
‘เทลอาวีฟ’ ขึ้นแท่นเมืองค่าครองชีพที่สูงที่สุดในโลกครั้งแรก
The Economist Intelligence Unit (EIU) หน่วยงานวิเคราะห์เศรษฐกิจของ THE ECONOMIST รายงานผลการจัดอันดับเมืองค่าครองชีพที่สูงที่สุดในโลก (Worldwide Cost of Living index) ประจำปี 2021 โดยได้มาจากการสำรวจค่าครองชีพจากเมืองต่าง ๆ 173 เมืองทั่วโลก ซึ่งมากกว่าปีที่แล้ว 40 เมือง จากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับราคาของสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันมากกว่า 200 รายการ รวบรวมข้อมูลโดยทีมงานจาก EIU ในทุกเดือนมีนาคมและกันยายน เนื่องจากดัชนียึดตามค่าครองชีพของนิวยอร์กซิตี้เป็นหลัก จะทำให้เมืองที่มีสกุลเงินที่แข็งค่ากว่าดอลลาร์สหรัฐฯ มีอันดับที่สูงกว่า
ในปีนี้อันดับที่ 1 ตกเป็นของเมืองเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอลซึ่งแซงแชมป์เก่าปีที่แล้วอย่างปารีสที่ในตกไปอยู่อันดับที่ 2 ร่วมกับสิงคโปร์ ส่วนซูริกและฮ่องกงแชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้วร่วมกับปารีส ติดโผอันดับที่ 4 และ 5 ตามลำดับ ส่วนนิวยอร์ก เจนีวา โคเปนเฮเกน ลอสแองเจลิส และโอซากา ก็ติดชาร์ต 1 ใน 10 ของอันดับที่เหลือ

EIU ระบุว่า สาเหตุที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นนั้นมาจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าเดินทางที่สูงขึ้น รวมถึงค่าเงิน Shekel ของอิสราเอลที่แข็งค่ากว่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐ
อันดับที่น่าสนใจ คือ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เป็นเมืองที่อันดับสูงขึ้นมากที่สุดของปีนี้ ในปีที่แล้วอยู่อันดับที่ 79 และปีนี้มาอยู่ในอันดับที่ 29 เนื่องจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ส่งผลให้สินค้าขาดแคลนและราคาที่สูงขึ้น ในขณะที่เมืองที่มีค่าครองชีพต่ำที่สุดของปีนี้ยังคงเป็นเมืองดามัสกัสของประเทศซีเรีย โดยทั้งเตหะราน การากัส ประเทศเวเนซุเอลา และเมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ต่างประสบปัญหาเงินเฟ้ออย่างหนัก ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
ที่มา: https://edition.cnn.com/travel/article/world-most-expensive-cities-2021/index.html
ระวี ตะวันธรงค์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด POLITICS →ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก
“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”
สหรัฐเริ่มสกัดกั้นเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะจีนประกาศต้องการเข้าถึงพลังงาน สร้างเกมมหาอำนาจสามเหลี่ยมที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง



