
ครบรอบ 35 ปี รัฐประหาร 23 กุมภาฯ 2534 ก่อนเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
เหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 นำโดย คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนขั้วอำนาจ แต่เป็นจุดตัดสำคัญที่สะท้อนถึงการปะทะกันระหว่าง “กลุ่มทุนการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง” และ “กองทัพซึ่งเป็นขั้วอำนาจดั้งเดิม” ท่ามกลางยุคทองที่เศรษฐกิจไทยกำลังพุ่งทะยานจนถูกคาดการณ์ว่า จะเป็น “เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย”
1. ก่อนรัฐประหาร: ประชาธิปไตยเบ่งบานและ “บุฟเฟต์คาบิเนต”
รัฐบาลของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ (พรรคชาติไทย) ถือเป็นรัฐบาลที่นายกฯ มาจากการเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ นับตั้งแต่เหตุการณ์ 6 ตุลามหาวิปโยค (ปี 2519) โดยนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้าของในยุครัฐบาลชาติชาย ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดนี้ก็เผชิญกับข้อครหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน จนสื่อมวลชนในยุคนั้นตั้งฉายาให้ว่า “บุฟเฟต์คาบิเนต” ซึ่งกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้กองทัพใช้เป็นข้ออ้างในการเข้าแทรกแซง

2. รอยร้าวและความขัดแย้ง: กองทัพ vs นักการเมือง
แกนนำสำคัญของกองทัพในขณะนั้นคือกลุ่มนายทหาร จปร. 5 (เช่น พล.อ. สุจินดา คราประยูร, พล.อ. อิสระพงศ์ หนุนภักดี) ซึ่งกุมกำลังรบหลัก ความขัดแย้งเริ่มปะทุขึ้นเมื่อ “รัฐบาลชาติชาย” พยายามลดทอนบทบาทของกองทัพในทางการเมือง เช่น การปลดหรือโยกย้ายนายทหารระดับสูง รวมถึงการตั้ง “พล.อ. อาทิตย์ กำลังเอก” อดีต ผบ.ทบ. ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ จปร. 5 เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
3. ปฏิบัติการ “ยึดอำนาจกลางเวหา”
เช้าวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 ปฏิบัติการยึดอำนาจเกิดขึ้นอย่างอุกอาจและเหนือความคาดหมาย “พล.อ.ชาติชาย” ถูกควบคุมตัวบนเครื่องบิน C-130 ณ สนามบินกองทัพอากาศ (บน.6) คณะ รสช. ซึ่งมี “พล.อ. สุนทร คงสมพงษ์” ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะ ได้ประกาศยึดอำนาจโดยให้เหตุผลหลัก 5 ประการ ได้แก่
- พฤติการณ์ฉ้อราษฎร์บังหลวง (บุฟเฟต์คาบิเนต)
- ข้าราชการการเมืองรังแกข้าราชการประจำ
- รัฐบาลเป็นเผด็จการทางรัฐสภา
- การทำลายสถาบันทหาร
- การบิดเบือนคดีลอบสังหารบุคคลสำคัญ
4. จากรัฐประหาร สู่พฤษภาทมิฬ
คณะ รสช. ได้แต่งตั้ง “อานันท์ ปันยารชุน” เป็นนายกฯ ซึ่งรัฐบาลอานันท์ได้รับการชื่นชมว่า มีผลงานโดดเด่นและโปร่งใส อย่างไรก็ตาม ได้มีการร่างรัฐธรรมนูญปี 2534 ที่เอื้อต่อการสืบทอดอำนาจของ รสช.
ต่อมาหลังการเลือกตั้งในปี 2535 “พล.อ. สุจินดา คราประยูร” ซึ่งเคยลั่นวาจาว่าจะไม่รับตำแหน่งนายกฯ ได้กลับลำ อ้าง “ยอมเสียสัตย์เพื่อชาติ” ขึ้นรับตำแหน่งนายกฯ นำไปสู่ความไม่พอใจของประชาชนอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดการประท้วงใหญ่และการปราบปรามอย่างเด็ดขาดในเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ ปี 2535”
ผลพวงจากพฤษภาทมิฬ ทำให้กองทัพต้องถอยกลับเข้ากรมกองยาวนานกว่า 14 ปี และนำไปสู่ความตื่นตัวทางการเมืองของชนชั้นกลางที่ต้องการการปฏิรูปการเมือง จนเกิดเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2540 ในเวลาต่อมา
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทย
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เพื่อเติมสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย
ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก



