ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
ครบรอบ 12 ปี American Horror Story มหากาพย์ความหลอนซ่อนความสนุก

ครบรอบ 12 ปี American Horror Story มหากาพย์ความหลอนซ่อนความสนุก

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
2 min read

หากใครเป็นสาวกซีรีส์และภาพยนตร์สยองขวัญ-ระทึกขวัญ คงจะคุ้นเคยกับซีรีส์ที่เรียกได้ว่าเป็นมหากาพย์แห่งความน่ากลัว อย่าง American Horror Story เป็นอย่างดี ด้วยพล็อตเรื่องหลุดโลก เนื้อหาที่เข้มข้น หรือความสยดสยองที่ถูกนำเสนอออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ซีรีส์ชุดนี้ยังคงเป็นที่พูดถึงในหมู่คอซีรีส์สยองขวัญมาจนถึงปัจจุบัน

เนื่องในโอกาสที่ American Horror Story กำลังจะครบรอบ 12 ปี นับตั้งแต่วันออกอากาศครั้งแรก The Modernist ขออาสาพาทุกคน ค่อยๆ ดำดิ่งไปสัมผัสเสน่ห์ของซีรีส์สยองขวัญเรื่องนี้พร้อมๆ กัน

จุดเริ่มต้นของ American Horror Story นั้น เกิดจาก Ryan Murphy ผู้กำกับ นักเขียนบท และผู้อำนวยการสร้าง ที่ฝากผลงานไว้ในวงการทีวีซีรีส์มาแล้วหลากหลาย เขามีความตั้งใจที่จะสร้างผลงานที่แตกต่างจากสิ่งที่เคยทำมา อาทิ มิวสิคเคิลซีรีส์สร้างแรงบันดาลใจ อย่าง Glee ประกอบกับความชื่นชอบในแนวสยองขวัญเป็นการส่วนตัว เขาจึงจับมือกับ Brad Falchuk ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วใน Glee ซึ่ง Falchuk ก็รู้สึกชื่นชมและเห็นด้วยกับสิ่งที่ Murphy คิดที่จะทำ จึงตกลงที่จะจับมือกัน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบใหม่อย่าง American Horror Story โดยมีเป้าหมายหลักคือการทำให้ผู้ชมหวาดกลัวอย่างที่สุด

Ryan Murphy และ Brad Falchuk
ที่มา : The Hollywood Reporter

จุดเด่นของซีรีส์ชุดนี้ คือการหยิบเรื่องราวที่มีอยู่จริงมาเป็นวัตถุดิบหลักในการเล่าเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ตำนานเมือง และเรื่องราวของฆาตกรต่อเนื่อง ที่มีชื่อเสียง โดยทั้งหมดอ้างอิงมาจากประเด็นที่โด่งดังเมื่อสมัย Murphy และ Falchuk ยังเป็นเด็ก ทำให้กลิ่นอายของแต่ละซีซั่นของซีรีส์ชุดนี้ มีความย้อนอดีตอยู่เสมอ รวมถึงการเล่าเรื่องที่จัดจ้าน ความเหนือธรรมชาติที่ถูกนำมาใส่ในแต่ละซีซั่นโดยไม่รู้สึกถึงความขัดแย้ง (เว้นแต่บางซีซั่น) หรือจะเป็นเรื่องของการใช้นักแสดงหน้าเดิมๆ สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาในแต่ละซีซั่น ซึ่งนักแสดงแต่ละคนก็จะได้รับบทบาทที่แตกต่างจากซีซั่นอื่นๆ เป็นความสนุกสนานของผู้ชมในการรอชมนักแสดงที่ตนเองรักออกมาโลดเล่นบนหน้าจออีกครั้ง

และส่วนสำคัญที่สุดของความเป็น American Horror Story คือ วิธีการนำเสนอไม่ว่าจะเป็นการเล่นกับจิตใจและสร้างความสยองที่มาจากจิตใต้สำนึก รวมไปถึงการที่แต่ละซีซั่นจะบอกเล่าเรื่องราวที่ไม่เชื่อมต่อกัน สามารถดูซีซั่นไหนก่อนก็ได้ไม่ผิดแปลกแต่อย่างใด หากแต่ Murphy ได้เคยบอกไว้ว่า ทุกซีซั่นจะมีเรื่องราวที่เชื่อมต่อกัน แต่ว่าจะเชื่อมต่อกันอย่างไรหรือมากน้อยแค่ไหนนั้น อาจจะต้องให้ผู้ชมไปค้นหากันด้วยตัวเอง

12 ปีที่ผ่านมา มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ตลอด 11 ซีซั่นที่ผ่านมา (ขอไม่นับรวมซีซั่นล่าสุดที่ออนแอร์ได้เพียง 3 ตอน) จักรวาล American Horror Story จะมีการเล่าเรื่องที่ไม่มีความเชื่อมโยงกันแบบตรงๆ และในแต่ละซีซั่นจะมีเส้นเรื่องหลักที่แตกต่างกันไป โดยบอกเล่าเรื่องราวหลากหลาย ทั้งคดีฆาตกรรมหลายคดีที่ทับซ้อนกันในบ้านหลังเดียว (Murder House), การทดลองวิทยาศาสตร์อันสยดสยองกับผู้ป่วยจิตเวช (Asylum), สมาคมแม่มดที่ห้ำหั่นกันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งสูงสุด (Coven), คณะละครสุดพึลึกพิลั่นที่รวบรวมคนประหลาดร่างกายผิดเพี้ยน (Freak Show), โรงแรมอาถรรพ์ที่มีทั้งผีคนธรรมดา ผีฆาตกรต่อเนื่อง และแวมไพร์ (Hotel), อาณานิคมที่สูญสลายแต่คงไว้ซึ่งวิญญาณที่รอคอยวันที่จะแก้แค้น (Roanoke), การมัดรวมลัทธิสุดโหดของอเมริกาที่ตีคู่มากับการเสียดสีการเมือง (Cult), ภัยพิบัติล้างโลกและการปะทะกันระหว่างเหล่าแม่มดกับทายาทซาตาน (Apocalypse), แคมป์กลางป่ากับฆาตกรล่าหู (1984), ยาปลุกพรสวรรค์แต่ก็ต้องแลกกับอะไรบางอย่างที่น่าขนลุกและการร่วมมือกันของมนุษย์กิ้งก่ากับเอเลียนจากต่างดาวเพื่อยึดครองโลกใบนี้ไปจากมนุษย์ที่ไร้ค่า (Double Feature : Part 1 Red Tide and Part 2 Death Valley), การตามล่าหาตัวฆาตกรที่พุ่งเป้าหมายไปที่ชายชาวเกย์เท่านั้น (NYC) โดยเนื้อหาทั้งหมดจะถูกตั้งอยู่เงื่อนไขเดียวของสองผู้อำนวยการผลิต คือ ทำให้ผู้ชมหวาดกลัวอย่างที่สุด ซึ่งขอบอกเลยว่า เนื้อหาของแต่ละซีซั่นไปสุดในทุกทาง เล่นกับความกลัวในจิตใจของคนได้อย่างครบรส ไม่ใช่แค่การหลอกผีเพียงอย่างเดียว

และสำหรับซีซั่นที่โดนใจใครหลายๆ คน และมีการพูดถึงมากที่สุด เห็นจะเป็นเรื่องราวในซีซั่น 9 ที่มีชื่อว่า 1984 ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุค 80s ที่มีกลิ่นอายความ Retro มาแบบเต็มขั้น ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการเล่าเรื่องที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์สยองขวัญแนว Slasher (ภาพยนตร์แนวไล่ฆ่า) ที่ฮิตมากในยุค 80s -90s เสื้อผ้าหน้าผมของเหล่าตัวละครที่สะท้อนแฟชั่นของวัยรุ่นยุคนั้นได้อย่างดี หรือแม้กระทั่งเพลงที่ใช้ประกอบในเรื่อง ก็มีความสนุกสนานคละเคล้าไปกับน่ากลัวได้อย่างลงตัว และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ มีตัวละครที่เป็นฆาตกรต่อเนื่องชื่อกระฉ่อนในยุคนั้นอย่าง Richard Ramirez หรือที่รู้จักกันในนาม “The Night Stalker” ปรากฎตัวในซีซั่นนี้ด้วยเช่นกัน 

ส่วนประกอบความ Retro ถูกผสมผสานรวมกันกับความสยองขวัญในแบบ American Horror Story ได้อย่างลงตัว ออกมาเป็นผลงานที่คาดว่าดีที่สุด และเป็นผลงานที่ตกคนเข้ามาสู่จักรวาลซีรีส์ชุดนี้ได้มากที่สุดเช่นเดียวกัน

American Horror Story Season 9 “1984”
ที่มา : variety

เมื่อมีด้านที่ดีไปแล้ว ก็ต้องมีด้านที่อาจจะแย่ไปบ้างเป็นธรรมดา เข้ากับเรื่องราวในซีซั่นที่ 11 ที่มีชื่อว่า NYC ที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของแฟนซีรีส์ชุดนี้อย่างหนักหน่วง เพราะ 10 ซีซั่นที่ผ่านมา ทั้งหมดมีการใช้ภูตผีเป็นส่วนประกอบในการดำเนินเรื่องทั้งหมด แต่ NYC ไม่มีการกล่าวถึงผีเลยแม้แต่นิดเดียว และเหตุนี้คงจะเป็นส่วนที่ทำให้แฟนๆ รู้สึกว่านี่ไม่ใช่ American Horror Story ที่พวกเขารู้จัก เพราะทุกอย่างในเรื่องมุ่งเน้นไปที่ ความเป็นจริงทั้งหมด โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนมองว่า ซีซั่นนี้ค่อนข้างหลุดกรอบความเป็นซีรีส์ชุดนี้ไปเสียหน่อย ขาดความเหนือธรรมชาติ ไม่มีเรื่องราวที่ทำให้ขนหัวลุกมากมายเท่าไหร่ นอกจากจะเจอฉากที่ฆาตกรลงมือฆ่าเหยื่อเพียงเท่านั้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า อะไรที่สมจริงเกินไป  คงจะไม่เหมาะกับการเป็น American Horror Story

American Horror Story Season 11 “NYC”
ที่มา : FX Network

สิ่งที่ทำให้ American Horror Story ยังเป็นซีรีส์ที่ผู้ชมยังคงติดตามและพูดถึงมาตลอด 12 ปี

American Horror Story มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากอยู่พอสมควร จากการหยิบเรื่องราวเกิดขึ้นจริงๆ ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ตำนานเมืองที่ถูกเล่าขานต่อๆ กันมาอย่างยาวนาน คดีดังในอดีต รวมถึงเรื่องราวของฆาตกรต่อเนื่องที่มีชื่อเสียง (ในด้านลบ) และนำมาร้อยเรียงเรื่องราวให้น่าขนพองสยองเกล้าและเพิ่มความเหนือธรรมชาติเข้าไป ทำให้ซีรีส์ชุดนี้มีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลเป็นอย่างมาก การที่เหล่าแฟนๆ จะยังคงติดตามอย่างเหนียวแน่นคงจะไม่ใช่เรื่องที่แปลกประหลาดแต่อย่างใด 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ แล้วทำไมผู้ชมถึงไม่มีอาการเบื่อหน่ายเหล่านักแสดงหน้าเดิมๆ ที่สลับสับเปลี่ยนกันมาให้เห็นหน้าค่าตากันในแทบจะทุกซีซั่น  ไม่มีข้อมูลจากแหล่งใดอย่างแน่ชัด แต่มีข้อเท็จจริงเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในซีซั่น 11 ที่ใช้นักแสดงชุดใหม่เป็นส่วนใหญ่ ผู้ชมบางส่วนได้แสดงความเห็นว่า ไม่รู้สึกอินเพราะนักแสดงไม่ใช่คนที่พวกเขาคุ้นเคย จากข้อมูลนี้ อาจจะสรุปได้ว่า การใช้นักแสดงหน้าเดิมไม่ใช่เรื่องที่ผู้ชมจะเบื่อหน่าย และยังสร้างความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจ และต้องการที่จะเห็นนักแสดงที่พวกเขารัก กลับแสดงในบทบาทใหม่ๆ ที่คาดเดาไม่ได้อีกครั้ง

Sarah Paulson ในบทบาทต่าง ๆ ของ American Horror Story
ที่มา : TV OBSESSIVE

เรื่องราวบทใหม่ของ American Horror Story กับ ซีซั่นที่ 12 : Delicate

สำหรับซีซั่นล่าสุดนี้ จะมีความพิเศษตรงที่เป็นภาคแรกที่ดัดแปลงมาจากนิยาย ที่มีชื่อว่า Delicate Condition โดยต่างจากซีซั่นก่อนๆ ที่จะมีสารตั้งต้นมาจากเรื่องที่เกิดขึ้นจริง โดยเนื้อหาหลักจะเป็นเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งกำลังตั้งครรภ์ แต่เธอเชื่อว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่น่าขนลุกและชั่วร้าย กำลังพยายามทำให้เธอเสียลูกไป และบางอย่างที่ว่านั่น ละม้ายคล้ายกับแมงมุมยักษ์เสียด้วย ถือว่าเป็นซีซั่นที่น่าสนใจทั้งในเรื่องการปรับเปลี่ยนที่มาของเรื่องราวและการเล่นกับความกลัวแนวใหม่อย่างสัตว์แปดขาน่าตาชวนขนลุก ซึ่งถ้าหากใครกลัวแมงมุม แนะนำว่า อย่าดูดีกว่า

ใครที่เป็นแฟน American Horror Story รอชมกันแบบถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ Disney+ Hotstar เร็วๆ นี้

American Horror Story Season 11 “Delicate”
ที่มา : PEOPLE

อ้างอิง : entertainment weekly / washington post / logo tv / HuffPost / Netflix Official Thailand / decider / True ID / Rotten Tomato / PEOPLE

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read