เมื่อผลการศึกษาชี้ชัดว่าเมกะโปรเจกต์ “แลนด์บริดจ์” อาจไม่คุ้มทุนจนนำมาสู่การเตรียมพับโครงการ หลายคนอาจมองว่านี่คือความล้มเหลว แต่สำหรับ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กลับมองว่านี่คือสัญญาณที่ดีของการเปลี่ยนผ่านวิธีคิด จากที่ประเทศเคยมุ่งขับเคลื่อนด้วย “โครงการ” เพื่อไปแข่งกับช่องแคบมะละกา มาเป็นการตั้งต้นที่ “ยุทธศาสตร์” เพื่อเติมเต็มโครงข่ายโลจิสติกส์ที่ขาดหาย (Missing Link) ซึ่งตอบโจทย์ศักยภาพและจุดแข็งที่แท้จริงของประเทศไทยได้มากกว่า โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
ดร.สามารถ ระบุว่า เมื่อรัฐบาลประกาศผลการศึกษาว่า โครงการแลนด์บริดจ์มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจต่ำ ความเป็นไปได้ทางธุรกิจต่ำ และมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมสูง หลายคนรีบสรุปทันทีว่า นี่คือความล้มเหลวของโครงการขนาดใหญ่ที่สุดโครงการหนึ่งของประเทศ
แต่สำหรับตน ข่าวนี้มีความสำคัญมากกว่านั้น เพราะสิ่งที่กำลังเปลี่ยน ไม่ใช่แค่ “แลนด์บริดจ์” แต่คือ วิธีคิดในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมักเริ่มต้นจาก “โครงการ” เมื่อมีแนวคิดสร้างโครงการขนาดใหญ่ เราจึงค่อยหาข้อมูลมาสนับสนุนว่าคุ้มค่าเพียงใด
แต่ประเทศที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่กลับทำตรงกันข้าม พวกเขาเริ่มจาก “ยุทธศาสตร์” แล้วจึงออกแบบโครงการให้ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์นั้น

1. รัฐบาลกล้ายอมรับว่า “แลนด์บริดจ์ไม่คุ้มทุน”
ปัญหาของแลนด์บริดจ์ไม่ใช่เรื่องวิศวกรรม แต่คือเรื่อง “ธุรกิจ” รัฐบาลยอมรับว่า สายการเดินเรือระดับโลกมีพันธมิตรทางธุรกิจกับท่าเรืออยู่แล้ว โอกาสที่จะย้ายมาใช้แลนด์บริดจ์ของไทยจึงมีไม่มากอย่างที่เคยคาดหวัง
นี่คือประเด็นที่สำคัญที่สุด เพราะต่อให้เราสร้างท่าเรือที่ดีที่สุด หรือรถไฟที่ทันสมัยที่สุด หากไม่มีลูกค้า โครงการก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จ
2. ประเทศไทยกำลังตั้งโจทย์ผิดหรือไม่ ?
ตนเคยตั้งข้อสังเกตไว้หลายครั้งว่า แนวคิดแลนด์บริดจ์ตั้งอยู่บนสมมติฐานสำคัญข้อหนึ่งคือ ประเทศไทยต้องแข่งขันกับช่องแคบมะละกา
แต่ตนคิดว่า สมมติฐานนี้อาจผิดตั้งแต่ต้น ช่องแคบมะละกาไม่ใช่คู่แข่งของประเทศไทย แต่เป็นเส้นทางเดินเรือธรรมชาติที่มีต้นทุนต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีเรือผ่านปีละหลายหมื่นลำ มีท่าเรือระดับโลก มีศูนย์กระจายสินค้า และมีเครือข่ายธุรกิจที่สั่งสมมาหลายสิบปี
การจะดึงสายเรือออกจากระบบที่มีประสิทธิภาพเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจไม่ใช่โจทย์ที่ประเทศไทยควรใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลเข้าไปแข่งขัน

3. ประเทศไทยควรแข่งขันในสิ่งที่เราได้เปรียบ
ประเทศไทยมีจุดแข็งที่แตกต่าง เราอยู่กึ่งกลางของภูมิภาค เชื่อมโยงอาเซียนกับจีน พูดได้ว่า เรามีทำเลที่ตั้งที่สามารถเชื่อมโยงภาคการผลิตกับท่าเรือได้
ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยควรสร้าง อาจไม่ใช่ “ทางลัด” แต่คือ “เครือข่าย” นี่คือเหตุผลที่ตนมองว่า แนวคิด Missing Link (โครงข่ายคมนาคมที่ยังขาด เช่น สร้างทางรถไฟในช่วงที่ยังไม่มี เพื่อเชื่อมท่าเรือเข้ากับโครงข่ายรถไฟของประเทศ) ซึ่งรัฐบาลเสนอขึ้นมา น่าสนใจกว่าแลนด์บริดจ์
เพราะเป้าหมายของ Missing Link ไม่ใช่การแย่งเรือจากช่องแคบมะละกา แต่เป็นการเติมเต็ม “ส่วนที่ยังขาด” ของระบบคมนาคม เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมท่าเรือฝั่งอันดามันเข้ากับโครงข่ายรถไฟของประเทศ การเชื่อมต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบัง และการเชื่อมโยงกับแหล่งผลิต นิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งการเชื่อมกับโครงข่ายรถไฟไปยังลาวและจีน
เมื่อเครือข่ายสมบูรณ์ ประเทศไทยจะมีทางเลือกในการขนส่งมากขึ้น ต้นทุนโลจิสติกส์ลดลง และความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมก็จะเพิ่มขึ้น
4. แต่ Missing Link ก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนจากแลนด์บริดจ์มาเป็น Missing Link ไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลจะประสบความสำเร็จโดยอัตโนมัติ รัฐบาลยังต้องตอบคำถามสำคัญอีกหลายข้อ
(1) ยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ของประเทศไทยคืออะไร ?
(2) ท่าเรือฝั่งอันดามันควรอยู่ที่ระนองหรือที่อื่นที่เหมาะสมกว่า ?
(3) ท่าเรือฝั่งอันดามันจะเชื่อมกับท่าเรือแหลมฉบังและโครงข่ายรถไฟอย่างไร ?
(4) จะดึงผู้ประกอบการมาใช้ระบบได้อย่างไร ?
หากยังตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ Missing Link ก็อาจเป็นเพียงชื่อใหม่ของโครงการเดิม
5. เหตุผลที่ผมเห็นด้วยกับการ “พับแลนด์บริดจ์”
ผมไม่ได้เห็นด้วย เพราะไม่อยากเห็นประเทศไทยลงทุน และไม่ได้เห็นด้วย เพราะไม่เชื่อในศักยภาพของภาคใต้ แต่ผมเห็นด้วย เพราะการลงทุนทุกบาทของประเทศรัฐบาลควรตอบคำถามพื้นฐานให้ได้ว่า คุ้มค่าหรือไม่ มีผู้ใช้จริงหรือไม่ สร้างความสามารถในการแข่งขันได้จริงหรือไม่
การกล้าหยุด กล้าทบทวน และกล้าปรับทิศทาง ย่อมดีกว่าการเดินหน้าต่อด้วยความเสี่ยงของประเทศ และหากรัฐบาลสามารถเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนด้วย “โครงการ” มาเป็นการขับเคลื่อนด้วย “ยุทธศาสตร์” ได้จริง
ผมเชื่อว่า… การพับแลนด์บริดจ์ในวันนี้ อาจไม่ใช่จุดจบของความฝัน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ไทยที่ถูกต้อง!
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 โดยมีระยะเวลาในตำแหน่งยาวนาน 7 ปี
ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”
กฤชเทพ สิมลี ศิษย์เก่า OSK 90 ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเนวิน ชิดชอบ
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน สอนวิธีสร้างคอนเทนต์ให้คนจดจำ โดยเน้นการหลีกเลี่ยงการไล่ตามกระแส การค้นหาความแตกต่าง และการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบัน
ซีรีย์รายได้สื่อ EP1 ย้อนกลับไปเมื่อ 25-30 ปีก่อน เมื่อเรตติ้งเป็นตัววัดมูลค่าสื่อ และรายได้โฆษณาเข้มข้น แต่วันนี้ผู้ชมกระจายตัวไปบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้โครงสร้างรายได้เปลี่ยนไป




