบายการแข่งขันและเผชิญหน้าทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยฝั่งจีนเน้นระเบียบสากลบนพื้นฐานของกฎกติกา ความร่วมมือพหุภาคี และมุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาหรือกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับประเทศซีกโลกเหนือที่เป็นมิตร ผ่านเวที RCEP และ CPTPP

ขณะที่นโยบายของสหรัฐอเมริกาจะเน้นไปที่นโยบายฝ่ายเดียวอย่างอเมริกาต้องมาก่อน การทำข้อตกลงแบบทวิภาคี และการทูตต้นทุนต่ำ โดยใช้เครื่องมือหลักทางเศรษฐกิจ เช่น การตั้งกำแพงภาษีต่างตอบแทนและการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงในมิติที่ไม่ใช่เศรษฐกิจ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง ค่านิยม บรรทัดฐาน และภูมิรัฐศาสตร์โลก

สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือทิศทางการปรับตัวทางเศรษฐกิจของสองมหาอำนาจที่มีความแยกส่วนหรือแยกทางกันอย่างชัดเจน โดยพบว่าจีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาการผลิตไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยภาคบริการ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของความเป็นเมืองและการกระตุ้นด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ ตลอดจนอุตสาหกรรมบันเทิง กีฬา บริการอาหาร การดูแลสุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ยิ่งไปกว่านั้นจีนยังก้าวไปสู่เศรษฐกิจที่พึ่งพาภาคการเงิน ทั้งในตลาดเงิน ตลาดทุน หุ้น พันธบัตร หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยการพัฒนานวัตกรรมอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน สหรัฐอเมริกากำลังเคลื่อนตัวย้อนกลับไปสู่เศรษฐกิจที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น

โดยเน้นภาคพลังงาน เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว รวมถึงภาคแร่ธาตุ เช่น เหล็กและเหล็กกล้า อลูมิเนียม นิกเกิล และแร่หายาก ตลอดจนพยายามดึงอุตสาหกรรมฐานการผลิตกลับสู่ประเทศ ทั้งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เซมิคอนดักเตอร์ ชิป อุตสาหกรรมยานยนต์อิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ และเวชภัณฑ์

รศ.ดร.สมภพ ยังได้ยกตัวอย่างรูปธรรมของสงครามเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่เกิดขึ้นล่าสุด โดยชี้ให้เห็นถึงมาตรการของฝั่งสหรัฐฯ ที่สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่างกฎหมายตัดขาดการพึ่งพาแบตเตอรี่จากต่างชาติที่เป็นปฏิปักษ์ในช่วงกลางเมืองมีนาคม พ.ศ. 2569

ซึ่งกฎหมายนี้ห้ามไม่ให้รัฐบาลกลางที่ดูแลความมั่นคงสาธารณะจัดซื้อแบตเตอรี่ที่ผลิตโดยบริษัทชั้นนำของจีนหลายแห่ง เช่น CATL, BYD, Envision Energy, EVE Energy, Hithium และ Gotion High-tech โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2570

สอดคล้องกับคำเตือนของสำนักงานข่าวกรองและวิเคราะห์แห่งกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ที่ระบุว่าการพึ่งพาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ของจีนอาจทำลายห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดภัยของสหรัฐฯ

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังได้ปรับปรุงรายชื่อบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีนรวมแล้วกว่า 188 แห่ง ซึ่งครอบคลุมอุตสาหกรรมล้ำสมัยจำนวนมาก ตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่ เทคโนโลยีชีวภาพ หุ่นยนต์ ไปจนถึงพลังงานหมุนเวียน โดยมีการเพิ่มบริษัทรายใหญ่ของจีนเข้าไปในบัญชีดำ เช่น Alibaba, BYD, Unitree, SenseTime และ Trina Solar ส่งผลให้การจัดซื้อจัดจ้างของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จากบริษัทเหล่านี้ถูกระงับ และเพิ่มความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

ในขณะเดียวกัน มาตรการตอบโต้จากฝั่งสาธารณรัฐประชาชนจีนก็มีมาเช่นกัน โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569 กระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ประกาศข้อจำกัดใหม่ในการส่งออกและการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาล โดยพุ่งเป้าไปที่บริษัทอเมริกันหลายสิบแห่ง

รวมถึงการเพิ่มรายชื่อบริษัทอเมริกัน 10 แห่งเข้าไปในบัญชีควบคุมการส่งออก เช่น บริษัทผู้ผลิตแร่หายาก  มาตรการดังกล่าวยังห้ามไม่ให้องค์กรและบุคคลต่างแดนจัดหาอุปกรณ์ที่ใช้งานได้สองทางที่มีต้นกำเนิดจากจีนให้แก่หน่วยงานเหล่านี้

ยิ่งไปกว่านั้น กระทรวงการคลังของจีนยังได้สั่งห้ามรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นจัดซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยบริษัทอเมริกันจำนวน 46 บริษัท ซึ่งรวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านความมั่นคงและการบินอย่าง Boeing, Lockheed Martin และ Raytheon ตลอดจนผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ทางทหารรายอื่น ๆ

สงครามการค้าและการตอบโต้อย่างเป็นรูปธรรมนี้จึงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ระบบการค้าโลกเปลี่ยนทิศทางไปสู่โครงสร้างห่วงโซ่อุปทานที่สั้นลง ทั้งภายในและภายนอกประเทศ

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการและปรับตัวของภาคธุรกิจท่ามกลางผลกระทบหลังยุคโควิด-19 และบรรยากาศของสงครามการค้านั้น วิทยากรพิเศษได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการความยืดหยุ่น ทั้งในด้านอุปทานและอุปสงค์

ในฝั่งอุปทานนั้น ธุรกิจจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการต้นทุนคงที่และการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนผันแปร การจัดการแรงงาน ความยืดหยุ่นในการทำงาน และการพัฒนาทักษะที่หลากหลายของบุคลากร

ส่วนในฝั่งอุปสงค์ จะต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการตลาดและการจัดการผู้บริโภค รองรับการเติบโตและการยกระดับของการบริโภค นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงการบริหารจัดการจุดคุ้มทุนอย่างละเอียดถี่ถ้วนในทุกมิติว่าผลิตอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ และโดยใคร โดยมุ่งเน้นเศรษฐกิจแห่งความเร็ว การกระจายความเสี่ยง และการสร้างเศรษฐกิจที่มีคุณธรรมและจริยธรรม

ในตอนท้ายของการบรรยาย รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ ได้กล่าวถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรมนุษย์ในยุคชีวิตวิถีใหม่และการพัฒนาทักษะทางสมองของจีน โดยระบุว่าประเทศจีนได้ทำการติดตั้งอาวุธสำคัญ 3 ด้านให้แก่กำลังคนของตนเองเพื่อรับมือกับอนาคต

อาวุธประการแรกคือ อาวุธทางทักษะฝีมือ หรือทักษะการทำงานที่เชี่ยวชาญ อาวุธประการที่สองคือ อาวุธทางปัญญา หรือทักษะการคิดวิเคราะห์และประมวลผลของสมอง และอาวุธประการสุดท้ายคือ อาวุธทางจริยธรรม ซึ่งเป็นคุณธรรมสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

การเตรียมความพร้อมทางกลยุทธ์ทั้งในระดับโครงสร้างนโยบายประเทศ การปรับตัวของภาคธุรกิจ และการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์นี้ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ประเทศไทยและผู้เรียนในหลักสูตร บทจ. รุ่นที่ 3 จะสามารถนำมาปรับใช้เป็นแนวทางและกลยุทธ์ในการพารอดและสร้างการเติบโตท่ามกลางมรสุมข้อจำกัดและการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์โลกในยุคปัจจุบันได้อย่างมั่นคง

Srawut
Author

Srawut

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 โดยมีระยะเวลาในตำแหน่งยาวนาน 7 ปี

Srawut··1 min read

ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”

กฤชเทพ สิมลี ศิษย์เก่า OSK 90 ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเนวิน ชิดชอบ

Srawut··1 min read

เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?

เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน สอนวิธีสร้างคอนเทนต์ให้คนจดจำ โดยเน้นการหลีกเลี่ยงการไล่ตามกระแส การค้นหาความแตกต่าง และการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

Srawut··1 min read

ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบัน

ซีรีย์รายได้สื่อ EP1 ย้อนกลับไปเมื่อ 25-30 ปีก่อน เมื่อเรตติ้งเป็นตัววัดมูลค่าสื่อ และรายได้โฆษณาเข้มข้น แต่วันนี้ผู้ชมกระจายตัวไปบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้โครงสร้างรายได้เปลี่ยนไป

Srawut··1 min read